ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

24 สิงหาคม 2018 ฉลองนักบุญบาร์โธโลมิว อัครสาวก

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน

ฟิลิป เป็นผู้ที่ชักชวนนาธานาเอลให้มาหาพระเยซูเจ้า แม้เขาจะไม่สามารถจะรู้จักพระองค์ได้ทั้งครบจนอธิบายให้นาธานาเอลอย่างกระจ่าง เขาเลือกที่จะให้นาธานาเอลได้เรียนรู้และทำความรู้จักพระเยซูเจ้าด้วยตนเอง เขาพูดเพียงว่า “มาดูซิ” บางทีเราแต่ละคนอยากส่งเสริมผู้อื่น โดยเฉพาะเด็ก เยาวชน บุตรหลาน หรือผู้ที่กำลังแสวงได้รู้จักพระเยซูเจ้าด้วยกิจการเรียบง่ายคือ “การเปิดโอกาส” เปิดโอกาสให้ผู้อื่นได้เรียนรู้

images-61-jpg

นาธานาเอล สะท้อนถึงบุคคลที่มีจิตใจซื่อ ตรงไปตรงมา แม้เขาจะไม่ค่อยได้สนใจในพระเยซูเจ้ามากนักในตอนเริ่มต้น แต่เขาก็เลือกที่จะไปตามคำชักชวนของฟิลิป และทำให้เขาได้เรียนรู้จักพระองค์ “รับบี พระองค์เป็นพระบุตรของพระเจ้า พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ของชนชาติอิสราเอล” และพระเยซูเจ้าสัญญา “… ท่านจะเห็นเหตุการณ์ที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นอีก” ยิ่งเราเข้าใกล้องค์พระเยซูเจ้าเราจะยิ่งได้เรียนรู้ความจริงเกี่ยวกับพระองค์มากยิ่งขึ้นอีก สิ่งที่สำคัญที่นาทานาเอลเป็นตัวอย่างแก่เราคือ “การเปิดใจ” เปิดโอกาสให้ตัวเองได้เรียนรู้

พระเจ้าทรงเรียกท่านให้มารู้จักและติดตามพระองค์ ในเวลาเดียวกันพระองค์ปรารถนาให้เราเป็นผู้ร่วมงานประกาศข่าวดีด้วยการเชิญชวนผู้อื่นให้มาหาพระองค์ ให้เราเปิดใจตัวเอง และเปิดโอกาสสำหรับผู้อื่นเสมอ

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

23 สิงหาคม 2018 วันพฤหัส สัปดาห์ 20 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน

พระเจ้าไม่บังคับใครให้รักพระองค์ แม้ว่าพระองค์ทรงรักมนุษย์ไม่มีเสื่อมคลาย ถึงกับตรัสว่า “…เราจะชำระท่านจากมลทินทั้งหมดและจากรูปเคารพทั้งหลายของท่าน เราจะให้ใจใหม่แก่ท่าน…ท่านจะเป็นประชากรของเรา และเราจะเป็นพระเจ้าของท่าน”

lessons-from-the-parables-matthew-22-the-invitation-to-the-wedding-feast_1

สำหรับคริสตชนเราได้รับการชำระแล้วด้วยน้ำแห่งศีลล้างบาป เรากลับมีใจใสบริสุทธิ์อีกครั้งหนึ่ง สิ่งสำคัญคือการรักษาชีวิตใหม่นี้จนกว่าจะไปร่วมงานเลี้ยงนิรันดรที่พระเจ้าได้เชิญเราไว้ การรักษาชีวิตใหม่นี้คือการดำเนินชีวิตตามคำสอนของพระองค์ดังการแต่งกายให้เหมาะสมเข้าสู่งานเลี้ยง

