ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

24 เมษายน 2020 วันศุกร์ สัปดาห์ 2 เทศกาลปัสกา (กจ 5:34-42)

ความสุขของบางคนเป็นเรื่องของการสร้างสรรค์ ทำให้ความดีเกิดขึ้นในสังคม สร้างชีวิตของตนให้สมศักดิ์ศรีที่ได้เกิดมา เป็นความภาคภูมิใจของบิดามารดา มีความสุขที่ได้ได้ช่วยเหลือเกื้อกูลผู้อื่นให้ก้าวหน้า การทำชีวิตแบบนี้สอดคล้องกับพระประสงค์ของพระเจ้า และไม่มีอะไรที่น่าอัปอายแม้สิ่งที่กระทำอาจจะไม่โดดเด่นเหนือใคร และไม่จำเป็นต้องมีตัวชี้วัดที่ตำแหน่ง ทรัพย์สิน หรือชื่อเสียงเกียรติประวัติ

แต่บุคคลที่น่าสงสารคือคนที่คิดว่าตนจะต้องอยู่เหนือคนอื่นตลอดเวลา เขาจะไม่รู้สึกชื่นชมผู้ใดหากเขาทำดีกว่า เก่งกว่า สามารถมากกว่า จะเอ่ยปากชื่นชมทั้งทีก็สัมผัสได้ถึงความไม่จริงใจ และแน่นอนหากดีสู้เขาไม่ได้ วิธีชั่วร้ายง่ายๆ ก็คือการขัดขวาง บ่อนทำลายให้เสียกำลังใจ ขยายข้อบกพร่องเล็กๆ น้อยๆ ให้กลายเป็นประเด็นที่ต้องถึงโทษประหาร คนประเภทนี้หาความสุขที่แท้จริงในชีวิตแสนยาก เพราะเขาจะไม่มีทางสงบได้หากมีคนดี คนเก่งผ่านเข้ามาในการรับรู้ของเขา ใครที่มีลักษณะนิสัยเช่นนี้เห็นทีจะต้องรีบปรับปรุงเป็นการด่วน

Gamaliel the wise?

แนวคิดอันหนึ่งที่อาจจะช่วยได้ก็คือข้อคิดที่กามาลิเอลได้เสนอความเห็นต่อสภาซันเฮดรินขณะที่พวกเขากำลังทำการไต่สวนเพื่อเอาผิดบรรดาอัครสาวก ท่านจะทำอะไรกับคนเหล่านี้ปล่อยเขาไปเถิด เพราะถ้าแผนการและกิจการของเขามาจากมนุษย์ แผนการและกิจการนั้นก็จะสลายไปเอง แต่ถ้ามาจากพระเจ้าท่านทั้งหลายจะทำลายเขาไม่ได้ ยิ่งกว่านั้นท่านจะกลับเป็นผู้ต่อสู้กับพระเจ้าเสียเอง“(กจ 5:35, 38-39) แปลเป็นคำชาวบ้านๆ ว่า “ไม่ต้องไปยุ่งสักเรื่องนึงก็ได้ ถ้าไม่ใช่ของแท้ก็แพ้ภัยไปเองแหล่ะ

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

23 เมษายน 2020 วันพฤหัส สัปดาห์ 2 เทศกาลปัสกา (กจ 5:27-33)

หากบรรดาอัครสาวกไม่คิดมากยอมที่จะปฏิบัติตามสิ่งที่มหาสมณะกำชับคือ “ไม่ให้สอนโดยออกนามนี้(นามพระเยซู)” แน่นอนว่าพวกเขาคงไม่ต้องเผชิญกับความยากลำบาก ไม่ต้องถูกนำไปไต่สวน และอาจจะได้ประโยชน์บางอย่างโดยเฉพาะจากบรรดาผู้มีอำนาจ แต่การเป็นประจักษ์พยานจะเกิดขึ้นได้อย่างไร ความเชื่อในพระเยซูเจ้าจะมาถึงเราได้อย่างไร คงไม่มีทางเป็นไปได้

