หลักสูตรคริสตศาสนธรรมภาคพิเศษ

30 มกราคม 2018

  1. ทำไมมีหลักสูตรนี้?

แรงจูงใจหลักที่จัดให้มีหลักสูตรนี้เพราะข้อเรียกร้องจากกฤษฎีกาพระศาสนจักรแห่งประเทศไทย ในการส่งเสริมคริสตชนฆราวาสให้ได้เรียนรู้อย่างลึกซึ้งถึงข้อคำสอน ความเชื่อของพระศาสนจักร และโดยเฉพาะบุคลากรในโรงเรียน  เจ้าหน้าที่สำนักงานวัด ผู้ฝึกหัดในคณะนักบวช สามเณรจากที่ต่างๆ ซึ่งจะสามารถมีส่วนในการอภิบาลด้านคำสอนและงานอภิบาลด้านอื่นๆได้เป็นอย่างดีหากได้รับการเตรียมหรือมีโอกาสได้เรียนรู้ แต่เนื่องจากมีความจำกัดหลายๆด้าน ทำให้ไม่สามารถเรียนหลักสูตรคำสอนที่เปิดในภาคปกติและภาคฤดูร้อนได้ อาทิ จะต้องผละงานหน้าที่ ต้องเดินทางไกล ไม่สามารถพักค้างเป็นเวลานานหลายๆ วันได้เพราะต้องดูแลครอบครัว เป็นต้น

2. ไม่ต้องเสียหน้าที่จริงหรือ?

หลักสูตรนี้มีการเรียนการสอนอาทิตย์ละ 1 วัน คือทุกวันพฤหัส(วันที่อาจารย์จากแสงธรรมสะดวกมาสอนได้) ในระหว่างปีการศึกษา ดังนั้น ผู้บริหารสามารถมอบหมายงานหน้าที่ คาบสอนได้ตามปกติ เพียงแต่เอื้อเวลาให้ว่างสามารถมาเรียนได้ในวันพฤหัสบดี

3. ต่างจากหลักสูตรภาคฤดูร้อนที่จัดโดยศูนย์คริสตศาสนธรรมระดับชาติ(CC) หรือสาขาวิชาคริสตศาสตร์ วิทยาลัยแสงธรรมอย่างไร?

หลักสูตรคริสตศาสนธรรมภาคพิเศษนี้เทียบเท่ากับหลักสูตรคริสตศาสนธรรมภาคฤดูร้อน(CC) ทุกประการและเมื่อจบได้รับวุฒิบัตรจากศูนย์คริสตศาสนธรรมระดับชาติ  เพราะใช้หลักสูตรเดียวกันในเรื่องวิชา จำนวนคาบเรียน แม้แต่อาจารย์ผู้สอน เพียงแต่ปรับสถานที่และตารางเรียนให้ใกล้ และสามารถเรียนในระหว่างปีการศึกษาโดยไม่ต้องพักค้าง ส่วนหลักสูตรคริสตศาสตร์ วิทยาลัยแสงธรรมมีความเข้มข้นมากกว่าเพราะเป็นหลักสูตรปริญญาตรี

4. จัดการเรียนการสอนอย่างไร และเริ่มเมื่อไร?
ตามที่ได้แจ้งไปแล้วว่าหลักสูตรเป็นหลักสูตรเดียวกันกับหลักสูตรคริสตศาสนธรรมภาคฤดูร้อน จึงมี 3 ไซเคิล ไซเคิลละ 1 ปีการศึกษา เปิดการเรียนการสอนในระหว่างปีการปีการศึกษา ทุกวันพฤหัสบดี เรียนครั้งละ 5 คาบ เริ่มตั้งแต่เวลา 8.30-14.30 น.  ใน 1 ภาคเรียนผู้เรียนจะมาเรียนจำนวน 30- 31 ครั้ง

เพื่อให้สะดวกต่อการเดินทางหลักสูตรนี้เปิดบริการการเรียนการสอน 3 จุด คือ โรงเรียนราษฎร์บำรุงศิลป์(บ้านแพน) โรงเรียนอัสสัมชัญศึกษา และศูนย์คริสตศาสนธรรมระดับชาติ(CC) ดังนั้น ผู้เรียนสามารถเลือกจุดเรียนรู้ที่ใกล้ สามารถไปและกลับได้ภายในเวลาไม่นาน

เปิดรับสมัครแล้ว

เริ่มการเรียนการสอนตามหลักสูตร เดือนพฤษภาคม 2018

5. แน่ใจในคุณภาพการเรียนการสอนได้ไหม?

