ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

18 พฤษภาคม 2018 วันศุกร์ สัปดาห์ที่ 7 เทศกาลปัสกา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน

“การกล่าวหา” เป็นการตัดสินว่าผู้ที่เรากล่าวหามีความผิดหรือกระทำความผิดในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง และเรียกร้องการลงโทษจากสังคมจากกฎหมาย ในกระบวนการยุติธรรมมักจะเปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาได้มีโอกาสแก้ข้อกล่าวหา พิสูจน์ความจริงหรืออย่างน้อยอธิบายว่าทำไปด้วยเจตนาอะไร แต่ในชีวิตจริงเรามักปักใจเชื่อไปตามอคติที่มีอยู่ในใจ ซึ่งเป็นเรื่องน่าเศร้าใจ

หากเรากล่าวหาใครโดยปราศจากความจริง ก็เป็นการใส่ร้ายป้ายสีเขา หากใช้ระบบหมู่หรือใช้อำนาจจากตำแหน่งหน้าที่กล่าวหาผู้น้อยผู้ใต้อำนาจ ยิ่งไม่เปิดโอกาสให้มีการแก้ข้อกล่าวหายิ่งถือว่าเป็นการ “ผิดต่อความรักต่อเพื่อนพี่น้อง” อย่างร้ายกาจ เราคงจินตนาการได้ว่าผู้ถูกกล่าวหาจะรู้สึกอย่างไร…

พระเยซูเจ้าจึงสอนให้เรา “อย่าตัดสินผู้ใด และท่านจะไม่ถูกตัดสิน” (อ่าน มธ 7:1-5)พระเจ้าเท่านั้นที่ล่วงรู้ทุกสิ่ง พระองค์จะทรงพิพากษาด้วยความยุติธรรม…

เรื่องราวในหนังสือกิจการอัครสาวกในวันนี้ที่เราได้รับฟัง อัครสาวกเปาโลถูกกล่าวหาด้วยเรื่อง “การกลับคืนชีพของพระเยซูเจ้า” ซึ่งพวกชาวยิวถือว่าเปาโลสอนผิดจากความเชื่อของพวกเขา สิ่งที่น่าคิดและยังคงท้าทายเราให้แสวงหาคำตอบก็คือ ทำไมเปาโลจึงกล้าเอาชีวิตของตนยืนยันความจริงเกี่ยวกับพระเยซูเจ้าได้ถึงขนาดนี้ ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าอันตรายใดจะเกิดขึ้นกับตน

paul-on-trial

เปาโลยืนยันในจดหมายของท่านว่า หากพระคริสตเจ้าไม่ทรงกลับคืนชีพจริงแล้วการประกาศและการยืนยันของเปาโลก็เป็นเรื่องไร้สาระเสียเวลา น่าหัวเราะ (อ่าน 1 คร 15:1-34)  ท่านยืนยันว่าการดำเนินชีวิตของท่านทั้งชีวิตก็เพื่อพระเยซูเจ้าเท่านั้น (อ่าน กท 2: 20) และที่สุดความตายของเปาโลก็เป็นมรณสักขีถึงพระคริสตเจ้าผู้ทรงกลับคืนชีพ

ทำไมเปาโลและบรรดานักบุญมรณสักขีในพระศาสนจักรจึงกล้าเป็นประจักษ์พยานถึงความเชื่อในพระเยซูเจ้า? การเป็นประจักษ์พยานของพวกเขามีความหมายอะไรสำหรับฉัน?

Leave a comment