ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

5 เมษายน 2018 วันพฤหัส อัฐมวารปัสกา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน

รอยบาดแผลจากการตอกตรึงของพระเยซูเจ้า เป็นร่องรอยความเจ็บปวด การตัดสินอย่างอยุติธรรม การทำร้ายทำลายผู้บริสุทธิ์ การเบียดเบียนคนดี การอาฆาตมาดร้ายของผู้คน การใช้อำนาจและการไม่กล้าทำหน้าที่ของตนซึ่งส่งผลตกกระทบเป็นความเจ็บปวดการสูญเสีย อย่างไรก็ดี อาจเป็นเพราะความไม่รู้ เหมือนที่เปโตรมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับพระเยซูเจ้า “ข้าพเจ้ารู้ว่าท่านทำไปเพราะไม่รู้เช่นเดียว” เป็นความเลวร้าย ความบาปที่เกิดขึ้นจากความผิดพลาดจากความไม่รู้ ในอีกแง่หนึ่งพระเป็นเจ้าก็อนุญาตให้เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นซึ่งเป็นการบ้านสำหรับเราที่จะรำพึงต่อไปว่าพระองค์มีพระประสงค์อะไร “แต่พระเจ้าทรงใช้วิธีนี้เพื่อทำให้ถ้อยคำที่พระองค์ตรัสไว้ล่วงหน้าโดยทางบรรดาประกาศกว่าพระคริสตเจ้าของพระองค์จะต้องทรงรับทรมานนั้นเป็นจริง” 

เปโตรเตือนให้เป็นทุกข์กลับใจและเปลี่ยนแปลงชีวิต “พระเจ้าทรงบันดาลให้ผู้รับใช้ของพระองค์ทรงกลับคืนพระชนมชีพ และทรงส่งมาหาท่านก่อนผู้อื่นเพื่อนำพระพรมาให้ท่านแต่ละคนกลับใจละทิ้งวิถีทางชั่วร้ายของตน” 

Zmartwychwstanie

รอยบาดแผลของพระเยซู เมื่อพระองค์กลับเป็นขึ้นมาจากความตาย ที่พระองค์แสดงแก่บรรดาศิษย์ที่กำลังสับสน สงสัย หวั่นกลัว ท้อแท้สิ้นหวัง กลับกลายมาเป็นความเชื่อสุดใจ สิ้นสงสัย  และเกิดความมั่นใจในการกลับคืนชีพของพระองค์ พระองค์ไม่ใช่ผี “ท่านวุ่นวายใจทำไม เพราะเหตุใดท่านจึงมีความสงสัยในใจ จงดูมือและเท้าของเราซิ เป็นเราเองจริงๆ จงคลำตัวเราดูเถิด ผีไม่มีเนื้อ ไม่มีกระดูกอย่างที่ท่านเห็นว่าเรามี” รอยบาดแผลของพระองค์เป็นการยืนยันว่าสิ่งที่มีเขียนทำนายไว้เป็นจริง “มีเขียนไว้ดังนี้ว่า พระคริสตเจ้าจะต้องทนทุกข์ทรมานและจะกลับคืนพระชนมชีพจากบรรดาผู้ตายในวันที่สาม…” สิ่งที่พระคัมภีร์เขียนต่อไปก็คือจะต้องมีการประกาศ และการเป็นพยาน “…จะต้องประกาศในพระนามพระองค์ให้นานาชาติกลับใจเพื่อรับอภัยบาปโดยเริ่มจากกรุงเยรูซาเล็ม ท่านทั้งหลายเป็นพยานถึงเรื่องทั้งหมดนี้”  

ทุกครั้งที่เรามองดูรอยตะปูรอยบาดแผลของพระเยซูเจ้าอย่าลืมตระหนักเสมอว่าบางครั้งเพราะความไม่รู้ความผิดพลาดของเราอาจส่งผลเป็นการทำร้ายทำลายผู้บริสุทธิ์ ผู้ต่ำต้อยผู้ด้อยโอกาส ในขณะเดียวกันรอยบาดแผลของพระเยซูเจ้านั้นทำให้เรามั่นใจว่ามีผู้หนึ่งที่ยังรักและยอมสละชีวิตเพื่อเรา เราเองก็ต้องกล้าหาญที่จะประกาศความรักที่เรามีต่อพระองค์และต่อผู้อื่น เราต้องกล้ายืนยันในความดี ความรักและสันติสุขเช่นเดียวกัน ซึ่งอาจจะหมายถึงการที่เราต้องสละชีวิตของตน 

เมื่อเราอยู่ในความไม่รู้ เราพยายามที่จะเอาชนะความไม่รู้นั้นอย่างไร? เมื่อเราผิดพลาดไปแล้วเราพร้อมจะกลับใจละทิ้งวิถีทางชั่วร้ายของตนหรือไม่หรือยังตะแบงต่อไป? 

Leave a comment