ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

25 มิถุนายน 2018 วันจันทร์สัปดาห์ที่ 12 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่านพระวาจาประจำวัน

ตอนเด็กๆ เรามักล้อเพื่อนไอ้ไฝ ไอ้ดำ ไอ้เป๋ ฯลฯ ซึ่งมักเป็นลักษณะบกพร่องเล็กๆ น้อยๆ ที่มองข้ามมันไปก็ได้ บางอย่างก็เป็นเรื่องที่ไม่สามารถไปแก้ไขอะไรได้ และบางทีเราก็ยังเรียกเพื่อนของเราจนถึงเมื่อโตขึ้น นิสัยการมองจุดอ่อนจุดบกพร่องของเพื่อนพี่น้องและนำมาล้อเลียนกัน ไม่ใช่เรื่องน่าสนุกนักสำหรับคนที่ถูกล้อเลียน เขาคงอยากให้เพื่อนมองเรื่องดีดีในตัวของเขาซึ่งมีอยู่มากมายมากกว่า เช่นเดียวกัน บางครั้งเราก็มักตัดสินว่าใครดีใครชั่วที่การกระทำหรือความผิดพลาดเพียงครั้งเดียว เราตราหน้าเขาว่าไอ้ฆาตกร ไอ้ขี้คุก ทั้งที่บางครั้งเรายังไม่ได้รู้ต้นสายปลายเหตุว่าความจริงเป็นอะไร บางทีเราไม่เคยฆ่าใคร ไม่เคยต้องติดคุกก็จริง แต่เราทำร้ายทำลายจิตใจใครต่อใครไม่ต่างอะไรกับฆาตกร และความผิดของเราสมควรรับโทษมากกว่าการถูกจำคุกเสียด้วยซ้ำ แม้ไม่มีใครรู้แต่แน่ใจอย่างไรว่าพระเจ้าจะไม่ล่วงรู้เรื่องราวทุกสิ่งในชีวิตของเรา? …ทุกคนต้องการเพื่อนคอยให้กำลังใจมากกว่าผู้คอยพิพากษาตราหน้าวิพากษ์วิจารณ์และตัดสินกันโดยเบาความ

CpWThTVXgAE9n00พระเยซูเจ้าทรงตรัสสอนเราในวันนี้ว่า อย่าตัดสินเขาแล้วพระเจ้าจะไม่ทรงตัดสินท่านท่านตัดสินเขาอย่างไรพระเจ้าจะทรงตัดสินท่านอย่างนั้น…”

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

24 มิถุนายน 2018 วันอาทิตย์ สมโภชนักบุญยอห์น บัปติสต์ บังเกิด

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน

การบังเกิดของท่านยอห์น บัปติสต์ เป็นพระกรุณาอันยิ่งใหญ่ขององค์พระผู้เป็นเจ้าที่มีต่อครอบครัวของเศคาริยาห์และนางเอลิซาเบธ เพราะแทบจะเป็นไปไม่ได้ที่ทั้งสองจะมีโอกาสมีบุตร เนื่องจากเศคาริยาห์เป็นสมณะที่ชรา และนางเอลิซาเบธก็ชราและเป็นหมันเช่นกัน การที่เศคาริยาห์เป็นใบ้เพราะท่านเองไม่คิดว่าพระเจ้าจะทรงพระกรุณาต่อผู้ต่ำต้อยเช่นเท่าน เมื่อถูกถามว่าจะให้ชื่อเด็กที่เกิดมาว่าอะไร ท่านจึงกล่าวว่า “เขาชื่อยอห์น” ชื่อนี้แปลว่า “พระเจ้าทรงพระกรุณา” หรือ “พระกรุณาของพระเจ้า” ต่อมายอห์นผู้นี้ได้ชื่อว่าเป็นประกาศกผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดเพราะเป็นผู้เตรียมการเสด็จมาขององค์พระผู้ไถ่ และประกาศการเสด็จมาของพระองค์ท่าน

Zechariah-Song

วันนี้ให้เราตระหนักเมื่อเราเกิดมา เราเป็นพระพรของพระที่พระเจ้าทรงมอบให้แก่บิดามารดาของเรา เวลานี้เรายังเป็นพระพรของพระที่นำความชื่นชมยินดีมาสู่บิดามารดาหรือครอบครัวของเราอยู่หรือไม่? อย่างไร?

