ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

6 ตุลาคม 2018 วันเสาร์ สัปดาห์ที่ 26 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน

  • แม้ว่าไม่ได้รับคำตอบต่อคำถามที่ว่าทำไมผู้บริสุทธิ์ต้องรับทุกข์ทรมาน ต้องรับกับโศกนาฎกรรมในชีวิต แต่โยบได้พบความจริงอย่างหนึ่งที่ทำให้เขาสงบลงได้ก็คือ เขาได้รู้แล้วว่าพระเจ้าเป็นไคร “บัดนี้ดวงตาของข้าพเจ้าแลเห็นพระองค์…” ไม่ใช่สิ่งที่ใครๆ พูดเกี่ยวกับพระเจ้าแต่เป็นเขาเองได้พบกับพระองค์ เขาตระหนักว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ในสายพระเนตรของพระเจ้า และแผ่นการของพระองค์สำหรับเรานั้นล้วนแต่ดีทั้งนั้น และไม่ต้องสงสัยอีก…

 

Gerard_Seghers_-_The_Patient_Job_-_WGA21132

 

  • ยามที่ยากลำบากในชีวิต สถานการณ์ที่ยากจะอธิบายอาจจะทำให้เราสงสัย ขาดความเชื่อวางใจในพระ ให้เราตระหนักเสมอว่าชีวิตของเราอยู่ในสายพระเนตรของพระเจ้าอยู่เสมอ ให้เราวางใจว่าแผนการที่พระองค์ทรงมีสำหรับชีวิตของเราล้วนแต่ดีทั้งนั้น
  • วันนี้ให้เราวอนขอพระช่วยให้เราสามารถวางใจในแผนการของพระเสมอ โดยเฉพาะในช่วงเวลายุ่งยากลำบากใจของชีวิต

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

5 ตุลาคม 2018 วันศุกร์ สัปดาห์ที่ 26 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน

  • เราอาจจะเป็นเหมือนโยบที่ร้อนใจอยากได้คำตอบในความทุกข์ยากลำบากในชีวิตที่เราได้รับ โศกนาฎกรรมที่เราต้องประสบทั้งที่เราก็พยายามดำเนินชีวิตอย่างดี พยายามเป็นคนดีต่อหน้าพระเจ้า
  • สิ่งที่พระเจ้าทรงถามเพื่อให้โยบได้ไตร่ตรองอาจจะทำให้เราเองได้คิดเช่นกัน “ตั้งแต่วันที่ท่านเกิดมา ท่านเคยสั่งรุ่งอรุณ และเคยกำหนดสถานที่ให้รุ่งอรุณอยู่หรือ…” 

maxresdefault (1)

  • โยบรู้แล้วว่าตัวเขาเป็นเพียงมนุษย์ที่พระเจ้าทรงสร้างมา เช่นเดียวกับสิ่งต่างที่พระองค์ทรงสร้างก่อนที่เขาจะมีชีวิตเสียอีก พระองค์ทรงให้ทุกสิ่งอุบัติขึ้นตามพระประสงค์ของพระองค์ และแผนการยิ่งใหญ่ของพระองค์ก็เกินกว่าที่เราจะเข้าใจ โยบเองก็ไม่สามารถอธิบายได้ โยบจึงเลือกที่จะจำนนต่อปัญหาต่างๆ เหล่านั้น และยอมรับว่าชีวิตของเขาอยู่ในพระหัตถ์ของพระเจ้า และพระองค์ย่อมให้ทุกสิ่งเกิดขึ้นและเป็นไปตามพระประสงค์ และแน่นอนเรียกร้องความวางใจที่เราพึงมีต่อพระเจ้า
  • วันนี้ให้เราน้อมรับทุกสิ่งทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นความสุข ความยินดี ความทุกข์ ความโศกเศร้า ที่เกิดขึ้นในชีวิตของเรา ทุกสิ่งล้วนเป็นสิ่งที่พระเจ้าอนุญาตให้เกิดขึ้น ให้เรามอบชีวิตของเราไว้ในพระหัตถ์ของพระองค์ด้วยความวางใจ

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

4 ตุลาคม 2018 วันพฤหัส สัปดาห์ที่ 26 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน

