19 เมษายน 2020 สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลปัสกา
โดยคุณพ่อสมหมาย มธุรสสุวรรณ จิตตาธิการคูเรียเขต 1/1
พระวาจาของพระเจ้าในอาทิตย์ที่ 2 เทศกาลปัสกาเน้นว่าพระเยซูเจ้ายังทรงประทับอยู่ และฤทธิ์อำนาจของพระองค์นั้นอยู่ในท่ามกลางเรา เครื่องหมายและอัศจรรย์มากมายที่เกิดขึ้นผ่านทางบรรดาอัครสาวก โดยเฉพาะในบรรดาคนเจ็บป่ายที่ถูกนำออกมาเพียงหวังว่าเงาของพวกเขาจะทอดผ่าน เพื่อพวกเขาจะได้รับการเยียวยารักษา ซึ่งเป็นประจักษ์พยานว่าพระเยซูเจ้ายังอยู่ท่ามกลางพวกเขา เพราะบรรดาอัครสาวกทำกิจการอัศจรรย์ต่างๆ เหล่านั้นในนามของพระองค์ บรรดาคนที่มีความเชื่อเพิ่มมากขึ้น แต่ก็มีบางคนที่หนังสือกิจการอัครสาวกบันทึกไว้ว่า “ไม่มีผู้อื่นกล้าเข้ามารวมกลุ่มกับเขา แต่ประชาชนยกย่องเขาอย่างมาก”(กจ 5:13)

“ผู้อื่น” ในที่นี้อาจจะเข้าใจได้ว่าคือผู้ที่แม้เห็นกิจการดีกิจการอัศจรรย์ของบรรดาอัครสาวกซึ่งทำในนามของพระเยซูเจ้าอันเป็นที่ประจักษ์แก่สายตา แต่พวกเขาก็ไม่กล้าพอที่จะมารวมกับพวกเขา อาจจะหมายถึงบรรดาหัวหน้าสมณะ ผู้อาวุโส ที่เกรงกลัวว่าชื่อเสียงของตัวเองจะแปดเปื้อน หากไปรวมกลุ่มกับศิษย์ของพระเยซูเจ้าแล้วจะถูกกล่าวหาว่าเข้ารวมกับพวกคิดการกบฎ หรือกลัวจะถูกมองว่าเป็นพวกแปรพรรคหลังจากที่รวมหัวกันทำร้ายทำลายพระองค์จนถึงโทษตรึงกางเขน พวกเขาไม่กล้าพอที่จะเปลี่ยนแปลงตนเอง แม้เห็นความจริงอยู่ตรงหน้า เขาเลือกที่จะมีชีวิตในแบบเดิมอยู่ต่อไป
“ผู้อื่น” อาจจะหมายถึงประชาชนชาวยิว ที่รอคอยองค์พระผู้ไถ่กู้(เมสสิยาห์) ที่ไม่พร้อมที่จะทำความเข้าใจความหมายอันแท้จริงของการไถ่กู้ของพระเยซูเจ้า อาณาจักรของพระเจ้าที่พระองค์นำเสนอ พวกเขาไม่ปรับความเข้าใจของเขา ต่อประจักษ์พยานของบรรดาอัครสาวก การเข้าร่วมกับพวกเขาจึงเท่ากับเป็นการสุ่มเสี่ยง และ “ผู้อื่น” อาจจะหมายถึงประชาชนที่กลัวอันตรายที่จะเกิดขึ้นจากการเข้ารวมกับพวกเขา พวกเขาเลือกที่จะชื่นชมอยู่ห่างๆ มากกว่าการร่วมเป็นประจักษ์พยาน ความเชื่อของพวกเขายังไม่กล้าแข็งพอ
พวกเราพลมารีย์คงได้เห็นอัศจรรย์และเครื่องหมายที่แสดงถึงการประทับอยู่และพลังอำนาจของพระเยซูเจ้าอยู่เสมอ พลังแห่งการเยียวยารักษาของพระองค์ในขณะที่เรากำลังเยี่ยมคนเจ็บป่วย ขณะที่พระสงฆ์กำลังโปรดศีลศักดิ์สิทธิ์แก่พวกเขาเหมือนกับที่บรรดาอัครสาวกได้ก ระทำ เราได้เห็นการคืนดีที่บรรดาคนบาปได้รับ ขณะที่คนบาปหลายๆ คนที่พวกเราพลมารีย์นำพาให้มาสารภาพบาปกับพระสงฆ์และรับพรจากองค์พระเยซูเจ้า กิจการเหล่านี้ทำให้เรามีความเชื่อมั่นคงยิ่งขึ้นหรือไม่? ทำให้เรากล้าที่จะประกาศความเชื่อของเรามากขึ้นหรือไม่? หรือเรายังคงเป็น “ผู้อื่น” สำหรับพระเยซูเจ้า ผู้อื่นสำหรับกลุ่มคริสตชน? และหากเป็นเช่นนั้น อะไรที่ยังติดค้างในใจของท่านที่ทำให้เราไม่สามารถก้าวข้ามมาเป็นศิษย์ของพระองค์อย่างแท้จริงและเราจะขจัดมันเสียด้วยวิธีการใด?