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

23 มิถุนายน 2018 วันเสาร์ สัปดาห์ที่ 11 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน

คนเราหากไม่รู้จักลำดับความสำคัญของคุณค่าของเรื่องราวและสิ่งต่างๆ ในชีวิตก็มักจะผิดพลาดและหลงทาง

โยอาชเมื่อได้ขึ้นมาเป็นกษัตริย์ แทนที่จะทำหน้าที่อย่างซื่อสัตย์ในฐานะผู้ปกครอง กลับหลงไหลในอำนาจ หูเบา และทำสิ่งที่ผิดพลาด นมัสการไม้ศักดิ์สิทธิ์และรูปเคารพ ละทิ้งพระวิหารของพระเจ้า เขาน่าจะเรียนรู้จากแบบอย่างอันดีงามของกษัตริย์ดาวิดบรรพบุรุษของตนที่สร้างพระวิหารอย่างสวยงามสมเป็นที่ประทับของพระเจ้าและให้ประชาชนได้มีโอกาสได้กราบนมัสการพระองค์ กษัตริย์โยอาชได้รับคำตักเตือนจากประกาศกแต่กลับไม่ฟัง ไม่เปลี่ยนแปลง แม้แต่เศคาริยห์สมณะซึ่งบิดาของเขาคือเยโฮยาดาซึ่งได้เคยช่วยโยอาชให้รอดพ้นจากการปลงพระชนม์ในวัยเด็กก็ยังถูกสั่งฆ่า แทนที่โยอาชจะเกรงใจหรือสำนึกในบุญคุณในอดีตหรืออย่างน้อยพิจารณาสิ่งที่เศคาริยาห์ตักเตือนกลับสั่งประหารเขาเสีย และชะตากรรมของโยอาชก็น่าอเน็จอนาจเหลือเกิน เขาถูกลงโทษอย่าสาสม อาณาจักรของเขาถูกทำลาย ถูกลอบปลงพระชนม์ แม้กระทั่งศพของตนก็ยังไม่ได้รับการฝังในที่ฝังพระศพของบรรดากษัตริย์

ZechBenJeho
เศคาริยาห์ถูกหินทุ่มตายในลานพระวิหาร

บางครั้งเราให้หลายสิ่งหลายอย่างสำคัญกว่าหน้าที่ บทบาทของตนในครอบครัวในสังคม สำคัญกว่าความดีที่เราควรปฏิบัติ หลายครั้งเราให้ค่ากับคำพูดและแบบอย่างไม่ดีของคนอื่นมากกว่าการรับฟังคำตักเตือนและแบบอย่างที่ดีงามของบุคคลในครอบครัวที่รักและปรารถนาดีต่อเราด้วยบริสุทธิ์ใจจนเกิดความผิดพลาดในชีวิต  พระเยซูเจ้าทรงตรัสสอนเราวันนี้ว่า “จงแสวงหาพระอาณาจักรของพระเจ้าและความชอบธรรมของพระองค์ก่อน แล้วพระองค์จะทรงเพิ่มทุกสิ่งเหล่านี้ให้”

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

22 มิถุนายน 2018 วันศุกร์ สัปดาห์ที่ 11 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน

2-Kings-11-Athaliah-as-depicted-in-Antoine-Dufours-Vie-des-femmes-célèbres-c.-1505-in-the-Dobrée-Museum-Nantes-France-282x300

ทรัพย์สมบัติในจิตใจของพระนางอาธาลิยาห์คืออำนาจเหนือราชวงศ์กษัตริย์ดาวิดและประชาชน นางใช้ทุกวิถีทางในการให้ได้มาซึ่งอำนาจแม้ว่าเป็นวิธีอันชั่วร้าย ด้วยการสั่งฆ่าเชื้อพระวงศ์ทุกพระองค์ ให้ประชาชนหลงกราบไหว้พระเท็จเทียมคือพระบาอัล แต่สุดท้ายอำนาจของพระนางก็สิ้นสุดลง และพระทางเองก็ต้องรับความตายอย่างอเน็จอนาจ พระเยซูเจ้าจึงสอนเราว่า “อย่าสะสมทรัพย์สมบัติบนแผ่นดินนี้เลย…” 

สิ่งที่เราแสวงหาในชีวิตมีทั้งสิ่งที่จีรังยั่งยืนและสิ่งที่จะสูญสลายไป เรากำลังแสวงหาสิ่งไหน?

