ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

18 กุมภาพันธ์ 2019 สัปดาห์ 6 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน

คนบางคนไม่เคยเห็นความดีของใคร แม้ว่าเขาจะพิสูจน์ตัวเองมากมายสักเท่าไร ไม่อาจจะเปลี่ยนแปลงความคิดทัศนคติหรืออคติในใจของเขาได้ เพราะจิตใจที่แข็งกระด้างและมืดบอด…

ไม่มีใครตาบอดได้สนิทมากที่สุดเท่ากับคนที่ปฏิเสธที่จะมอง…

พระเยซูเจ้าทรงรู้สึกเจ็บปวดกับการปิดใจไม่เชื่อของบรรดาฟารีสี ใช่ว่าจะไม่มีเครื่องหมายอัศจรรย์ใดใดเกิดขึ้น เหตุการณ์การทวีขนมปังเลี้ยงประชาชนน่าจะเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของพวกเขา พระองค์จึงปฏิเสธที่จะแสดงเครื่องหมายใดใดอีก “…คนยุคนี้จะไม่ได้รับเครื่องหมายอย่างใดเลย” สำหรับผู้ไม่เชื่อเครื่องหมายใดใดก็ไม่เพียงพอจะพิสูจน์…

pharisees1

เครื่องหมายและการอัศจรรย์ไม่ได้เป็นต้นกำเนิดของความเชื่อ ความเชื่อเป็นประสบการณ์ของความวางใจและความหวังไม่ใช่ผลของการพิสูจน์ทดลอง ความเชื่อจะช่วยให้ค้นพบความหมายและการเผยแสดงจากพระเจ้าผ่านทางเครื่องหมายและเหตุการณ์ต่างๆ

 

ปิดใจไม่เห็นทุกสิ่ง
ความจริงที่ตรงหน้า
เครื่องหมายกระจ่างตา
ก็ไร้ค่าไร้ความหมาย

เปิดใจให้พระนำ
เห็นธรรมล้ำเพริศพราย
เรื่องราวอันมากมาย
กลับกลายคล้ายอัศจรรย์

 

 

 

 

 

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

17 กุมภาพันธ์ 2019 สัปดาห์ 6 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน

ในพระอาณาจักรของพระเจ้าไม่มีทั้งคนรวยและคนจน…

คนร่ำรวยไม่อยู่ในอาณาจักรของพระเจ้า เพราะเขาวางใจในความสามารถและทรัพย์สมบัติของเขาเอง เขาไม่มีพระเจ้าอยู่ในชีวิตของเขา คำภาวนาที่เขาจะวอนขอก็คือให้เงินทองของเขาเพิ่มพูนขึ้น พระเยซูเจ้าจึงตรัสว่า “วิบัติจงเกิดกับท่านที่ร่ำรวย เพราะท่านได้รับความเบิกบานใจแล้ว…”

คนจนไม่อยู่ในพระอาณาจักรของพระเจ้า เพราะคนจนในความหมายที่ว่าเขาขัดสนจนไม่สามารถมีชึวิตอย่างสมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์นั้นจะไม่มีอย่างแน่นอน เพราะผู้ที่ดำเนินชีวิตตามคำสอนของพระเยซูเจ้าอย่างแท้จริง ย่อมต้องแสดงออกซึ่งความรักกันและกัน โดยการแบ่งปันสิ่งที่เขามี ไม่ใช่แบ่งปันเพราะสงสารแต่แบ่งปันเพราะเขาเป็นพี่น้องกับเรา การดำเนินชีวิตแบบพี่น้องกันในพระอาณาจักรของพระเจ้านั้นคนจนและคนหิวโหยจะต้องได้รับการดูแล

onpage-2

แต่ในโลกที่เราดำเนินชีวิตอยู่นั้นมีทั้งคนรวยคนจน จึงเป็นสิ่งท้าทายสำหรับคนร่ำรวยว่าเขาจะวางชีวิตของเขาไว้กับพระเจ้าหรือยังคงวางใจในตัวเขาและฐานะของเขาบนโลกนี้ เป็นสิ่งท้าทายสำหรับคนจน คนหิวโหย คนที่ยังเผชิญกับความยากลำบากและความเบียดเบียน เขายังจะวางใจในพระเจ้าอยู่ไหม เขาจะเชื่อในคำสัญญาของพระเยซูเจ้าหรือไม่ “…เมื่อคนทั้งหลายเกลียดชังท่าน ผลักไสท่าน ดูหมิ่นท่าน รังเกียจนามของท่านประหนึ่งนามชั่วร้ายเพราะท่านเป็นศิษย์ของบุตรแห่งมนุษย์ จงชื่นชมในวันนั้นเถิด จงกระโดดโลดเต้นยินดีเถิด เพราะบำเหน็จรางวัลของท่านนั้นยิ่งใหญ่นักในสวรรค์…” ทั้งคนรวยและคนจนจะสามารถเข้าสู่พระอาณาจักรของพระเจ้าขณะดำเนินชีวิตในโลกนี้แล้วด้วยการหันกลับมาพึ่งพาอาศัยกันแบบพี่แบบน้อง