  • กิจการดี กิจการกุศลที่เราทำเป็นการมีส่วนร่วมในความดีขององค์พระผู้เป็นเจ้า เป็นการเสริมสร้างบรรยากาศของความดีให้เกิดขึ้น หมายความว่าเป็นการทำให้พระอาณาจักรของพระเจ้าเกิดขึ้นในจิตใจมนุษย์ คือพระเจ้าเข้ามาครอบครองดวงใจของมนุษย์ทุกคน เป็นการทำให้มนุษย์คิดดีทำดีเห็นความดี และเป็นเช่นนี้แหล่ะที่พระเยซูเจ้าทรงตรัสกับเราว่า ““ข้าวที่จะเกี่ยวมีมาก แต่คนงานมีน้อย จงวอนขอเจ้าของนาให้ส่งคนงานมาเก็บเกี่ยวข้าวของพระองค์เถิด…” ในแง่หนึ่งสะท้อนว่าสังคมต้องการผู้มีส่วนร่วมในการเสริมสร้างความดี ในการปลูกฝังความดีงามแก่กันและกัน พระเยซูเจ้าทรงเชื้อเชิญเราให้มีส่วนในงานเสริมสร้างพระอาณาจักรของพระองค์
  • ในอีกแง่หนึ่งนั้นเราต้องชัดเจนในบทบาทของเราคือเป็นคนงานของพระหรือผู้มีส่วนร่วมในการเก็บเกี่ยวของพระเจ้า ความดี หรือคุณค่ายิ่งใหญ่แห่งพระอาณาจักรเป็นของพระเจ้า คือพระเจ้าแต่เพียงผู้เดียว ความดีไม่ใช่ของเรา เราเป็นเพียงผู้มีส่วนร่วมในความดีเมื่อเราลงมือปฏิบัติความดี ดังนั้นจึงไม่ควรคับแคบในจิตใจ สงวนอยู่ในตัวเราหรือกลุ่มของเราโดยเฉพาะ เสมือนกับว่าเราเป็นเจ้าของความดีนั้นเสียเอง คนอื่นทำเรื่องเดียวกันก็ไม่ดีไปเสียหมด ต้องฉันทำเท่านั้นจึงถือว่าดี เราควรจะมีท่าทีที่เปิดกว้างอยู่เสมอ รู้จักชื่นชมกันและกันสนับสนุนกันในการทำความดี เพราะทุ่งนากว้างใหญ่ของพระเจ้ายังรอให้เก็บเกี่ยวอีกมากมาย แม้กระทั่งพระเยซูเจ้าเองยังแต่งตั้งศิษย์เพิ่มอีก 72 คนเพื่อไปประกาศข่าวดี

iur-1

  • วันนี้เราไตร่ตรองว่าฉันจะมีส่วนในความดี ในการประกาศข่าวดีของพระได้อย่างไรบ้าง? สิ่งที่เราคิดพูดทำมี  ส่่วนในการเสริมสร้างความดีสร้างบรรยากาศแห่งความดีหรือไม่ อย่างไร

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

3 ตุลาคม 2018 วันพุธ สัปดาห์ที่ 26 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน

เราทุกคนเป็นมนุษย์ไม่ใช่พระเจ้า หนังสือโยบทำให้เราตระหนักว่าพระเจ้าทรงสรรพฤทธิ์ และเราจะทำเหมือนพระเจ้าที่จะเปลี่ยนฟ้าแปลงแผ่นดินไม่ได้ พระเจ้าเท่านั้นที่ทรงทำสิ่งเหล่านั้นได้ ดังนั้น การที่มนุษย์มัวคับข้องใจว่าทำไมชีวิตต้องพบกับความยากลำบาก ประสบภัยพิบัติหรือวิบากกรรม ความเจ็บไข้ได้ป่วย ทั้งที่พยายามสร้างชีวิตด้วยความตั้งใจดี เป็นคนดีในสังคมก็ดูจะเป็นเรื่องไร้ประโยชน์ เพราะสิ่งต่างๆ เหล่านี้ที่เราอาจตีคุณค่าว่าเป็นความเลวร้ายสำหรับเรา ก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเรา ไม่อยู่ในความควบคุมของเรามนุษย์ เป็นพระเจ้าอนุญาตให้เกิดขึ้น “พระองค์ทรงพระปรีชารู้ทุกสิ่ง ทรงพระอานุภาพทำได้ทุกอย่าง ผู้ใดต่อต้านพระองค์แล้วรอดชีวิตอยู่ได้”