Tough Choices -- A Sermon for Easter 2

ในทำนองเดียวกันหากสังคมหรือหมู่คณะเต็มไปด้วยพวกประจบสอพลอ นายว่าขี้ข้าพลอย ไม่สนใจศีลธรรมถูกผิดชั่วดี ดูเป็นเรื่องของความนอบน้อมเชื่อฟังดี ไม่มีปัญหาของความขัดแย้ง สบายใจกันทุกฝ่าย ได้ดีกันทั่วหน้า เพราะต่างเอื้อประโยชน์กันและกัน ความดีส่วนรวมจะเกิดขึ้นได้อย่างไร จะรักษาความยุติธรรม ความถูกต้องในสังคมได้อย่างไร หากเราไม่กล้าที่จะยืนหยัดในความจริง ไม่กล้าเลือกความดี

เมื่อเราต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ต้องเลือก ผลประโยชน์และความต้องการส่วนตัวไม่น่าจะเป็นสิ่งที่เราควรยึดไว้เป็นอันดับแรก ความดีความซื่อตรงต่อตัวตนของตนเองต่างหากที่ควรต้องคำนึงถึง นักบุญเปโตรสอนเราด้วยคำพูดและแบบอย่างของท่าน “เราต้องเชื่อฟังพระเจ้ายิ่งกว่าเชื่อฟังมนุษย์”

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

22 เมษายน 2020 วันพุธ สัปดาห์ 2 เทศกาลปัสกา (กจ 5:17-26)

“ความอิจฉา” มักเป็นสาเหตุทำให้เราปิดตัวปิดใจจากความจริง เป็นความมืดบอดที่อาจจะทำให้เราถึงกับทำร้ายทำลายคนดี ตลอดประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติแม้แต่ในพระศาสนจักรก็ยังเจือปนด้วยความอิจฉาซึ่งเป็นการบ่อนทำลายจากภายใน ผู้มีอำนาจที่เต็มไปด้วยความอิจฉา ก็เป็นธรรมดาที่จะไม่ยินดีในความสามารถของคนอื่น เขาพร้อมที่จะขจัดคนดีออกไปจากเส้นทางของเขา และผลก็มักจะเป็นความตกต่ำเสื่อมถอยของสังคมหรือแม้กระทั่งพระศาสนจักรหากสำเร็จ การถูกเบียดเบียนของบรรดาอัครสาวกที่เราได้รับฟังจากหนังสือกิจการอัครสาวกในวันนี้ก็บันทึกไว้อย่างชัดเจน “มหาสมณะและทุกคนที่อยู่กับเขาคือกลุ่มชาวสะดูสี มีความอิจฉาอย่างยิ่ง จึงจับกุมบรรดาอัครสาวกและจองจำไว้ในคุกสาธารณะ”(กจ 5:17-18)

Breaking Out | The Sophia Center for Spirituality

ดูเหมือนการเป็นคนดีเป็นเรื่องยาก มักจะมีคนคอยอิจฉา ทำลายตัวตนของเรา บิดเบือนจนทำให้เราต้องได้รับความเสียหาย และเป็นเหยื่อของเกมอำนาจ บ่อยครั้งก็ต้องรับผลของความรุนแรง แต่หากมองให้ดี เราจะท้อใจไปทำไม จะมีความชั่วร้ายใดใดมากล้ำกรายได้หากพระเจ้าไม่มีพระประสงค์ให้เกิดขึ้น

พระเจ้าจะทรงพิทักษ์และช่วยเราให้รอดจากภยันตรายอย่างแน่นอน ดังเช่นที่พระเจ้าทรงส่งทูตสวรรค์ของพระองค์มาช่วยบรรดาอัครสาวก (กจ 5:19) จึงไม่มีเหตุผลใดที่เราจะต้องล้มเลิกความตั้งใจในการทำความดีของเรา

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

21 เมษายน 2020 วันอังคาร สัปดาห์ 2 เทศกาลปัสกา (กจ 4:32-37)

บารนาบัส เป็นชื่อเรียกที่บรรดาอัครสาวกตั้งให้มีความหมายว่า “บุตรแห่งการให้กำลังใจ” ชื่อเดิมของเขาคือโยเซฟ เขาได้ชื่อ “บารนาบัส” เพราะเขาเป็นคนมีน้ำใจ มีใจกว้าง เขาแบ่งปันสิ่งที่เขามีเพื่อสนับสนุนงานการประกาศข่าวดีของอัครสาวก ใน กจ 9:27 ยังสะท้อนความใจกว้างและการให้กำลังใจด้วยการนำเซาโลมาให้เป็นที่รู้จักกับกลุ่มอัครสาวก เซาโลคนนี้เป็นคนที่เคยต่อต้านพวกที่เชื่อในพระเยซูเจ้า แต่ภายหลังได้กลายเป็นอัครสาวกเปาโลที่ยิ่งใหญ่ของพระองค์ เขาเข้ามาเป็นสมาชิกของอัครสาวกด้วยการชักนำของบารนาบัส…

Barnabas - Wikipedia

ไม่คิดหรือว่าสังคมมนุษย์แม้กระทั่งในกลุ่มคริสตชนเองต้องการบุคคลอย่าง “บารนาบัส” คนที่มีใจกว้าง คนที่คอยให้โอกาสและสนับสนุนความดีของกันและกัน

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

20 เมษายน 2020 วันจันทร์ สัปดาห์ 2 เทศกาลปัสกา (กจ 4:23-31)

สัญญาณแห่งการถูกเบียดเบียนของบรรดาอัครสาวกเริ่มต้นขึ้นแล้ว ขณะที่พวกเขากำลังประกาศข่าวดีแห่งการกลับคืนชีพของพระเยซูเจ้า ไม่ต่างอะไรจากประสบการณ์ที่พวกเรามี เมื่อจะเริ่มต้นกิจการดีอะไรสักอย่าง หรือเมื่อเรากำลังทำให้สิ่งที่ดีดีก้าวหน้าขึ้น มักเผชิญกับอุปสรรค การบิดเบือนความจริง การถูกใส่ร้ายป้ายสี การต่อต้าน การข่มขู่ การทำร้ายทำลายสารพัดรูปแบบ …

FBC Hodgenville's Podcast: Pray for Boldness (Acts 4:23-31 ...

สิ่งที่บรรดาอัครสาวกวอนขอจากพระคือ “ความกล้าหาญ” ซึ่งจำเป็นต่อการยืนหยัดในพันธกิจที่พวกเขาได้รับ แน่นอนจำเป็นต่อปณิธานหรือความตั้งใจดีในชีวิตของเราด้วยเช่นเดียวกัน

“…โปรดทอดพระเนตรคำข่มขู่ของเขาทั้งหลาย และประทานให้ข้ารับใช้ของพระองค์ประกาศพระวาจาของพระองค์ด้วยความกล้าหาญอย่างยิ่งเถิด…”

โอวาทจิตตาธิการสำหรับการประชุมพลมารีย์

19 เมษายน 2020 สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลปัสกา

โดยคุณพ่อสมหมาย มธุรสสุวรรณ จิตตาธิการคูเรียเขต 1/1

พระวาจาของพระเจ้าในอาทิตย์ที่ 2 เทศกาลปัสกาเน้นว่าพระเยซูเจ้ายังทรงประทับอยู่ และฤทธิ์อำนาจของพระองค์นั้นอยู่ในท่ามกลางเรา เครื่องหมายและอัศจรรย์มากมายที่เกิดขึ้นผ่านทางบรรดาอัครสาวก โดยเฉพาะในบรรดาคนเจ็บป่ายที่ถูกนำออกมาเพียงหวังว่าเงาของพวกเขาจะทอดผ่าน เพื่อพวกเขาจะได้รับการเยียวยารักษา ซึ่งเป็นประจักษ์พยานว่าพระเยซูเจ้ายังอยู่ท่ามกลางพวกเขา เพราะบรรดาอัครสาวกทำกิจการอัศจรรย์ต่างๆ เหล่านั้นในนามของพระองค์ บรรดาคนที่มีความเชื่อเพิ่มมากขึ้น แต่ก็มีบางคนที่หนังสือกิจการอัครสาวกบันทึกไว้ว่า “ไม่มีผู้อื่นกล้าเข้ามารวมกลุ่มกับเขา แต่ประชาชนยกย่องเขาอย่างมาก”(กจ 5:13)