 

 

 

 

 

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

16 กุมภาพันธ์ 2019  สัปดาห์ 5 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน

ความดียิ่งใหญ่จะเกิดขึ้นได้ หากเราเพียงมีทัศนคติที่ไม่ปิดกั้น มองหาดูว่ามีทางไหนบ้างที่จะเป็นสาเหตุหรือโอกาสให้ความดีนั้นค่อยๆ เติบโตแผ่ขยายมากขึ้น

Giovanni_Lanfranco_-_Miracle_of_the_Bread_and_Fish_-_WGA12454

เหตุการณ์ในพระวรสารวันนี้ท่านนักบุญมารโกทำให้เราเห็นว่า ในตอนแรกบรรดาศิษย์ของพระเยซูไม่คิดว่าจะสามารถเลี้ยงคนมากมายที่ติดตามพระเยซูเจ้าได้อย่างไร พวกเขาอาจจะคิดถึงความยากลำบากของตัวเขาเองมากกว่า “ใครจะหาอาหารในที่เปลี่ยวเช่นนี้มาให้คนเหล่านี้กินจนอิ่มได้”  แต่พระเยซูเจ้าคิดถึงบรรดาประชาชน ทรงสงสารพวกเขาและไม่ทรงปรารถนาให้พวกเขาอยู่ในความหิวโหย พระองค์ทรงใช้สิ่งเล็กน้อยที่มี “ขนมปังเจ็ดก้อน…และปลาอีกเล็กน้อย” ทำกิจการอัศจรรย์อันยิ่งใหญ่ ทรงขจัดความหิวโหยของประชาชน … อย่าลืมว่าในตอนท้ายยังมีขนมปังเหลืออีก “เจ็ดตะกร้า” … ความพยายามที่ลงแรงออกไปของเราคงไม่สูญเปล่า

เป็นไปได้ไหมที่อาจจะมีสิ่งต่างๆมากมายที่มีคุณค่ามากกว่าขนมปังและปลาที่เราสามารถใช้เพื่อก่อให้เกิดความดีขึ้นได้ … น่าเสียดายหากเรามองข้ามไม่เห็นประโยชน์เพราะกลัวความยากลำบาก เพราะไม่กล้าที่จะวางใจในพระพรที่พระให้มา… อัศจรรย์จึงไม่เกิดขึ้นเสียทีในชีวิตของเรา 

 

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

10 กุมภาพันธ์ 2019 สัปดาห์ 5 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน

f4fb65348bdce85b5d5ea3c508d17e93

ซีมอน ลงอวนจับปลามาตลอดทั้งคืน เขาจับปลาไม่ได้เลย ทั้งเขาและผู้ที่ร่วมจับปลาต่างเหน็ดเหนื่อยและกำลังทำความสะอาดอวนเพื่อกลับไปพักผ่อน คงไม่ง่ายนักสำหรับเขาทีี่จะฟังคำแนะนำจากพระเยซูเจ้าเพราะความอ่อนล้าจากการทำงานมาตลอดคืน และความผิดหวังในความล้มเหลวจากการทำงาน  “จงแล่นเรือออกไปที่ลึกและลงอวนจับปลาเถิด” 

แต่…

มีบางสิ่งในพระเยซูเจ้าที่ทำให้พวกเขามีความหวังและยอมทำตามคำสั่งของพระองค์ “พระอาจารย์ พวกเราทำงานหนักมาทั้งคืนแล้ว จับปลาไม่ได้เลย แต่เมื่อพระองค์มีพระดำรัส ข้าพเจ้าก็จะลงอวน”

ความเชื่อ…เป็นการยอมมอบความวางใจในพระเยซูเจ้าโดยไม่มีเงื่อนไข…

ข้าแต่พระเจ้า โปรดให้พวกลูกสามารถดำเนินชีวิตด้วยความเชื่อและวางใจพระเยซูเจ้าและคำสอนของพระองค์เสมอเถิด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

8 กุมภาพันธ์ 2019 สัปดาห์ 4 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน