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

19 สิงหาคม 2018 สมโภชพระนางมารีย์รับเกียรติเข้าสู่สวรรค์ทั้งกายและวิญญาณ

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน

  1. ในโลกนี้เราต้องต่อสู้กับมังกร(ซาตาน)  ภาพสัญลักษณ์ในหนังสือวิวรณ์ที่สตรีต่อสู้กับมังกรใหญ่สีแดง สะท้อนให้เห็นว่าพระศาสนจักรเช่นเดียวกับพระนางมารีย์ซึ่งหมายถึงทุกคนที่เป็นสมาชิกของพระศาสนจักรจะต้องทำการต่อสู้กับซาตาน(มังกรใหญ่) จนกว่าจะเอาชนะมันให้ได้ ปีศาจคอยขัดขวางแผนการของพระ กัดกินความดีงาม ทำให้มนุษย์เข้าหาพระเป็นเจ้ายากขึ้น ให้เราเป็นทาสของสิ่งยั่วยวนจนไม่สนใจในความดีต่อไป… หากเราตกอยู่ใต้อำนาจของมันสวรรค์ก็คงจะไม่ได้เห็นแน่ๆ
  2. ภาพการดำเนินชีวิตสองแบบกับผลที่แตกต่าง นักบุญเปาโลชี้ชัดว่าคนที่เลือกตามหนทางของปีศาจ ไม่รับแผนการและพระประสงค์ของพระเขาอาจจะดูมีความสุขบนโลกนี้แต่ความตายนิรันดรรอคอยเขาอยู่ แต่ในพระเยซูเจ้าสะท้อนให้เห็นหนทางที่มนุษย์จะพบกับชีวิตนิรันดรได้โดยอาศัยการเอาชนะจิตใจฝ่ายต่ำของตนเอง เอาชนะการผจญล่อลวงของปีศาจ จนกระทั่งยอมตายเพื่อความดีเท่านั้น
  3. กิจการยิ่งใหญ่สำเร็จไปเพราะพระเจ้า…คนมีพระในชีวิตจะมีความยินดีแม้ยังยากลำบากในการดำเนินชีวิตบนโลกนี้ เหตุการณ์การตั้งครรภ์ของพระนางมารีย์และนางเอลีซาเบ็ธ ทำให้ทั้งสองคนประจักษ์ชัดว่าไม่มีอะไรที่พระเจ้าจะทรงกระทำไม่ได้ บทสนทนาของทั้งสองรวมทั้งบทสรรเสริญของพระนางมารีย์ไม่มีความทุกข์กังวลใดเจือปนอยู่เลยนอกจากความชื่นชมยินดี การกล่าวสรรเสริญความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า ความเมตตาของพระเจ้าที่มีต่อทั้งสองผู้ต่ำต้อย

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

18 สิงหาคม 2018 สัปดาห์ที่ 19 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน

“พ่อกินผลองุ่นเปรี้ยง ลูกเข็ดฟัน” เด็กมักเลียนแบบผู้ใหญ่ และโดยเฉพาะในสังคมชาวยิวผู้ชายถือเป็นผู้นำครอบครัว เป็นธรรมดาที่สิ่งที่บิดาพูดหรือกระทำเด็กๆ มักจะเลียนแบบทั้งในทางดีและชั่ว แต่ประกาศกเอเสเคียลก็ยังยืนยันว่าความยากลำบากความชั่วร้ายที่เรากำลังเผชิญอยู่เป็นเพราะบาปของบรรพบุรุษของเราตามคำกล่าวนี้ไม่ได้ เพราะ “…ผู้ใดทำบาป ผู้นั้นจะต้องตาย” พระเยซูเจ้าทรงดุว่าบรรดาสาวกที่ขัดขวางไม่ให้เด็กๆ เข้ามาหาพระองค์ พระองค์กลับเรียกบรรดาเด็กๆ เหล่านั้นให้เข้ามาและทรงอวยพรพวกเขา

36536416016_183ea9224b_z

วันนี้ให้เราตระหนักว่าเราแต่ละคนจะต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของเรา และสิ่งที่เราพูดสิ่งที่เรากระทำอาจจะเป็นแบบอย่างให้เด็กๆ เลียนแบบได้ ดังนั้นเราควรให้แบบอย่างที่ดีแก่พวกเขาเสมอ การกระทำอย่างนี้จะเป็นการนำพวกเขาให้ใกล้กับพระเยซูเจ้าและพวกเขาจะได้รับพรจากพระองค์