202016130_univ_cnt_1_xl

ให้เราภาวนาเพื่อจะสามารถน้อมรับสิ่งที่พระองค์จะทรงมอบให้กับชีวิตของเรา โดยเฉพาะในยามประสบกับความทุกข์ยากลำบาก ให้เราสามารถรับรู้ถึงความยิ่งใหญ่ของพระองค์และให้เราวอนขอพระเมตตาจากพระองค์ เพราะพระองค์เป็นผู้ดลบันดาลได้ทุกสิ่ง พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าแท้จริง

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

2 ตุลาคม 2018 วันอังคาร สัปดาห์ 26 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน

ระลึกถึง ทูตสวรรค์ผู้อารักขา

เสียงกระซิบที่ไม่ทราบที่มา กลิ่นหอมที่ลอยมา ฯลฯ ที่ชวนให้เราสงสัยว่ามีจิตหรือเทวดาอยู่รอบตัวเราไหม สิ่งที่พระศาสนจักรยืนยันกับเราก็คือ เราแต่ละคนมีเทวดาผู้อารักขาที่ประจำตัวเราแต่ละคน พระเยซูเจ้าตรัสว่า “ทูตสวรรค์ของเขาเฝ้าชมพระพักตร์พระบิดาของเราผู้สถิตในสวรรค์” ไม่เพียงแต่คอยอารักขาเราให้ปลอดภัยแล้วยังทูตสวรรค์เหล่านี้ยังอยู่ใกล้กับพระเป็นเจ้าด้วย

guardian_angels

หนังสืออพยพเล่าว่าพระเจ้าทรงสัญญากับประขากรของพระองค์ว่า “เราจะส่งทูตสวรรค์ไปข้างหน้าท่าน เพื่อป้องกันท่านตามทาง และนำท่านไปถึงสถานที่ที่เราจัดเตรียมไว้…” และเราก็ได้รับการเตือนเช่นกันว่าเราต้อง “เคารพทูตสวรรค์และเชื่อฟังถ้อยคำของเขา อย่าต่อต้าน เพราะเขาทำไปในนามของเรา…” และถ้าเราปฏิบัติตามเราพระเจ้าจะ “เป็นศัตรูกับศัตรูของท่าน เป็นปฏิปักษ์กับปฏิปักษ์ของท่าน ทูตสวรรค์ของเราจะเดินข้างหน้าและนำท่าน”

วันนี้ให้เราตระหนักว่าพระเจ้าทรงรักเรา พร้อมเสมอที่จะปกป้องเราผ่านทางทูตสวรรค์ที่พระองค์ทรงส่งมาตลอดการเดินทางแห่งชีวิตบนโลกนี้จนกว่าจะบรรลุถึงแผ่นดินสวรรค์ ให้เราวอนขอความคุ้มครองจากทูตสวรรค์ผู้อารักขาของเรา

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

1 ตุลาคม 2018 วันจันทร์ สัปดาห์ที่ 26 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน

ฉลองนักบุญเทเรซา แห่งพระกุมารเยซู

นักบุญเทเรซาแห่งพระกุมารเยซูที่เราฉลองในวันนี้ทำให้เราเห็นว่า คุณค่าที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตมนุษย์นั้นอยู่ที่การดำรงอยู่ในความรักของพระ และความรักนั้นแสดงในกิจการที่เราปฏิบัติต่อผู้อื่น และพระศาสนจักรยืนยันกับเราก็คือ กิจการความรักนั้นไม่จำเป็นจะต้องเป็นผลงานวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ แม้แต่กิจการรับใช้ที่เล็กน้อยที่สุดก็มีคุณค่าเสมอต่อหน้าพระเจ้า

download

นักบุญเทเรซาแห่งพระกุมารเยซูไม่เคยมีผลงานอันยิ่งใหญ่ ไม่เคยมีตำแหน่งอะไร ไม่ได้มีอายุยืนยาว ต้องทนทรมานกับโรคภัยที่รุมเร้า แต่ท่านกลับไม่คิดถึงตนเอง ท่านทำความสะอาดงานเย็บปักถักร้อยและงานเล็กๆ น้อยๆ ที่สามารถทำได้ตามที่ได้รับมอบหมายรับใช้สมาชิกในอารามที่ท่านอยู่ เป็นการบริการรับใช้ด้วยหัวใจแห่งรัก เป็นหนทางสายน้อยสู่ความศักดิ์สิทธิ์ ที่เราแต่ละคนสามารถที่จะเลียนแบบในชีวิตของเราได้

“เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า ถ้าท่านไม่กลับเป็นเหมือนเด็กเล็กๆ ท่านจะเข้าอาณาจักรสวรรค์ไม่ได้เลย ดังนั้น ผู้ใดที่ถ่อมตนลงเป็นเหมือนเด็กเล็กๆ คนนี้ ผู้นั้นจะยิ่งใหญ่ที่สุดในอาณาจักรสวรรค์”

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

30 กันยายน 2018 วันอาทิตย์ สัปดาห์ที่ 26 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน

  • เราไม่ควรมองเห็นคนอื่นที่กำลังทำความดีเป็นศัตรู เราควรที่จะสนับสนุนมากกว่า แทนที่จะมาอิจฉากัน กีดกันกันเหมือนกับว่าความดีต่างๆ เหล่านั้นสงวนสำหรับเราหรือพวกของเราแต่เพียงผู้เดียวหรือกลุ่มเดียว มนุษย์ทุกคนได้รับการสร้างจากพระเจ้าและพระองค์ได้ประทานพระพรสำหรับแต่ละคนที่จะสร้างสรรค์ความดี ดังนั้นเราควรทีี่จะชื่นชมกันและกัน สนับสนุนกันมากกว่าจะคอยอิจฉากีดกันให้เกิดความแตกแยกวุ่นวาย โมเสสได้ตอบกับโยชูวาว่า “เราปรารถนาจะให้องค์พระผู้เป็นเจ้าประทานพระจิตของพระองค์แก่ประชากรทั้งปวง และให้เขาทุกคนเป็นประกาศกด้วย” และพระเยซูเจ้าก็บอกกับบรรดาศิษย์เช่นกันว่า “อย่าห้ามเขาเลย ไม่มีใครทำอัศจรรย์ในนามของเรา แล้วต่อมาจะว่าร้ายเราได้ ผู้ใดไม่ต่อต้านเรา ก็เป็นฝ่ายเรา”

Mark 9 38-48 - we tried to prevent him because he does not follow us

  • เราไม่ควรขัดขวางคนอื่นให้เข้าใกล้พระเจ้า นั่นคือบาปการเป็นที่สะดุด พระเยซูเจ้าบอกว่าคนเหล่านี้ “ถ้าเขาจะถูกผูกคอด้วยหินโม่ถ่วงในทะเลก็ยังดีกว่ากระทำดังกล่าว” การกระทำที่ขัดแย้งกับหลักคำสอนทางศาสนา ความเชื่อในศาสนาของตนโดยเฉพาะต่อหน้าบรรดาผู้บริสุทธิ์ผู้เยาว์ลูกหลานเยาวชนนั่นคือการเป็นที่สะดุด แม้เราปฏิบัติศาสนกิจอย่างเคร่งครัดน่าเลื่อมใส แต่เรายังอิจฉาริษยา นินทาใส่ร้าย เอารัดเอาเปรียบคนอื่น คดโกง ก็อาจจะเป็นสาเหตุสะดุดใจต่อคนต่างศาสนาที่มองมายังเรา เหมือนในบทจดหมายนักบุญยากอบ ที่พูดถึงเศรษฐีที่คดโกงค่าจ้างแรงงาน กินดื่มใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือยไม่เคยเผื่อแผ่คนอื่น ท่านเตือนว่า พระเจ้าจะทวงถามความยุติธรรมจากเขา

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

29 กันยายน 2018 ฉลองอัครทูตสวรรค์มีคาแอล กาเบรียล และราฟาแอล

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน

Saint-Michael-Trampling-The-Dragon-1518

มีคาแอล แปลว่าใครเล่าจะเทียบเท่าพระเจ้า แสดงให้เห็นฤทธิ์อำนาจของพระเจ้าสูงสุด ไม่มีผู้ใดที่จะกระทำกิจการยิ่งใหญ่เท่าพระเจ้าสูงสุด ทูตสวรรค์มีคาแอลเป็นผู้ปกป้องคุ้มครอง

Gabriel's message

กาเบรียล แปลว่าพละกำลังของพระเจ้า ท่านถูกส่งมาหาพระนางมารีย์ เพื่อประกาศการเสด็จมาขององค์พระผู้เป็นเจ้า เพื่อปราบศัตรูคือบาปและความตาย

saint_raphael_the_archangel

ราฟาแอล แปลว่า การเยียวยารักษาของพระเจ้า ในพระคัมภีร์เล่าว่าท่านคืนสายตาและความมืดบอดแก่โตบิต จึงได้รับนามว่าพลังแห่งการเยียวยารักษาของพระเจ้า

