วันอาทิตย์ที่ 3 มีนาคม 2019
โดย…คุณพ่อสมหมาย มธุรสสุวรรณ
พลมารีย์กับการประกาศข่าวดี
พระสันตะปาปาเปาโลที่ 6 ได้กล่าวถึงความสำคัญสูงสุดของการประกาศข่าวดีว่า “อันที่จริงการประกาศข่าวดีเป็นพระพรและกระแสเรียกเฉพาะของพระศาสนจักร เป็นอัตลักษณ์ของพระศาสนจักร พระศาสนจักรมีอยู่เพื่อจะประกาศเพื่อจะบอกเล่า เพื่อจะเทศน์และสอน เพื่อจะเป็นแหล่งพระหรรษทานเพื่อนำการคืนดีระหว่างคนบาปทั้งหลายกับพระเจ้า เพื่อสานต่อการถวายบูชาของพระเยซูเจ้าในพิธีบูชาขอบพระคุณซึ่งเป็นการระลึกถึงความตายและการกลับคืนชีพของพระเยซูเจ้าอย่างรุ่งโรจน์”
พลมารีย์ก็เช่นกันมีอยู่ก็เพื่อการประกาศข่าวดี และเป็นอัตลักษณ์ของพลมารีย์ (พลมารีย์ที่ไม่ประกาศข่าวดีก็สูญเสียอัตลักษณ์ของตนเอง) และการประกาศข่าวดีมีความหมายอะไรอย่างแท้จริง?
ความหมายของการประกาศข่าวดีนั้นอาจกล่าวโดยหลักการพื้นฐานว่าคือการนำเสนอพระเยซูเจ้าแก่บุคคลอื่น และการทำให้ผู้อื่นได้พบพระเยซูเจ้านั้นเราสามารถแสดงออกด้วยกิจกรรมหลายอย่าง แต่ถ้ากิจกรรมต่างๆ ที่กระทำไปไม่ทำให้ผู้นั้นพบพระเยซูเจ้ามันก็ไร้ความหมาย สมณกระทรวงว่าด้วยเรื่องความเชื่อได้ให้ความหมายอย่างชัดเจนว่า การประกาศข่าวดีนั้นไม่ได้หมายถึงการสอนข้อคำสอนแต่หมายถึงการประกาศพระคริสตเจ้าโดยกิจการและคำพูดต่างๆ เป็นการทำให้ชีวิตของเราเป็นเครื่องมือที่สะท้อนให้เห็นว่าพระเยซูเจ้าทรงประทับอยู่และยังทำกิจการของพระองค์ในโลกนี้
พวกเราพลมารีย์จะประกาศข่าวดีอย่างไร ก่อนอื่นเราหันกลับไปดูแบบอย่างของพระแม่มารีย์ ไม่ว่าจะเป็นกระแสเรียกและภารกิจของพระแม่ล้วนเกี่ยวข้องกับการนำพระเยซูเจ้ามาสู่โลก ไม่มีสักชั่วขณะเดียวในชีวิตของพระนางที่ไม่เกี่ยวกับพระเยซูเจ้า พระนางได้นำเสนอองค์พระผู้เป็นเจ้าแก่โลกทั้งโลกและตลอดมาในประวัติศาสตร์ และชีวิตของพระแม่เป็นวิธีการประกาศข่าวดีที่ได้ผลมากที่สุด เธอเป็นเครื่องมือที่สมบูรณ์แบบในการทำให้องค์พระผู้เป็นเจ้าประทับอยู่และประกอบภารกิจในโลก เราตระหนักว่าพลมารีย์ประกาศข่าวดีพร้อมกับพระนางมารีย์ อาศัยพระนางมารีย์และผ่านทางพระนางมารีย์ เรามอบชีวิตของเราทั้งครบแด่พระแม่และพร้อมกับพระแม่เราจะได้นำพระเยซูเจ้าไปถึงทุกคนที่เราได้พบ ประหนึ่งว่าที่ใดที่มีแม่พระที่นั่นก็จะได้พบพระเยซูเจ้าทุกครั้งไป และความเข้าใจลึกซึ้งนี้ปรากฎอยู่ในชีวิตภายในของแฟร้งดัฟฟ์อยู่เสมอ และควรที่จะเป็นท่าทีของเราพลมารีย์ด้วย
จากที่กล่าวมาข้างต้นทั้งหมดทำให้เราเห็นความสำคัญของการประกาศข่าวดีของพลมารีย์ด้วยการเป็นประจักษ์พยานชีิวิตแบบบุคคลต่อบุคคล สิ่งที่อยากเชิญชวนให้เราไตร่ตรองสองประการคือ
- เราพลมารีย์ได้พบกับพระเยซูเจ้าเป็นการส่วนตัวหรือไม่ โดยเฉพาะในพิธีบูชาขอบพระคุณและในคำภาวนาของเรา เราให้ความสำคัญกับการพบพระองค์เป็นการส่วนตัวมากน้อยแค่ไหน ก่อนที่จะนำผู้อื่นให้พบพระเยซูเจ้าเราจำเป็นจะต้องพบกับพระองค์เสียก่อน เพราะผู้ที่ไม่มีก็ให้ไม่ได้?
- กิจกรรมพลมารีย์ที่เราแต่ละคนปฏิบัติอยู่อย่างสม่ำเสมอนั้น เราได้ทำให้เป็นโอกาสให้บุคคลที่เราพบปะนั้นได้พบกับพระเยซูเจ้า? เราไปด้วยจิตตารมณ์ของแม่พระคือนำพระเยซูเจ้าไปให้แก่เขาหรือไม่? และเราจะทำอย่างไรให้กิจกรรมพลมารีย์ที่เราทำนั้นเป็นการนำพระเยซูเจ้าไปพบกับพี่น้องของเราอยู่เสมอ?