ปัญหาและความยุ่งยากรวมทั้งการถูกเบียดเบียนมักจะเกิดขึ้นเสมอแก่ผู้ที่ยึดมั่นในความดี ซื่อตรงและกล้าพูดความจริง ศิษย์ที่ติดตามองค์พระเยซูเจ้าไม่ควรท้อถอย เพราะพระเจ้าจะประทานรางวัลยิ่งใหญ่แก่เราอย่างแน่นอน

Bernardino_Luini_-_Salome_Receiving_the_Head_of_St_John_the_Baptist_-_WGA13771

ยอห์น บัปติสต์ เป็นผู้นำหน้าพระเยซูเจ้าในการเสด็จมาครั้งแรก ท่านเป็นผู้ชี้ให้ประชากรอิสราเอลได้พบพระผู้ช่วยให้รอด ท่านยังนำหน้าพระเยซูเจ้าในรูปแบบความตายของท่านด้วย ท่านเป็นผู้บริสุทธิ์ที่ต้องทุกข์ทรมานและได้รับความตายเพราะผู้มีอำนาจที่จิตใจอ่อนแอ พระเยซูเจ้าก็ทรงรับทรมานและถูกตรึงกางเขนเพราะความอ่อนแอของปีลาตเช่นกัน ศิษย์ของพระเยซูเจ้า ผู้ที่ยังศรัทธาในความยุติธรรมและความดีที่ยังคงต่อสู้เพื่อสังคมที่สงบสุข อาจจะมีชะตากรรมที่ไม่ต่างกัน

ชื่อของยอห์น บัปติสต์ยังเป็นที่จดจำ พระเยซูเจ้าเป็นที่พอพระทัยของพระบิดาเจ้าได้รับพระสิริรุ่งโรจน์ร่วมกับพระบิดา ผู้ที่ยืนหยัดในความดี ต่อสู้เพื่อความยุติธรรมย่อมจะได้รับบำเหน็จรางวัลจากพระบิดาเจ้าเช่นกัน

 

 

 

 

 

 

 

 

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

7 กุมภาพันธ์ 2019 สัปดาห์ 4 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน

วันนี้เราได้เห็นหลักการอบรมสร้างศิษย์ของพระเยซูเจ้าซึ่งเราอาจจะปรับใช้ในการอบรมเลี้ยงดูบุตรหลาน หรืออบรมสามเณร นวกชนป็นศาสนบริกรและผู้รับใช้ของพระได้

6a00d8341c3e3953ef01676818b46e970b-320wi

พระเยซูเจ้าทรงตรัสเรียกให้มาอยู่ใกล้ชิดติดตามพระองค์ ก่อนหน้าที่พระเยซูเจ้าจะทรงส่งพวกเขาออกไป พระองค์ตรัสเรียกพวกเขาให้มาอยู่ใกล้ชิดและถือโอกาสในการอบรมสั่งสอนเขา และอธิบายให้เข้าใจในเรื่องที่เข้าใจได้ไม่ง่ายนัก

พระองค์สอนด้วยการสร้างประสบการณ์แก่บรรดาศิษย์ ทรงเตือนให้เห็นปัญหาอุปสรรค ทรงแนะนำบางสิ่งที่จะทำให้ภารกิจล่าช้าไร้ประสิทธิภาพ ทรงแนะนำแนวทางในการแก้ไขปัญหา

พระองค์ทรงภาวนาและอวยพรพวกเขา

ไม่มีสักตอนเดียวที่ผู้เขียนพระวรสารเล่าว่าศิษย์ของพระองค์เป็นคนที่สมบูรณ์แบบที่สุด สติปัญญาล้ำเลิศสุด ฉลาดเฉลียวเหนือกว่าศิษย์ของอาจารย์หรือประกาศกคนใดก่อนหน้าพระองค์ ตรงกันข้ามเราพบว่าพวกเขาก็ยังมีความอ่อนแอ ยังมีข้อบกพร่อง หวาดกลัว ทัศนคติในการทำงานต่างกัน แต่กระนั้นพวกเขาก็ยังคงปฏิบัติภารกิจในการประกาศข่าวดีที่พระเยซูเจ้ามอบหมายให้จนสำเร็จตามศักยภาพที่พวกเขามี และตามความช่วยเหลือนำทางจากองค์พระจิตเจ้าที่พระเยซูเจ้าประทานให้

