27 เมษายน 2018 วันศุกร์สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลปัสกา
คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน กจ 13: 26-33, ยน 14: 1-6
สุจริตชนหรือผู้ที่รู้จักใช้เหตุผลย่อมไม่เข้าไปมีส่วนร่วมในการกระทำความชั่ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งความชั่วที่กระทำต่อผู้บริสุทธิ์ ผู้น้อย ผู้ไม่สามารถปกป้องตัวเองได้ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ป่าเถื่อนโหดร้ายน่าสาปแช่ง และยิ่งการชั่วเช่นนี้ส่งผลถึงแก่ชีวิตยิ่งสมควรได้รับการทวงความยุติธรรม
นักบุญเปาโลเทศน์ต่อชาวอิสราเอลและผู้ยำเกรงพระเจ้า(ผู้ที่ยอมรับในความดี)ว่าพระเยซูเจ้าผู้ทรงกลับคืนชีพองค์นี้ “แม้ว่าเขาไม่พบเหตุผลที่จะประหารพระองค์ได้ เขาก็ยังขอปีลาตให้ประหารพระองค์” และท่านเสริมว่าการกระทำของพวกเขา(บรรดาหัวหน้าสมณะและประชาชน)ในทางหนึ่งทำให้สิ่งที่มีทำนายเกี่ยวกับพระองค์สำเร็จไป “เมื่อทำให้ทุกสิ่งที่เขียนไว้เกี่ยวกับพระองค์เป็นจริงแล้ว เขาจึงปลดพระองค์ลงจากไม้กางเขนและนำไปวางไว้ในพระคูหา”
เมื่อเราได้รับความเดือดร้อนเป็นทุกข์เพราะความชั่ว ไม่ว่าเพราะการถูกกระทำ การใส่ร้ายป้ายสี การกล่าวหา ถูกทำร้าย การอยุติธรรม ก็น่าคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับพระเยซูเจ้าตามที่มีเขียนทำนายไว้ล่วงหน้า ก็อาจจะเกิดขึ้นกับเราด้วยเช่นกันในฐานะศิษย์ของพระองค์?
แต่พระเยซูเจ้าตรัสสอนเราว่า เราต้องไม่ปล่อยให้จิตใจของเราหวั่นไหว แต่เราต้องวางใจในพระเจ้า

พระองค์ตรัสว่าพระองค์เป็น “หนทาง ความจริงและชีวิต” ในเมื่อหนทางที่พระเยซูเจ้าได้ผ่าน ก็เป็นสิ่งที่เราจำเป็นต้องผ่านด้วยเช่นกันไม่ใช่หรือ ความจริงก็คือว่าในการเดินบนหนทางของพระองค์ ทำให้เราพบกับชีวิต และการดำเนินชีวิตของเราจะมีความหมาย
แน่นอนสุจริตชนหรือคนที่มีวุฒิภาวะย่อมไม่ร่วมในการทำความชั่วหรือทำความชั่วเสียเอง
แต่ในความเชื่อและวางใจในพระเยซูเจ้าก็ไม่ควรที่เราจะตอบโต้ความชั่วด้วยความชั่วเช่นกัน ในทางตรงกันข้ามเราต้องกระทำดีต่อเขา ภาวนาแก่ผู้ที่เบียดเบียนเราตามที่พระเยซูเจ้าทรงสอน ซึ่งกลับเป็นหนทางที่นำพระพรมาสู่ชีวิตของเรา
นี่คือความเชื่อและความวางใจที่เรามีต่อพระเยซูเจ้าองค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา