ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

3 กุมภาพันธ์ 2019  สัปดาห์ 4 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน

วาจาที่เรากล่าวออกมานั้นสะท้อนว่าในใจคิดอย่างไร “นี่เป็นลูกของโยเซฟมิใช่หรือ” เป็นคำพูดที่ชาวนาซาเร็ธคนบ้านเกิดเดียวกันกล่าวถึงพระเยซูเจ้า สิ่งที่แฝงอยู่ในใจคือความอิจฉา การไม่ยอมรับในสิ่งที่พระเยซูเจ้าทรงกระทำ ความไม่เชื่อในความดีของคนอื่น ฯลฯ

christ-preaching-in-the-synagogue-at-nazareth-14th-c-fresco-visoki-decani-monastery-kosovo

สิ่งที่เราพูดอาจจะเป็นการทำร้ายจิตใจคนอื่น แฝงไปด้วยความอิจฉาริษยา อาฆาตมาดร้าย นำความแตกแยก การกีดกัน ความไม่สงบ แต่ในเวลาเดียวกันก็อาจจะนำความรัก ความเป็นหนึ่งเดียวกัน กำลังใจ สันติสุขและการคืนดี ดังนั้นควร คิดก่อนพูด(THINK) 

T = truthful                มาจากความจริง จริงใจ ไม่มีแรงจูงใจอันชั่วร้ายแอบแฝง
H= helpful                  พูดไปถามไปแล้วเกิดประโยชน์แก่ทั้งสองฝ่ายนำความเข้าใจอันดีต่อกัน
I = important             พูด/ถาม สิ่งที่สำคัญๆ ไม่ใช่คำพูดไร้สาระ
N = necessary            จำเป็นต้องพูดต้องถามสิ่งเหล่านั้นไหม? โดยเฉพาะเมื่อมีคนอื่นอยู่ด้วย
K = kind                      เป็นคำพูด/คำถามที่ออกมาจากความรักความเมตตาเอื้ออาทรจึงพูดจึงถาม

พระเยซูเจ้าไม่ทรงให้คำพูดของบุคคลรอบข้างมามีอิทธิพลต่อภารกิจของพระองค์ เมื่อไม่เป็นที่ยอมรับ ถูกปฏิเสธ พระองค์เลือกที่จะไปประกาศสอนตามพันธกิจที่พระองค์ได้รับมอบหมายต่อไปยังที่อื่น และพระเจ้าตรัสกับเราในวันนี้ว่า “…เขาทั้งหลายจะต่อสู้กับท่าน แต่จะไม่ชนะท่าน เพราะเราอยู่กับท่านเพื่อช่วยท่านให้รอดพ้น”

 

 

 

 

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

2 กุมภาพันธ์ 2019

ฉลองการถวายพระเยซูเจ้าในพระวิหาร(เสกเทียน), วันนักบวชสากล

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน

การเสกเทียนและแห่เทียนเป็นส่วนในพิธีกรรมฉลองประจำวันนี้เพื่อให้เราคิดถึงความหมายของการฉลองว่า ตั้งแต่วันสมโภชพระคริสตสมภพ พระคริสตเจ้าได้เผยแสดงพระองค์ในสภาพเดียวกับมนุษย์ พระองค์เป็นพระผู้ช่วยให้รอด “เป็นแสงสว่างเปิดเผยให้คนต่างชาติรู้จักพระองค์ และเป็นสิริรุ่งโรจน์สำหรับอิสราเอลประชากรของพระองค์” พระองค์ทรงเป็นลูกแกะบูชายัญที่จะลบล้างบาปของโลก นำเราหลุดพ้นจากอำนาจของบาปและความตาย

untitledlgbkldfk

คริสตชนโดยเฉพาะบรรดานักบวชผู้ถวายตัวร่วมเป็นหนึ่งกับองค์พระคริสตเจ้าด้วย โดยทางการรับศีลศักดิ์สิทธิ์ โดยคำปฏิญาณที่เราถวายแด่พระเจ้า เราจึงภาวนาวอนขอให้ชีวิตของเราเป็นดังแสงของเทียนที่นำแสงสว่างแห่งความรักของพระเจ้ามาสู่โลกด้วยเช่นเดียวกัน