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

21 มิถุนายน 2018 วันพฤหัส สัปดาห์ที่ 11 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน

พระเยซูเจ้าสอนให้เราวอนขอให้พระประสงค์ของพระบิดาจงสำเร็จไปในแผ่นดินเหมือนในสวรรค์ แทนที่จะขอให้ความต้องการของเราสำเร็จไป

เพราะพระบิดาเป็นพระเจ้า พระองค์ย่อมรู้ว่าอะไรดีที่สุดสำหรับเรา สิ่งที่เป็นพระประสงค์ย่อมต้องล้วนแล้วแต่ดีสำหรับเรามนุษย์อย่างแน่นอน เพราะพระองค์ทรงรักมนุษย์

เราจึงควรภาวนาเสมอๆว่า “…พระประสงค์จงสำเร็จในแผ่นดินเหมือนในสวรรค์…”

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

20 มิถุนายน 2018 วันพุธ สัปดาห์ที่ 11 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน      คลิกฟัง พระวาจาประจำวัน

พระเยซูเจ้าสอนย้อนแย้งกันรึป่าว? ก่อนหน้านี้พระองค์สอนให้เราสม่ำเสมอในการทำความดีให้ความเชื่อของเราเป็นที่ประจักษ์เหมือนเกลือดองแผ่นดิน เหมือนแสงสว่างส่องโลก อย่าทำให้เกลือ(ความดี)จืด อย่าเอาถังครอบแสงไว้ คือให้คนได้เห็นความดีของเรา แต่วันนี้พระองค์กลับบอกว่า อย่าปฏิบัติศาสนกิจให้ใครเห็น ให้ทานอย่าให้ใครรู้ อดอาหารก็อย่าให้ใครรู้  “…แต่ให้พระบิดาของท่านผู้สถิตทั่วทุกแห่งทรงทราบ และพระบิดาของท่านผู้ทรงหยั่งรู้ทุกสิ่ง ก็จะประทานบำเหน็จให้ท่าน”

1102016092_univ_lsr_xl

ประการแรกพระเยซูเจ้าไม่ได้สอนให้เราเลิกล้มการกระทำความดี เลิกปฏิบัติศาสนกิจด้วยใจศรัทธา เลิกสวดภาวนา เรายังคงต้องสม่ำเสมอและซื่อสัตย์ในการทำความดีต่อไป ประการที่สองก็คือพระองค์กำลังเตือนเราให้คำนึงถึงเป้าหมายที่เรากระทำสิ่งต่างๆ เหล่านี้ต่างหาก เราทำเพื่อให้ผู้คนหันกลับมาชื่นชม ยอมรับเราสรรเสริญเราแสดงตนให้คนเห็นว่าเป็นคนดีคนศรัทธาที่สำคัญดีกว่าเพื่อนพี่น้องของเรา หรือว่าเราทำเพื่อประกาศความเชื่อของเรา ยืนยันคำสอนของพระ ประกาศความรักและพระสิริรุ่งโรจน์ของพระ ซึ่งเมื่อเราปฏิบัติกิจการดีต่างๆ เหล่านี้เราแต่ละคนย่อมรู้อยู่แก่ใจ และแน่นอนพระก็ย่อมล่วงรู้ทุกสิ่งในใจของเรา….พระองค์กำลังนำให้เราหันกลับมาสู่จุดยืนที่ถูกต้อง

อย่าลืมว่าแม้ในความดีในกิจการดี ปีศาจก็อาจใช้เพื่อประจญเราให้ตกเป็นเหยื่อของมันได้หากเราไม่ระวัง

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

19 มิถุนายน 2018 วันอังคาร สัปดาห์ที่ 11 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน     คลิกฟัง พระวาจาประจำวัน