บิดามารดาบรรดาครูอาจารย์หรือผู้อบรมควรตระหนักและระมัดระวังหลุมพรางที่จะสร้างคนตามอุดมคติของตนเอง เรียกร้องความสมบูรณ์แบบจากพวกเขาตามมโนคติที่ตนเองตั้งไว้ จนลืมไปว่าพระเป็นเจ้าให้เราเป็นผู้ช่วยเสริมสร้าง ไม่ใช่เป็นผู้กำหนดกระแสเรียกสำหรับพวกเขา พระองค์มีแผนการสำหรับแต่ละคน พระองค์จะทำให้พวกเขาที่อยู่ในความดูแลของเราเป็นเครื่องมือที่ดีของพระองค์อย่างแน่นอน สิ่งที่เราทำคือการอยู่ใกล้ชิด การแนะนำ การชี้ให้เห็นปัญหาและอุปสรรคที่จะเกิดขึ้น การให้แนวทางในการแก้ไขปัญหาและรู้จักป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นในการดำเนินชีวิต และรู้จักวางใจให้พวกเขารับผิดชอบภารกิจ ทำให้พวกเขามั่นใจว่าเราจะอยู่เคียงข้างพวกเขาตลอดไปในยามที่ต้องการ การภาวนาและอวยพรแก่พวกเขา

 

 

 

 

 

 

 

 

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

6 กุมภาพันธ์ สัปดาห์ 4 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน

พระเยซูเจ้าในฐานะลูกของนักบุญยอแซฟเป็นช่างไม้ เป็นหนึ่งในคนหมู่บ้านนาซาเร็ธ พระองค์เป็นที่รู้จักสำหรับพวกเขา แต่ในอีกบทบาทฐานะบุตรของพระเจ้า พระองค์ประกาศสอน ทำกิจการอัศจรรย์ต่างๆ มากมาย ทรงรักษาคนเจ็บคนป่วย เป็นบทบาทที่แสดงให้เห็นพระสิริรุ่งโรจน์ของพระบิดาเจ้า และเป็นความหวังสำหรับมนุษย์ แต่พวกเขากลับไม่ยอมรับ

Jesus-Christ-Carpenter

เมื่อเรากำลังทำตามพระกระแสเรียกของพระซึ่งอาจจะเป็นสิ่งที่คนรอบข้างไม่อาจเข้าใจได้อย่างสมบูรณ์ และร้ายกว่านั้นอาจจะไม่ยอมรับ รับไม่ได้ก็สิ่งที่เรากำลังกระทำ อย่าลืมว่าเมื่อเป็นพระกระแสเรียกที่เราได้รับมา การถูกเบียดเบียนและการถูกต่อต้านเป็นชะตากรรมที่เราอาจจะได้รับเหมือนกับพระเยซูเจ้า พระองค์ทรงเลือกที่จะรับใช้พระบิดาเจ้าบนเส้นทางแห่งพระกระแสเรียกต่อไป

ให้เราภาวนาเพื่อเราแต่ละคนเช่นกันจะได้ตระหนักถึงพระกระแสเรียกที่พระทรงมอบแก่เรา วอนขอพลังจากพระองค์เพื่อเราจะได้ซื่อสัตย์ในการดำเนินชีวิตบนหนทางแห่งกระแสเรียกนั้นจนวาระสุดท้ายของชีวิต

คลิกอ่าน ข้อคิดจากชีวิตของผู้ศักดิ์สิทธิ์ นักบุญเปาโล มิกิ พระสงฆ์และเพื่อนมรณสักขี

 

 

 

 

 

 

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

5 กุมภาพันธ์ 2019 สัปดาห์ 4 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน

hqdefault

บางครั้งเพราะเราไม่ยอมรับในตัวบุคคล เราจึงหัวเราะเยาะในความคิดในปรีชาญาณที่ออกมาจากบุคคลคนนั้น จนทำให้เราพลาดการรับรู้ความจริงและคุณค่าที่ยิ่งใหญ่

บางทีเราหัวเราะเยาะในคำพูดดีดีที่มีให้แก่กันและกัน คำพูดที่เสริมกำลังใจกัน หรือมากไปกว่านั้นคำพูดที่แฝงคุณค่า แฝงคติธรรมในการดำเนินชีวิต หรือคำพูดที่แฝงความเชื่อในตัวผู้พูด บางทีเราไม่เชื่อคำเตือนใจ หรือมุมมองที่ผ่านประสบการณ์การดำเนินชีวิตการเห็นโลกมาก่อน เหมือนกับประชาชนที่ต่างพากันหัวเราะเยาะพระเยซูเจ้า เมื่อพระองค์ตรัสว่า “วุ่นวายและร้องไห้ไปทำไม เด็กคนนี้ไม่ตาย เพียงแต่นอนหลับไปเท่านั้น” เพราะเขาไม่ยอมรับความจริงในพระเยซูเจ้านั่นเอง