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

17 สิงหาคม 2018 วันศุกร์ สัปดาห์ที่ 19 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน

อิสราเอล เป็นเหมือนเด็กที่พระเจ้าเฝ้าฟูมฟักดูแลและส่งเสริมให้เขาเติบใหญ่ขึ้นมา พระเจ้าทำให้พวกเขาเป็นชนชาติรุ่งเรือง ทรงกระทำพันธสัญญากับพวกเขาพร้อมทั้งประทานพระบัญญัติเพื่อพวกเขาจะได้อยู่ในความรักของพระองค์ตลอดไป แต่เมื่อพวกเขาเจริญก้าวหน้าขึ้นพวกเขาเป็นเหมือนหญิงที่หลงไหลในความสวยงามของตนเอง มองข้ามความรักที่พระเจ้าทรงมีต่อเขา ประพฤติตนนอกลู่นอกทางไม่สนใจถือตามพระบัญญัติของพระเจ้า หันไปกราบไหว้พระเท็จเทียม เหมือนหญิงคบชู้มีใจให้ชายอื่น

Wills-After-Marriage

เราอาจจะเป็นเหมือนอิสราเอลหรือหญิงคบชู้เช่นกันหากเราหลงลืมไปว่าพระเจ้าทรงอยู่เบื้องหลังในชีวิตของเราตลอดมา พระองค์ประทานพระพรมากมายแก่เราจนมีทุกวันนี้ เราควรเรียนรู้ที่จะสุภาพถ่อมตนเสมอและไม่ลืมที่มาของเรา

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

15 สิงหาคม 2018 วันพุธสัปดาห์ที่ 19 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน

บางครั้งเรามักเข้าใจผิดคิดว่าการเตือนคนอื่นหมายถึงเราดีกว่าเขา เราเหนือกว่าเขาเพราะเราไม่ได้ทำผิดเหมือนเขา และมากไปกว่านั้นเรายังคิดว่าเรามีอำนาจตัดสินลงโทษเขาตามที่เราต้องการ อันที่จริงแม้แต่พระเจ้าเองพระองค์ไม่เคยตัดสินลงโทษผู้ทำความผิดในทันทีที่มนุษย์คนหนึ่งทำผิด พระองค์ยังคงให้เวลาให้โอกาสเพื่อมนุษย์จะเปลี่ยนแปลงแก้ไข และพระองค์ยังส่งผู้ช่วยมาคอยชี้นำทางคอยตักเตือนก็คือ พวกเราซึ่งเป็นเพื่อนพี่น้องกันนั่นแหล่ะ

แนวทางการตักเตือนกันและกันที่พระเจ้าทรงบอกกับเราในวันนี้ก็คือ เราต้องมีความจริงใจปรารถนาให้เขาเปลี่ยนแปลงจริงๆ ไม่ใช่ในทัศนคติที่กล่าวไว้ข้างต้น ไม่ทำให้เขาต้องอับอายเพราะการประจานความผิดต่อสาธารณะ เราควรหาคนที่คิดว่าเขาจะฟังซึ่งส่วนใหญ่ก็คงจะเป็นผู้ใหญ่หรือคนที่เขานับถือ และหากเขายังไม่เปลี่ยนแปลงก็คงต้องรอคอยต่อไป สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดในฐานะเพื่อนมนุษย์ก็คือภาวนาสำหรับเขาเป็นพิเศษ

Mt-18-15-20

บางทีเราไม่กล้าตักเตือนกันเพราะเข้าสุภาษิต “ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่” ต่างฝ่ายต่างรู้ความผิดพลาดของกันและกัน เรากลัวจะขาดความสัมพันธ์แต่ไม่กลัวที่เพื่อนพี่น้องของเราจมลึกในความชั่ว การตักเตือนอาจจะได้รับการตอบสนองที่ไม่ดีก็เป็นได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าเราไม่ควรที่จะตักเตือนกันและกันเลย เราต้องเลียนแบบพระเยซูเจ้าและบรรดาประกาศกที่กล้าพูดความจริงอย่างตรงไปตรงมา กล้าตักเตือนความผิดที่ผู้อื่นได้ทำ และแม้ว่าผลที่ออกมาจะไม่เป็นที่ชอบใจนักในความคิดของเรา แต่พวกเขาก็ได้ทำหน้าที่ที่พระเจ้าทรงมอบให้อย่างซื่อสัตย์… บางทีพระองค์ก็ทรงเรียกเราให้ทำหน้าในการตักเตือนผู้อื่นเหมือนกัน