หลักสูตรนี้ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการคำสอนระดับชาติ ศุนย์คริสตศาสนธรรมระดับชาติซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบการดำเนินการเรื่องหลักสูตร สอนโดยอาจารย์จากวิทยาลัยแสงธรรม และผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากฝ่ายบริหาร ฝ่ายการศึกษา แผนกจิตตาภิบาล ของอัครสังฆมณฑลฯ เป็นที่เรียบร้อย โดยแผนกคริสตศาสนธรรม กรุงเทพฯ และแผนกจิตตาภิบาล ฝ่ายการศึกษาจะช่วยประสานงาน ดังนั้นเกิดจากความเห็นชอบและความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยการวัดและประเมินเป็นไปตามเกณฑ์วัดประเมินของหลักสูตรคริสตศาสนธรรมภาคฤดูร้อนที่ได้รับการรับรองแล้ว

6. จะได้ประโยชน์จากการผ่านหลักสูตรนี้บ้าง?

ต้นสังกัดจะได้บุคลากรที่มีคุณภาพ ได้รับการส่งเสริมให้มีความรู้ด้านคำสอนและความรู้พื้นฐานต่างๆ ที่จำเป็นมากขึ้น ย่อมสามารถขยายงานด้านการอภิบาลได้กว้างขวางมากขึ้น เป็นผู้ร่วมงานในการประกาศข่าวดี(แพร่ธรรม)ได้มากขึ้น ยิ่งบุคลากรคาทอลิกทุกคนได้รับการส่งเสริม 100 % ก็ชวนให้จินตนาการได้ว่าจะบังเกิดผลอย่างไรต่อองค์กรและหน่วยงาน

ผู้เรียนได้มีโอกาสทบทวนและเพิ่มพูนความรู้ด้านคำสอน ส่งเสริมความเชื่อให้เด่นชัด และสามารถถ่ายทอดแบ่งปันให้กับเด็กๆ และเยาวชน มั่นใจและกล้าที่จะมีส่วนร่วมรับผิดชอบในงานมอบหมายที่ได้รับ อีกทั้งเป็นคริสตชนฆราวาสที่สามารถขยายพระศาสนจักรให้แผ่กว้างออกไป

เด็กๆ และเยาวชน ทั้งที่เป็นคริสตชนและต่างศาสนา ย่อมได้รับการแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ความเชื่อได้อย่างถูกต้อง ไม่ผิดหลง ได้รับการหล่อมหลอมคุณธรรมจริยธรรมตามแนวทางคำสอนของพระเยซูเจ้า

อัตลักษณ์และเอกลักษณ์ของโรงเรียนคาทอลิกเด่นชัดมากขึ้น

7. คุณสมบัติของผู้เรียนเป็นอย่างไร

เป็นคาทอลิก เช่น ครูคำสอนครูคาทอลิก  เจ้าหน้าที่สำนักงานวัด ครูคำสอนอาสาสมัคร และผ่านการรับรองจากต้นสังกัด เช่น พระสงฆ์เจ้าอาวาส ผู้อำนวยการ ผู้จัดการแผนกฯ

หรือเป็นผู้ฝึกหัด/สามเณร ที่ผู้ใหญ่ของคณะหรืออธิการรับรอง

ครูที่สอนวิชาคริสตศาสนาในโรงเรียน ซึ่งอาจจะไม่ใช่คาทอลิก แต่เพื่อให้การเรียนการสอนวิชานี้มีคุณภาพ ผู้บริหารอาจจะพิจารณาส่งมาเรียนหลักสูตรนี้ได้

เป็นคริสตชนที่สนใจทั่วไป

โบชัวร์ภาคพิเศษ 2018 edited 30 มค 18

หากมีคำถามเพิ่มเติม ติดต่อ email: fr.sommai.mathurotsuwan@gmail.com  หรือข้อมูลติดต่อในโบร์ชัว

Leave a comment