 

 

 

 

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

31 มกราคม 2019 สัปดาห์ 3 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน

เมื่อพระเยซูเจ้าตรัสว่า “เขาจุดตะเกียงวางไว้ใต้ถังหรือใต้เตียงหรือ มิใช่วางไว้บนที่ตั้งตะเกียงหรือ…”  ทำให้เราคิดถึงความดีที่มีอยู่ในตัวเรานั้นไม่ควรสงวนไว้สำหรับตัวเอง ความเชื่อที่เรามีไม่ใช่สิ่งที่จะสงวนไว้โดยไม่ประกาศให้ใครๆได้รับรู้ หากเป็นความดีเราก็ยิ่งสมควรที่จะแผ่ขยายความดีให้กว้างขวางออกไป ความเชื่อของเราก็เช่นกัน เราต้องยอมรับโดยสามัญสำนึกว่าคนดีทุกคนไปสวรรค์ได้ เขาไม่จำเป็นต้องเป็นคริสตชนก่อนจึงได้รับสิทธิ์นั้น ดังนั้นการที่เราได้รับเรียกมาเป็นคริสตชนย่อมต้องมีความหมายมากกว่าการที่เราได้รับเรียกให้มาเป็นคนดี เราได้รับการเรียกให้มาเป็นศิษย์เป็นผู้ประกาศข่าวดีเป็นผู้แจกจ่ายแบ่งปันพระพรแห่งความเชื่อแก่บุคคลอื่น เหมือนกับเมื่อเราจุดแสงสว่างขึ้นในตัวเรา แสงสว่างนั้นก็ส่องสว่างสำหรับทุกคนในบริเวณนั้นด้วย

light-bushel

ยิ่งเราปฏิบัติตามพระวาจาของพระเจ้าในชีวิตของเรา คนอื่นก็เห็นพระเยซูเจ้าในตัวเรามากขึ้นเช่นกัน แสงแห่งความเชื่อก็ยิ่งสดใสสว่างสำหรับทุกคน  แต่ถ้าเราไม่แสดงออกในความเชื่อของเราผลก็จะเป็นตรงกันข้าม “จงตั้งใจฟังให้ดี   ท่านตวงให้เขาอย่างไร เขาก็จะตวงให้ท่าน อย่างนั้น และจะเพิ่มให้อีกด้วย ผู้ที่มีมาก จะได้รับมากขึ้น ส่วนผู้ที่มีน้อย สิ่งเล็กน้อยที่เขามี จะถูกริบไปด้วย”

ให้เราใคร่ครวญดูว่าความเป็น “คริสตชน” มีความหมายอะไรสำหรับเรา? เราได้ให้คำสอนของพระเยซูเจ้าเรื่องใดเกิดขึ้นจริงในชีวิตของเราบ้าง? ทำอย่างไรจะให้คำสอนของพระเยซูเจ้าปรากฎชัดมากขึ้นในชีวิตของเรา?

 

คลิกอ่าน   ข้อคิดจากชีวิตของผู้ศักดิ์สิทธิ์ นักบุญยอห์น บอสโก

 

 

 

 

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

27 มกราคม 2019 สัปดาห์ 3 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน 

พระวรสารของนักบุญลูกาเขียนถึง “ธีโอฟีลัส” แปลว่า “ผู้ที่รักพระเจ้า” ซึ่งอาจเป็นชื่อเฉพาะหรือใครก็ได้ที่รักพระเจ้า ในตอนเริ่มต้นพระวรสารนี้ท่านได้แจ้งถึงจุดประสงค์ของการเขียนของท่าน “ข้าพเจ้าจึงตกลงใจค้นคว้าเรื่องราวทั้งหมดตั้งแต่ต้นอย่างละเอียด แล้วเรียบเรียงตามลำดับเหตุการณ์อีกครั้งหนึ่งสำหรับท่านด้วย ท่านเธโอฟีลัสที่เคารพ เพื่อท่านจะได้รู้ว่าคำสอนที่ท่านรับมานั้นเป็นความจริง” 

st-luke-icon-747

เราเองเช่นเดียวกันมีส่วนในการประกาศข่าวดีแห่งพระอาณาจักรของพระเจ้า ประกาศคำสอนของพระเยซูเจ้า สิ่งที่ท่านนักบุญลูกาทำก็เป็นตัวอย่างสำหรับเรา ท่านใคร่ครวญว่า “พระเยซูเจ้าเป็นใครสำหรับท่าน” …”คำสอนของพระองค์มีคุณค่าเพียงใดในชีวิตของท่าน” 

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

25 มกราคม 2019 สัปดาห์ 2 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน

ฉลองการกลับใจของนักบุญเปาโล อัครสาวก

ถ้าบรรดาเด็กและเยาวชนคิดถึงความรักของพ่อแม่หรือความปรารถนาดีของคุณครู เขาย่อมสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของเขาได้

จากผู้ที่นำความหวาดผวา การเบียดเบียน ประทุษร้ายแก่บรรดาคริสตชน นักบุญเปาโลที่ได้มีโอกาสพบกับพระเยซูเจ้าผู้กลับคืนชีพในขณะเดินทางไปดามัสกัสเพื่อเบียดเบียนคริสตชนได้ผันชีวิตของตนเป็นเครื่องมือในการประกาศข่าวดีแก่นานาชาติ ท่านถือว่าชีวิตต่อไปหลังจากนั้นเป็นของพระคริสตเจ้าแต่เพียงผู้เดียว จนกล้ากล่าวว่า “ไม่ใช่ข้าพเจ้าที่ดำเนินชีวิต แต่เป็นพระคริสตเจ้าที่ดำเนินชีวิตอยู่ในข้าพเจ้า” เป็นความรักความเมตตาของพระเยซูเจ้าที่ทำให้ท่านนักบุญเปาโลกลับใจ

download (1) (1)

วันนี้ให้เราตระหนักว่า “ผู้ที่เรียนรู้ที่จะรักคือผู้ที่เคยได้รับความรักมาก่อน” เหมือนดังท่านนักบุญเปาโลได้รับความรักจากพระคริสตเจ้า อย่าลืมที่จะใคร่ครวญถึงบุคคลที่รักเราเสมอ การเปลี่ยนแปลงชีวิต(กลับใจ)ย่อมจะเกิดขึ้นได้หากเราตระหนักถึงความจริงในข้อนี้

 

 

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

23 มกราคม 2019 สัปดาห์ 2 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน

เราอาจจะได้ชื่อว่าเป็นศาสนิกชนที่ดี ปฏิบัติศาสนกิจไม่บิดพริ้วบกพร่อง แต่อาจจะไม่ได้หมายความเราเป็นคนดีเป็นศิษย์ของพระเยซูเจ้าก็ได้ ถ้าหากเราไม่มีจิตใจเหมือนกับพระเยซูเจ้าอย่างแท้จริง

96dc35f6f396250edc6530b4c6062da6

พระวาจาในวันนี้นักบุญมาระโกเล่าว่าพระเยซูเจ้าทรงรักษาชายมือลีบโดยไม่ต้องรอให้ร้องขอ และทรงสอนเราด้วยว่าการทำความดีคงไม่ต้องรอเวลาที่ถูกต้องเวลาที่เหมาะสม เวลาที่ทุกคนจะเห็นด้วยกับกิจการดีของเรา ไม่ต้องรอว่าจะไม่มีใครคิดอคติต่อกิจการดีของเรา แต่เมื่อมีเพื่อนพี่น้องที่กำลังเดือดร้อน เขาเป็นพระเยซูเจ้าผู้กำลังทุกข์ทรมานต้องการความช่วยเหลือ เราต้องพร้อมเสมอที่จะช่วยเหลือพวกเขา