ให้เราขอพรให้ความกล้าหาญที่จะตักเตือนผู้อื่นเพราะเห็นแก่ความรักต่อเพื่อนพี่น้องเสมอ

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

13 สิงหาคม 2018 วันจันทร์ สัปดาห์ที่ 19 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน

แม้ไม่มีความจำเป็นต้องปฏิบัติพระเยซูเจ้าทรงยอมตามกฎเกณฑ์เสียภาษีบำรุงพระวิหารทั้งที่พระองค์ประกาศอย่างชัดเจนว่าพระองค์อยู่นอกเหนือกฎเกณฑ์ พระองค์อยู่ในบ้านของพระบิดาของพระองค์ ถ้าเช่นนั้นโอรสธิดาย่อมได้รับการยกเว้น แต่เพื่อมิให้ใครตำหนิเรา…” 

การชำระภาษีบำรุงพระวิหารของพระเยซูเจ้าและของเปโตรเป็นอัศจรรย์ที่มาจากวิธีการเรียบง่าย พระองค์ให้เปโตรไปตกปลา “… ท่านจงไปที่ทะเล หย่อนเบ็ดลงไป จับปลาตัวแรกที่ตกได้ เปิดปากปลา ท่านจะพบเงินหนึ่งเหรียญ จงนำเงินนั้นไปเสียภาษีเพื่อเราและท่านเถิด

ดดดดดดดดดดดด
รอยยิ้มกับ Like ของแม่ : ความสัมพันธ์ในครอบครัวเริ่มจากการให้เวลาพบปะกัน

ความสงบสันติ การอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข เกิดจากการไม่ถือตัวตั้งเงื่อนไขมากมายจนเกินไป การยอมปฏิบัติตัวร่วมในกติกาของสังคม และการหันกลับมาสู่สิ่งเล็กๆ น้อยที่ทำแล้วก่อให้เกิดความรักความเอื้ออาทรเกิดความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน แม้ดูจะธรรมดาและไม่เกี่ยวกันแต่อาจจะเป็นอัศจรรย์อันยิ่งใหญ่ที่เยียวยาแก้ไขปัญหาที่เรื้อรังในสังคมก็เป็นได้

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

11 สิงหาคม 2018 วันเสาร์ สัปดาห์ที่ 18 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน

ชีวิตของเราบนโลกนี้เกี่ยวพันกับการขัดสู้กันของพลังแห่งความดีและความชั่วอยู่เสมอ ประสบการณ์บางอย่างอาจจะทำให้เราตั้งคำถามเหมือนประกาศกฮาบากุก “…ทำไมพระองค์จึงทอดพระเนตรเห็นคนทรยศ และทรงนิ่งอยู่เมื่อคนอธรรมกลืนผู้ชอบธรรมกว่าตน” เราอยากเห็นคนดีได้รับการตอบแทน ให้คนดีได้รับรางวัลจากการทำดีของเขา…พระเจ้าตรัสตอบประกาศกฮาบากุกในที่สุดว่า แม้จะนานสักหน่อยแต่คนชอบธรรมจะได้รับความยุติธรรมในที่สุด เขาจะได้รับรางวัลของเขา… 

hqdefault

สิ่งที่สำคัญสำหรับเราซึ่งยังดำเนินชีวิตอยู่บนโลกนี้คืออะไร? คือความเชื่อและวางใจในพระเป็นเจ้านั่นเอง พระองค์ทรงเป็นองค์แห่งความดี ทรงพระยุติธรรมไม่มีเปลี่ยนแปลง และไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้สำหรับผู้มีความเชื่อ “…ถ้าท่านมีความเชื่อสักเท่าเมล็ดมัสตาร์ด แล้วพูดกับภูเขานี้ว่า ‘จงย้ายจากที่นี่ ไปที่โน่น’ มันก็จะย้ายไป และไม่มีอะไรที่ท่านจะทำไม่ได้” 