Pattamarot: Acts 5:12-16_คริสตจักรที่มีหมายสำคัญและการอัศจรรย์

“ผู้อื่น” ในที่นี้อาจจะเข้าใจได้ว่าคือผู้ที่แม้เห็นกิจการดีกิจการอัศจรรย์ของบรรดาอัครสาวกซึ่งทำในนามของพระเยซูเจ้าอันเป็นที่ประจักษ์แก่สายตา แต่พวกเขาก็ไม่กล้าพอที่จะมารวมกับพวกเขา อาจจะหมายถึงบรรดาหัวหน้าสมณะ ผู้อาวุโส ที่เกรงกลัวว่าชื่อเสียงของตัวเองจะแปดเปื้อน หากไปรวมกลุ่มกับศิษย์ของพระเยซูเจ้าแล้วจะถูกกล่าวหาว่าเข้ารวมกับพวกคิดการกบฎ หรือกลัวจะถูกมองว่าเป็นพวกแปรพรรคหลังจากที่รวมหัวกันทำร้ายทำลายพระองค์จนถึงโทษตรึงกางเขน พวกเขาไม่กล้าพอที่จะเปลี่ยนแปลงตนเอง แม้เห็นความจริงอยู่ตรงหน้า เขาเลือกที่จะมีชีวิตในแบบเดิมอยู่ต่อไป

“ผู้อื่น” อาจจะหมายถึงประชาชนชาวยิว ที่รอคอยองค์พระผู้ไถ่กู้(เมสสิยาห์) ที่ไม่พร้อมที่จะทำความเข้าใจความหมายอันแท้จริงของการไถ่กู้ของพระเยซูเจ้า อาณาจักรของพระเจ้าที่พระองค์นำเสนอ พวกเขาไม่ปรับความเข้าใจของเขา ต่อประจักษ์พยานของบรรดาอัครสาวก การเข้าร่วมกับพวกเขาจึงเท่ากับเป็นการสุ่มเสี่ยง และ “ผู้อื่น” อาจจะหมายถึงประชาชนที่กลัวอันตรายที่จะเกิดขึ้นจากการเข้ารวมกับพวกเขา พวกเขาเลือกที่จะชื่นชมอยู่ห่างๆ มากกว่าการร่วมเป็นประจักษ์พยาน ความเชื่อของพวกเขายังไม่กล้าแข็งพอ

พวกเราพลมารีย์คงได้เห็นอัศจรรย์และเครื่องหมายที่แสดงถึงการประทับอยู่และพลังอำนาจของพระเยซูเจ้าอยู่เสมอ พลังแห่งการเยียวยารักษาของพระองค์ในขณะที่เรากำลังเยี่ยมคนเจ็บป่วย ขณะที่พระสงฆ์กำลังโปรดศีลศักดิ์สิทธิ์แก่พวกเขาเหมือนกับที่บรรดาอัครสาวกได้ก ระทำ เราได้เห็นการคืนดีที่บรรดาคนบาปได้รับ ขณะที่คนบาปหลายๆ คนที่พวกเราพลมารีย์นำพาให้มาสารภาพบาปกับพระสงฆ์และรับพรจากองค์พระเยซูเจ้า กิจการเหล่านี้ทำให้เรามีความเชื่อมั่นคงยิ่งขึ้นหรือไม่? ทำให้เรากล้าที่จะประกาศความเชื่อของเรามากขึ้นหรือไม่? หรือเรายังคงเป็น “ผู้อื่น” สำหรับพระเยซูเจ้า ผู้อื่นสำหรับกลุ่มคริสตชน? และหากเป็นเช่นนั้น อะไรที่ยังติดค้างในใจของท่านที่ทำให้เราไม่สามารถก้าวข้ามมาเป็นศิษย์ของพระองค์อย่างแท้จริงและเราจะขจัดมันเสียด้วยวิธีการใด?

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

6 เมษายน 2020 วันจันทร์สัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ (ยน 12: 1-12)

Smells Like Love - John 12:1-8

มารีย์แสดงความรักต่อพระเยซูเจ้าด้วยการชะโลมที่พระบาทของพระองค์ด้วยน้ำหอมสูงค่าราคาสามร้อยเหรียญ สูงค่าพอที่จะถูกนักแสวงหาผลประโยชน์คอรัปชั่นอย่างยูดาสที่มีจิตคิดทรยศอาจารย์ของตนวิพากษ์วิจารณ์ด้วยคำพูดที่ดูมีหลักการ…หลายครั้งเราก็ท้อใจกับคนประเภทนี้ซึ่งมีอยู่ทั่วไปในทุกสังคม

พระเยซูเจ้าทรงรับการกระทำของมารีย์นี้เป็นเครื่องหมายความรักที่นางมีต่อพระองค์ สะท้อนความรักของพระเจ้าที่ไม่เคยทอดทิ้งเราเมื่อท้อใจ เราคงเคยได้พบกับพระองค์บ้างในยามที่เราท้อแท้ผ่านทางเพื่อนผู้ปลอบประโลมใจ ผ่านทางผู้ใหญ่ที่เห็นคุณค่าในความซื่อสัตย์ของเรา

เราเป็นบุคคลเช่นไรในสามบุคคลที่เราเห็นในพระวาจาตอนนี้ มารีย์ ยูดาส หรือพระเยซูเจ้า?