“ในวันสับบาโตนั้น ควรทำความดีหรือความชั่ว ควรจะช่วยชีวิตหรือปล่อยให้ตายไป” 

 

 

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

22 มกราคม 2019 สัปดาห์ 2 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน

วิธีการหนึ่งที่เรามักใช้เพื่อแสดงออกว่าเราไม่ยอมรับใครสักคนหนึ่งก็คือการจับผิด มองดูว่ามีสิ่งใดบ้างที่เป็นข้อผิดพลาดบกพร่องโดยอาศัยกฎเกณฑ์ต่างๆ เป็นเครื่องตัดสิน ยิ่งถ้าเป็นการ “จ้องจับผิด” นี่แสดงว่าจิตใจเราถึงขั้นถูกครอบงำจากผีปีศาจอย่างสมบูรณ์ไปแล้ว

disciples_grain_030214

ระเบียบกฎเกณฑ์โดยทั่วไปแล้วไม่ว่าจะเป็นกฎหมายบ้านเมือง หรือระเบียบวินัย ข้อกำหนด แม้กระทั่งธรรมบัญญัติหรือจารีตประเพณีต่างๆ ล้วนมีจุดประสงค์ที่อยู่เบื้องหลังที่เป็นการเสริมสร้างความดีงาม เป็นบรรทัดฐานเพื่อเราจะอยู่ด้วยกันอย่างปกติสุข เพื่อรักษาความสัมพันธ์ที่ดีต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกันและต่อพระเจ้าด้วย

พวกฟารีสีหน้าซื่อใจคดใช้กฎบัญญัติของโมเสสเพื่อจ้องจับผิดพระเยซูเจ้า ทั้งที่เขามีหน้าที่สอนธรรมบัญญัติเพื่อช่วยให้มนุษย์อยู่ในทำนองคลองธรรม นับเป็นการกระทำที่ขาดต่อความรัก หากเรามองกันด้วยท่าทีของการจับผิดโดยไม่มองที่เจตตาและเหตุผลที่อยู่เบื้องหลังแล้วเราก็ไม่ต่างจากฟารีสีหน้าซื่อใจคด

“วันสับบาโตมีไว้เพื่อมนุษย์ มิใช่มนุษย์มีไว้เพื่อวันสับบาโต ดังนั้น บุตรแห่งมนุษย์จึงเป็นนายเหนือแม้กระทั่งวันสับบาโตด้วย”

 

 

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

21 มกราคม 2019 สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน

พระเยซูเจ้าก็ไม่ต่างอะไรจากผู้นำอื่นๆ ทั่วไป ที่ถูกปฏิเสธไม่เป็นที่ยอมรับยอมรับ ในการนำการเปลี่ยนแปลง การประกาศข่าวดีแห่งพระอาณาจักรของพระเจ้า รวมทั้งแนวทางการดำเนินชีวิตตามค่านิยมแห่งพระวรสารที่พระองค์นำมาเสนอนั้นไม่ได้เป็นการทำลายคุณค่า จารีตประเพณีรวมทั้งธรรมเนียมปฏิบัติทางศาสนา แต่เป็นการทำให้เข้าถึงแก่นแท้ของคุณค่าที่แท้จริงและการดำเนินชีวิตที่แท้จริงในฐานะเป็นลูกของพระเจ้า การที่พระองค์ถูกถามว่า ““ทำไมศิษย์ของยอห์นและศิษย์ของชาวฟาริสีจำศีลอดอาหาร แต่ศิษย์ของท่านไม่จำศีล” เป็นเพียงข้อกล่าวหาว่าพระองค์ไม่ยอมถือกฎเกณฑ์จารีตในศาสนาที่มีเบื้องหลังคือการไม่ยอมรับองค์พระเยซูเจ้าเท่านั้น

b25e99c0ee180d25322d2018c6100db7

อย่าลืมว่าพระองค์ทรงเป็น “มหาสมณะ” สงฆ์สูงสุดที่จะนำมนุษย์ทุกคนไปหาพระเจ้า พระองค์ร่วมในความเป็นมนุษย์ทุกอย่างเหมือนเราพระองค์ย่อมทราบถึงความจำเป็นความต้องการของเราทุกอย่าง เราเปิดหัวใจของเราต้อนรับพระองค์ รับฟังและปฏิบัติตามคำสอนของพระองค์หรือไม่? เราเข้ามาพึ่งความช่วยเหลือจากพระเมตตาของพระองค์หรือไม่?