ให้เราภาวนาวอนขอต่ออัครทูตสวรรค์ของพระเจ้าเพื่อรับพลังของพระเจ้า เพื่อรับการปกป้องจากพระองค์ และรับการเยียวยารักษาจากพระองค์

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

28 กันยายน 2018 วันศุกร์ สัปดาห์ที่ 25 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน

  • เมื่ออะไรก็ตามที่ “ถูกคน ถูกที่ ถูกเวลา” ทั้งสามอย่างนี้มาบรรจบพบกันเราก็จะพบกับความเหมาะเจาะเหมาะสม และอะไรก็จะดีไปหมด แต่บางทีเรามักติดใจอยู่กับอดีต กังวลกับอนาคตที่ยังมาไม่ถึง และลืมปัจจุบันที่อยู่ต่อหน้าเรา เราติดใจกับคนในอดีต เราคาดหวังอยากได้คนที่มีคนสมบัติครบถ้วนซึ่งยังหาไม่ได้ จนลืมไปว่ามีคนที่อยู่ ณ เวลานี้ที่พอที่จะทำให้ทุกอย่างก้าวต่อไปได้ หรือบางครั้งเราคิดว่าสิ่งหนึ่งที่เคยทำแล้วดีสำเร็จในอีกที่หนึ่งน่าจะทำให้เกิดขึ้นได้อีกที่หนึ่งโดยไม่คำนึงว่ามีองค์ประกอบหลายอย่างที่แตกต่างกันออกไป เมื่ออะไรที่ “ถูกคน ถูกที่ ถูกเวลา” ไม่บรรจบกันความทุกข์ ความหนักใจ ไม่สบายใจ หรือความอึดอัดก็มักจะมาหาเรา

Ec3

  • ปัญญาจารย์ที่สอนชีวิตด้วยประสบการณ์ที่กลั่นกรองผ่านกาลเวลาสอนกับเราในวันนี้ว่า มนุษย์คนรู้จักเรียนรู้ความเป็นไปที่ผกผันไปตามกาลเวลา วางใจพระเจ้าที่อยู่เบื้องหลังทุกสิ่ง และอยู่เบื้องหลังชีวิตของเรามนุษย์ด้วย “พระองค์ทรงกระทำให้ทุกสิ่งงดงามตามเวลา แต่ทรงใส่ความสำนึกถึงเวลาที่ผ่านไปไว้ในใจของมนุษย์ ถึงกระนั้นมนุษย์ก็ยังไม่เข้าใจจุดเริ่มต้นและการสิ้นสุดของกิจการที่พระเจ้าทรงกระทำ”
  • เปโตรเองที่กล่าวถึงพระเยซูเจ้าว่า “พระองค์คือพระคริสต์ของพระเจ้า”  ก็ยังไม่เข้าใจอย่างแท้จริงถึงความจริงในสิ่งที่เขากล่าว เราเองก็คงไม่สามารถเข้าใจหลายสิ่งหลายอย่างในชีวิตได้ครบถ้วน ต้องอาศัยเวลา ให้เราวอนขอพระปรีชาญาณความรอบรู้จากพระเจ้าเพื่อเราจะได้รู้ซึ้งถึงความจริง รู้ถึงพระประสงค์ของพระเจ้า และรู้หนทางที่เราจะดำเนินชีวิตอย่างดีอย่างถูกต้องต่อไป

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

27 กันยายน 2018 วันพฤหัส สัปดาห์ที่ 25 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน

  • พระวรสารวันนี้ทำให้เราตระหนักความจริงข้อหนึ่ง ก็คือการได้ยินเรื่องราวของใครสักคนไม่ดีเท่ากับการที่เราได้รู้จักคนนั้นเป็นการส่วนตัว
  • เฮโรดในวันที่พระเยซูเจ้าถูกจับมาให้ตัดสิน เป็นการพบกันหลังจากที่เขาหาโอกาสจะพบกับพระองค์ เฮโรดยังคิดว่าพระองค์จะทำอัศจรรย์ปลดปล่อยตัวเองให้เป็นอิสระพ้นจากความตายบนกางเขน น่าเศร้าที่เฮโรดก็ยังไม่รู้จักพระเยซูเจ้าอย่างแท้จริง

  • ความท้าทายและคำถามก็คือพระเยซูเจ้าเป็นใครสำหรับเรา