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

3 กุมภาพันธ์ 2020 วันจันทร์สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลธรรมดา

2 ซมอ 15:13-14,30 และ 16:5-13ก

กษัตริย์ดาวิดแม้อยู่ในสถานการณ์วิกฤติ ถูกไล่ล่าตามฆ่าจากบุตรของตนเอง และประชาชนสาบแช่งประณามหยามเหยียด ท่านเลือกที่จะมองว่าเหตุการณ์เหล่านั้นเป็นสิ่งที่พระเจ้าทรงอนุญาติให้เกิดขึ้นกับตน ท่านเลือกที่จะถอยห่างออกมาจากสถานการณ์เช่นนั้น เพราะการเผชิญหน้าอาจไม่เพียงเกิดผลร้ายต่อตนเองแต่ทุกคนอาจถูกฆ่าตายหมดด้วย… บางครั้งการตอบโต้ต่อความคุกคามกล่าวร้ายทำลายชื่อเสียงก็ไม่เกิดประโยชน์

ปล่อยเขาเถอะ ปล่อยให้เขาแช่งด่าเรา เพราะองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงบัญชาให้เขาทำ บางที องค์พระผู้เป็นเจ้าจะทอดพระเนตรเห็นความทุกข์ยากของเรา แล้วประทานพรให้เราแทนคำแช่งด่าในวันนี้”

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

2 ธันวาคม 2019 วันจันทร์ สัปดาห์ 1 เทศการเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า (มธ 8:5-11)

เรารู้ว่าความดีหรือกิจการใดสำเร็จไปบางครั้งอยู่กับผู้บังคับบัญชาหรือหัวหน้า เขาอาจจะไม่จำเป็นต้องลงมือด้วยตนเองด้วยซ้ำ เพียงเอ่ยปากเห็นชอบ… “ไฟเขียว”… ทุกอย่างก็จะดำเนินไป และเราก็รู้บางอย่างเราก็มีอำนาจในการจัดการสั่งการเช่นเดียวกัน …ไม่แน่ใจว่าเรา “ไฟเขียว” ไหม? … พระเยซูเจ้าผู้ที่เรากำลังรอรับเสด็จพระองค์เป็นผู้มีอำนาจสูงสุดที่จะให้ความดีทั้งหลายเกิดขึ้น ให้เราร้องขอด้วยความเชื่อเหมือนกับนายร้อยคนนั้น…

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Matthew 8:5-11

“พระองค์เจ้าข้า ข้าพเจ้าไม่สมควรให้พระองค์เสด็จเข้ามาในบ้านของข้าพเจ้า แต่ขอพระองค์ตรัสเพียงคำเดียวเท่านั้น ผู้รับใช้ของข้าพเจ้าก็จะหายจากโรค…”

.

.

.

.

.

.

.

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

11 พฤศจิกายน 2019 วันจันทร์ สัปดาห์ 32 เทศกาลธรรมดา (ปชญ 1:1-7)  

เรามักถลำลึกตกในความชั่วร้ายมากขึ้นไปเรื่อยๆ เพียงเพราะการผ่อนปรนต่อตัวเองกระทำผิดเพราะคิดว่าเป็นความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ เช่น การโกหก ความโมโห ความโลภ ฯลฯ ทางที่ดีที่สุดคือรู้จักเคร่งครัดต่อตัวเอง ไม่ปล่อยตัวไปในกิจการชั่วร้ายหรือความผิดพลาดแม้จะเล็กน้อยเพียงใดก็ตาม…

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ praying boy

“…ปรีชาญาณเป็นจิตที่เป็นมิตรกับมนุษย์ แต่ไม่ปล่อยให้ผู้ที่กล่าวดูหมิ่นตนพ้นโทษไปได้ …”