พระเจ้าทรงพร้อมที่จะให้อภัยแก่ผู้สำนึกในความผิดที่ตนกระทำ พระองค์ประทานพระพรและโอกาสเพื่อจะได้เปลี่ยนแปลงแก้ไขความผิดพลาดเสมอ ขึ้นอยู่กับว่าเราจึงยอมรับและใช้โอกาสนั้นหรือไม่ และพระเจ้าไม่เคยบังคับใครให้ไปสวรรค์ ดังตัวอย่างที่เราได้เห็นในพระวาจาประจำวันนี้ กษัตริย์อาหับเป็นทุกข์เสียใจความผิดของตน พระเจ้าจึงตรัสว่า “ท่านสังเกตเห็นไหมว่าอาคับถ่อมตนลงต่อหน้าเราอย่างไร เพราะเขาได้ถ่อมตนลงต่อหน้าเรา เราจะไม่นำหายนะมาในช่วงชีวิตของเขา แต่จะนำหายนะมาสู่ราชวงศ์ในช่วงชีวิตบุตรของเขา” ขณะที่พระเยซูเจ้าทรงสะท้อนให้เราเห็นว่าพระเจ้าทรงพระทัยดี “พระองค์โปรดให้ดวงอาทิตย์ของพระองค์ขึ้นเหนือคนดีและคนชั่ว โปรดให้ฝนตกเหนือคนชอบธรรมและคนอธรรม”

love-your-enemies-630x315

คนดีต่อหน้าพระเจ้าคือคนที่มีคุณลักษณ์เหมือนกับพระเจ้า คุณลักษณ์ที่เราเห็นพบจากพระวาจาในวันนี้คือ ความรัก ความใจดีใจกว้าง การให้โอกาสผู้ผิดพลาด และพระเยซูเจ้าสอนเราในวันนี้ว่า “ท่านจงเป็นคนดีอย่างสมบูรณ์ ดังที่พระบิดาเจ้าสวรรค์ของท่าน ทรงความดีอย่างสมบูรณ์เถิด”

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

18 มิถุนายน 2018 วันจันทร์ สัปดาห์ที่ 11 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน            คลิกฟัง พระวาจาประจำวัน

กฎ “ตาต่อตา ฟันต่อฟัน” เป็นกฎหมายที่ในโบราณใช้เพื่อรักษาความสงบสุขในสังคม ไม่ให้ใช้ความรุนแรงในการแก้แค้นจนเลยเถิดเป็นวงจรกันไม่สิ้นสุดเท่านั้น

ความชั่วร้ายมักเกิดขึ้นเพราะการปล่อยให้จิตชั่วร้ายเข้ามาครอบงำและชี้นำชีวิต ดังตัวอย่างกษัตริย์อาหับที่อยากจะได้สวนองุ่นของนาโบท

นาโบท เป็นตัวแทนของผู้ถูกกระทำซึ่งเราอาจจะพบได้ในสังคมหรืออาจจะหมายถึงตัวเราเองซึ่งกำลังไม่ได้รับความยุติธรรม ถูกเบียดเบียน

ya1Wh-Yb_400x400

พระเยซูเจ้าไม่ได้สอนให้เราเล่นบทเป็นผู้พิพากษาตัดสินลงโทษ แม้กฎหมายที่ก้าวหน้าที่สุดก็อาจจะไม่ได้นำมาซึ่งความยุติธรรมที่แท้จริง แต่พระเยซูเจ้าสอนให้เรามีท่าทีต่อกันด้วยความรักเมตตา แม้ในกรณีผู้ที่อยุติธรรมต่อเราผู้ที่เบียดเบียนเรา “อย่าโต้ตอบคนชั่ว ผู้ใดตบแก้มขวาของท่าน จงหันแก้มซ้ายให้เขาด้วย ผู้ใดอยากฟ้องท่านที่ศาลเพื่อจะได้เสื้อยาวของท่าน ก็จงแถมเสื้อคลุมให้เขาด้วย ผู้ใดจะเกณฑ์ให้ท่านเดินไปกับเขาหนึ่งหลัก จงไปกับเขาสองหลักเถิด ผู้ใดขออะไรจากท่าน ก็จงให้ อย่าหันหลังให้ผู้ที่มาขอยืมสิ่งใดจากท่าน”

 