 

คลิกอ่าน ข้อคิดจากชีวิตของผู้ศักดิ์สิทธิ์ “นักบุญอักแนส”

 

 

 

ข้อคิดจากชีวิตของผู้ศักดิ์สิทธิ์ 2

นักบุญอักแนส

21 มกราคม

คลิกอ่าน ประวัตินักบุญอักแนส พรหมจารีและมรณสักขี

ท่านนักบุญอักแนสทำให้เราเห็นว่าแม้ว่าจะยากและอาจต้องแลกด้วยชีวิตท่านเลือกที่จะปกป้องความบริสุทธิ์ที่พระเป็นเจ้าทรงมอบให้กับมนุษย์ทุกคนไว้อย่างสุดกำลัง

st.+agnes

เราอยู่ในสังคมทีลดค่านิยมความบริสุทธิ์โดยเฉพาะของบรรดาเยาวชนหญิงไม่ใช่เรื่องสำคัญ บางคนให้ความกักขฬะความบาปความลามกโสโครกเข้ามาครอบงำชีวิตจนชินชา แต่ลึกๆในใจเราทุกคนย่อมตระหนักว่าเป็นเรื่องที่ผิดต่อมโนธรรม โดยเฉพาะเมื่อคิดถึงบุคคลในครอบครัวของเราเองต้องถูกทำลายความบริสุทธิ์ไป

เราจึงจำเป็นต้องช่วยกันปกป้องบรรดาเด็กๆ และเยาวชน สอนและเตือนกันและกันถึงคุณค่าอันเปราะบางที่พระเจ้าทรงประทานให้อันเป็นคุณค่าที่เราพึงสงวนไว้สำหรับสิ่งสูงส่ง เหมือนกับที่ท่านนักบุญอักแนสได้สงวนไว้สำหรับพระเจ้าแต่เพียงผู้เดียว

 

เอกสารชวนอ่าน การป้องกันการค้ามนุษย์: วาระแห่งชาติ , ปัญหาการค้ามนุษย์ ,

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

18 มกราคม 2019 สัปดาห์ 1 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน

ความเปลี่ยนแปลงมักเกิดขึ้นเมื่อผู้มีน้ำใจดี ผู้ที่ยังศรัทธาเชื่อมั่นในคุณความดีแสวงหาที่จะช่วยเพื่อนพี่น้องที่กำลัังยากลำบากเดือดร้อน โดยเฉพาะคนด้อยโอกาส คนชายขอบของสังคม คนที่ไม่สามารถลุกขึ้นยืนได้ในสังคมด้วยลำพังคนเดียว

2012_02_19_paralytic

พระเยซูเจ้าทรงประทับใจในความเชื่อของชายทั้งสี่คนที่พยายามช่วยเหลือเพื่อนของเขาที่เป็นคนอัมพาต เพื่อให้ได้รับการรักษาจากพระเยซูเจ้า คนอัมพาตนั้นคงไม่มีโอกาสได้รับการรักษาจากพระองค์เพราะเขาลำพังคงไม่สามารถที่จะเข้ามาหาพระองค์ได้

ให้เราวางใจในพระทัยดีของพระเจ้า ให้เราอย่าหมดหวังท้อถอยกับปัญหาอุปสรรค ให้เรามีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์ความดีให้เกิดขึ้นเสมอ ให้เราช่วยเหลือกันและกันทุกครั้งที่มีโอกาส