12 กันยายน 2018 วันพุธ สัปดาห์ที่ 23 เทศกาลธรรมดา
คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน
ชีวิตแต่งงานและชีวิตโสดในมุมมองของนักบุญเปาโล
- ทั้งสองเป็นการเรียกของพระต้องหาให้พบ สำหรับท่านนักบุญเปาโลแล้ว ไม่แปลกที่บางคนอยากแต่งงาน และเมื่อแต่งงานแล้วเขาก็มีชีวิตที่ดีสร้างครอบครัวที่อบอุ่นเป็นหนึ่งเดียวกัน บางคนไม่รู้สึกว่าอยากแต่งงาน สำหรับนักบุญเปาโลก็ไม่ถือว่าวิปริตผิดธรรมชาติ เพราะพระเจ้าทรงมีพระประสงค์สำหรับแต่ละคนแตกต่างกันออกไป คนเป็นโสดก็เป็นอิสระที่จะอุทิศตนในการรับใช้เพื่อนพี่น้องและสังคม และงานบางอย่างเช่น การเป็นศาสนบริกรสงฆ์ นักบวช ก็เรียกร้องการถือชีวิตโสด
- ความยากลำบากในการดำเนินชีวิต สำหรับท่านนักบุญเปาโลแล้วทั้งสองสถานภาพก็มีความยากลำบากไม่ถือว่าหนักหนากว่ากัน แต่แตกต่างกันคนละแบบ คนที่แต่งงานมีคู่ชีวิตก็ถือว่าเป็นการดำเนินชีวิตตามธรรมชาติมนุษย์ เพื่อรักษาเผ่าพันธุ์มนุษย์ตามแผนการสร้างของพระ แต่ถ้าเขาปล่อยตัวไปตามความต้องการตามธรรมชาติโดยไม่รักษาความซื่อสัตย์ต่อคู่ชีวิตของตน ก็จะกระทบต่อความสัมพันธ์ ทำลายศีลธรรมของสังคม และปัญหาด้านอื่นๆที่จะตามมาก็เป็นสิ่งที่เราสามารถจินตนาการได้ ผู้ที่เลือกชีวิตโสดเขาก็จำเป็นต้องรักษาความบริสุทธิ์ในชีวิตของตนไม่ปล่อยตัวตามความต้องการตามธรรมชาติของตนเช่นกัน เพราะย่อมส่งผลต่อการดำเนินชีวิตและหน้าที่รับผิดชอบของตนเช่นกัน

- หน้าที่คริสตชนเป็นองค์ประกอบการพิจารณาเลือกสถานภาพแต่งงานหรือเป็นโสด ประเด็นหลักที่ท่านนักบุญเปาโลเน้นย้ำสำหรับกลุ่มคริสตชนก็คือ พระคริสตเจ้ากำลังจะเสด็จมา และเวลาสำหรับแต่ละคนก็ไม่ยาวนานนัก สิ่งที่สำคัญคือการให้ความสำคัญกับการเจริญชีวิตคริสตชน(ชีวิตความเชื่อ) ให้ความสำคัญกับความรักและการรับใช้องค์พระผู้เป็นเจ้าและตอบสนองความต้องการของชุมชนคริสตชน(สังคม)ในภารกิจหน้าที่ต่างๆ และในการเป็นประจักษ์พยานความเชื่อของพระเขาในพระเยซูเจ้าและคำสอนของพระองค์ บางครั้งการแต่งงานกับคนต่างความเชื่อก็อาจจะมีผลกระทบต่อการรักษาความเชื่อ แต่ถ้าอยากจะแต่งงานก็ไม่ถือว่าเป็นเรื่องผิดอะไร เรื่องแต่งงานหรือจะอยู่อย่างโสดนั้นนักบุญเปาโลถือว่าเป็นเรื่องชีวิตบนโลกนี้ เป็นเรื่องรองลงมา ไม่ควรนำมาบดบังหน้าที่ที่เราพึงปฏิบัติในฐานะคริสตชน ดังนั้นเมื่อเข้ามาเป็นคริสตชน…
- ผู้ที่แต่งงานแล้ว “ท่านมีพันธะกับภรรยาหรือ จงอย่าหาทางแยกพันธะนั้น”
- ผู้ยังไม่แต่งงาน “ท่านเป็นอิสระไม่มีภรรยาหรือ ก็อย่าหาภรรยาเลย แต่ถ้าท่านแต่งงาน ท่านก็มิได้ทำบาป”
- ฯลฯ
- ส่วนร่วมในการสร้างพระอาณาจักรพระเจ้า ชีวิตโสดทำให้มีอิสระในการอุทิศตนเพื่อสร้างพระอาณาจักรของพระเจ้าในงานบริการรับใช้หมู่คณะได้มากกว่าชีวิตแต่งงาน แต่ผู้ที่แต่งงานก็มีส่วนในการหล่อหลอมบุตรธิดาของตนสร้างสังคมในอนาคตที่จะเป็นสังคมที่มีพระเจ้าอยู่ท่ามกลางพวกเขา(อาณาจักรสวรรค์)เช่นกัน ดังนั้น ไม่ถือว่าสถานภาพชีวิตแบบไหนเหนือกว่ากัน ศักดิ์สิทธิ์กว่ากัน ขึ้นอยู่กับว่าพระเจ้าทรงเรียกแต่ละคนให้มารับชีวิตอย่างไร
- ให้เราถามตัวเองต่อหน้าพระเจ้าด้วยความซื่อสัตย์ต่อตนเองว่าวิถีชีวิตแบบไหนที่พระองค์ทรงเรียกเราให้เป็น วิถีชีวิตแบบไหนที่พระองค์ทรงเรียกเราให้รับใช้พระองค์