คลิกอ่าน ข้อคิดจากชีวิตของผู้ศักดิ์สิทธิ์ นักบุญอากาทา

 

 

 

 

 

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

4 กุมภาพันธ์ 2019 สัปดาห์ 4 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน

บุคคลในพระคัมภีร์พันธสัญญาเดิมช่วยให้เราเห็นตัวอย่างของการดำเนินชีวิตในความเชื่อ พวกเขาปฏิบัติตามพระประสงค์ของพระเป็นเจ้าโดยอาศัยพระพรที่พระเจ้าทรงมอบให้ “…พิชิตอาณาจักร ปฏิบัติความยุติธรรม ได้รับพระสัญญา ปิดปากสิงโต ดับไฟร้อนแรง พ้นจากคมดาบ ได้รับพละกำลังพ้นจากความอ่อนแอ กลายเป็นผู้เข้มแข็งในสงครามและขับไล่กองทัพต่างชาติให้พ่ายไป…” 

Samson's death

บุคคลเหล่านี้ยังไม่ได้รับรางวัลแห่งชัยชนะจนกระทั่งการไถ่กู้ของพระเยซูคริสตเจ้าสำเร็จไป พระองค์เสด็จสู่แดนผู้ตายเมื่อพระองค์กลับคืนชีพก็นำพวกเขาไปรับพระสิริรุ่งโรจน์จากพระบิดาพร้อมกับพระองค์ด้วย

สำหรับพวกเราก็เช่นกัน จำเป็นจะต้องพิสูจน์ความเชื่อของเราด้วยการดำเนินชีวิตอย่างดีตามพระประสงค์ของพระองค์ เพื่อสักวันหนึ่งพระองค์จะได้รับรางวัลคือชีวิตนิรันดรอยู่ในพระสิริรุ่งโรจน์ของพระเจ้าตลอดไป

 

 

 

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

3 กุมภาพันธ์ 2019  สัปดาห์ 4 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน

วาจาที่เรากล่าวออกมานั้นสะท้อนว่าในใจคิดอย่างไร “นี่เป็นลูกของโยเซฟมิใช่หรือ” เป็นคำพูดที่ชาวนาซาเร็ธคนบ้านเกิดเดียวกันกล่าวถึงพระเยซูเจ้า สิ่งที่แฝงอยู่ในใจคือความอิจฉา การไม่ยอมรับในสิ่งที่พระเยซูเจ้าทรงกระทำ ความไม่เชื่อในความดีของคนอื่น ฯลฯ

christ-preaching-in-the-synagogue-at-nazareth-14th-c-fresco-visoki-decani-monastery-kosovo

สิ่งที่เราพูดอาจจะเป็นการทำร้ายจิตใจคนอื่น แฝงไปด้วยความอิจฉาริษยา อาฆาตมาดร้าย นำความแตกแยก การกีดกัน ความไม่สงบ แต่ในเวลาเดียวกันก็อาจจะนำความรัก ความเป็นหนึ่งเดียวกัน กำลังใจ สันติสุขและการคืนดี ดังนั้นควร คิดก่อนพูด(THINK) 

T = truthful                มาจากความจริง จริงใจ ไม่มีแรงจูงใจอันชั่วร้ายแอบแฝง
H= helpful                  พูดไปถามไปแล้วเกิดประโยชน์แก่ทั้งสองฝ่ายนำความเข้าใจอันดีต่อกัน
I = important             พูด/ถาม สิ่งที่สำคัญๆ ไม่ใช่คำพูดไร้สาระ
N = necessary            จำเป็นต้องพูดต้องถามสิ่งเหล่านั้นไหม? โดยเฉพาะเมื่อมีคนอื่นอยู่ด้วย
K = kind                      เป็นคำพูด/คำถามที่ออกมาจากความรักความเมตตาเอื้ออาทรจึงพูดจึงถาม

พระเยซูเจ้าไม่ทรงให้คำพูดของบุคคลรอบข้างมามีอิทธิพลต่อภารกิจของพระองค์ เมื่อไม่เป็นที่ยอมรับ ถูกปฏิเสธ พระองค์เลือกที่จะไปประกาศสอนตามพันธกิจที่พระองค์ได้รับมอบหมายต่อไปยังที่อื่น และพระเจ้าตรัสกับเราในวันนี้ว่า “…เขาทั้งหลายจะต่อสู้กับท่าน แต่จะไม่ชนะท่าน เพราะเราอยู่กับท่านเพื่อช่วยท่านให้รอดพ้น”