เราได้รับเรียกให้มีความเชื่อมีความหวังในพลังของพระเจ้าที่จะนำเราไปสู่โลกที่ดีกว่า และอัศจรรย์จะเกิดขึ้นได้เมื่อเราเชื่ออย่างไม่สงสัยว่าความดีเล็กน้อยที่เราทำจะเปลี่ยนแปลงโลก

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

10 สิงหาคม 2018 สัปดาห์ที่ 18 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน

ในการดำเนินชีวิตประจำวันของเรา ต้องบอกว่าหลายอย่างที่เราทำเป็นความดี มันดีเพราะดีในตัวมันเอง เราตั้งใจเรียน เราเลี้ยงดูครอบครัว เราสร้างสรรค์ผลงานให้สำเร็จ เราออกกำลังกายรักษาสุขภาพ เราทำบูญทำทาน ฯลฯ แต่เราทำด้วยใจยินดีไหม? เราทำด้วยความตั้งใจดี ด้วยน้ำใจอิสระไม่ได้ถูกบีบบังคับหรือเปล่า? หรือเราทำเพราะจำใจ เพราะมีแรงผลักดันจากภายนอกบีบคั้น เช่น กลัวเขานินทา กลัวเสียหน้า กลัวแปลกแยกจากคนอื่น เป็นต้น

hand-1549224_1920

นักบุญเปาโลสอนเราว่า “แต่ละคนจงให้ตามที่ตั้งใจไว้ มิใช่ให้โดยนึกเสียดาย มิใช่ให้โดยฝืนใจ เพราะว่าพระเจ้าทรงรักผู้ที่ให้ด้วยใจยินดี…”  และที่สุดพระเจ้า “…จะทรงเพิ่มพูนผลแห่งความชอบธรรมของท่านด้วย”

ให้เราตระหนักเสมอในทุกกิจกรรมเป็นการมอบความรักต่อผู้อื่นเสมอ เราจะทำด้วยความยินดีเต็มใจ

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

9 สิงหาคม 2018 วันพฤหัส สัปดาห์ที่ 18 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน

การรับรู้ความจริง การสัมผัสถึงความรักความเมตตาของพระเจ้า การรับรู้ในความดีของผู้อื่่น ไม่ใช่เรื่องง่ายหากบุคคลนั้นไม่เปิดหัวใจของเขา นี่จึงเป็นสาเหตุที่พระเยซูเจ้าตรัสว่า “พระองค์จะต้องเสด็จไปกรุงเยรูซาเล็มเพื่อรับการทรมานอย่างมาก…จะถูกประหารชีวิต…และจะทรงกลับคืนพระชนม์ชีพในวันที่สาม” เพราะพระเจ้าไม่เคยบีบบังคับใครให้ต้อนรับพระองค์ แน่นอนพระองค์หวังไว้เช่นนั้น พระองค์เลือกที่จะรอคอยการตอบสนองการตอบรับจากมนุษย์ด้วยใจอิสระอย่างแท้จริง “…เราจะใส่ธรรมบัญญัติของเราไว้ภายในเขา เราจะเขียนธรรมบัญญัติไว้ในใจของเขา เราจะเป็นพระเจ้าของเขา และเขาจะเป็นประชากรของเรา…”

peter6-1024x982

เปโตรทำให้เราเห็นว่าบางครั้งความคิดและการกระทำบางอย่างของเราก็ไม่สอดคล้องกับหนทางของพระ เราจำเป็นต้องเปิดทางให้ความดี เปิดทางให้พระเจ้าได้ทำในบทบาทของพระองค์ ให้พระจิตเจ้าได้โน้มนำจิตใจมนุษย์ ไม่ใช่ด้วยการกำหนด กะเกณฑ์ วางอำนาจหรือใช้กำลังบังคับซึ่งเป็นเพียง “การกระทำแบบไม่ได้ใจ”

ท่านให้พระเจ้าได้ตราบัญญัติรักในใจของท่านหรือยัง?