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

17 มิถุนายน 2018 วันอาทิตย์ สัปดาห์ที่ 11 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน

เราจะปลูกฝังคุณธรรมความดีได้อย่างไร หรือคุณค่าและค่านิยมแห่งพระอาณาจักรของพระเจ้าเติบโตขึ้นได้อย่างไร พระวาจาของพระเจ้าในวันนี้ให้ข้อคิดแก่เรา

faithful-ones

  1. เริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ น้อยๆ “พระอาณาจักรเปรียบเหมือนเมล็ดมัสตาร์ดซึ่งเมื่อหว่านในดิน ก็เป็นเมล็ดเล็กกว่าเมล็ดทั้งปวงทั่วแผ่นดิน แต่ครั้นได้หว่านแล้วก็งอกขึ้นและกลายเป็นต้นไม้ใหญ่กว่าพืชผักทุกชนิด มีกิ่งก้านใหญ่โตจนบรรดานกในอากาศมาพักอาศัยร่มเงาได้” ความคาดหวังให้ลูกหลานหรือเด็กๆ เป็นคนดีมีคุณธรรมเป็นหลักประกันของสังคมที่สงบสุขเริ่มต้นจากการค่อยๆ ขัดเกลา กล่อมเกลา ด้วยคำแนะนำเล็กๆ น้อยๆ ที่ค่อยๆ ปลูกฝังในใจของเขา… คุณธรรมในตัวเราเช่นกัน เริ่มต้นจากการค่อยๆ ปฏิบัติตนสม่ำเสมอและซื่อสัตย์ในหนทางที่ถูกต้อง
  2. เริ่มในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม “…เราจะหักแขนงอ่อนจากกิ่งที่อยู่บนยอด มาปลูกไว้บนยอดภูเขาสูงเด่น เราจะปลูกแขนงนี้ไว้บนภูเขาสูงของอิสราเอล แขนงนี้จะแตกกิ่งก้านและบังเกิดผล…” การใส่ใจในสภาพแวดล้อมที่เด็กๆ จะสามารถเติบโตในด้านคุณธรรมเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้พวกเขาเติบโตเป็นคนดีในสังคม จึงเป็นข้อพิจารณาว่าทุกวันนี้เราให้ลูกหลานของเราเติบโตขึ้นในสภาพเช่นไร? อะไรบ้างที่ช่วยอะไรบ้างที่ไม่ช่วยให้ก้าวหน้าในความดี? …
  3. ความรับผิดชอบต่อการดำเนินชีวิตเป็นเรื่องที่แต่ละคนจะต้องให้การต่อหน้าพระ นักบุญเปาโลสอนให้ “เราก็มีความมุ่งมั่นที่จะทำให้เป็นที่พอพระทัย เพราะเราทุกคนจะต้องปรากฏเฉพาะพระบัลลังก์ของพระคริสตเจ้า เพื่อแต่ละคนจะได้รับสิ่งตอบแทนสมกับที่ได้ทำเมื่อยังมีชีวิตอยู่ในร่างกาย ขึ้นอยู่กับการกระทำนั้นว่าจะดีหรือชั่ว” การสอนให้เด็กเห็นผลของการกระทำของพวกเขาเอง การให้พวกเขารู้จักรับผิดชอบต่อการกระทำของเขาไม่ว่าจะเป็นการกระทำที่ดีหรือชั่วเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะจะช่วยให้มโนธรรมหรือความสามารถในการแยกแยะถูกผิดดีชั่วมีความเที่ยงตรง…

180617_the-sower-300x200

เมล็ดพันธ์ุแห่งพระอาณาจักรพระเจ้าย่อมฝังในจิตใจและค่อยๆ เติบโตขึ้นอย่างแน่นอน ขึ้นอยู่กับผู้รับฟังข่าวดีนี้ว่าเขาพร้อมจะน้อมรับและปฏิบัติตามข้อแนะนำจากพระวาจามากน้อยแค่ไหน… 

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

15 มิถุนายน 2018 วันศุกร์ สัปดาห์ที่ 10 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน

บางทีเรารู้สึกโดดเดี่ยวเหมือนต้องต่อสู้เพื่อความดีความถูกต้องอยู่ตามลำพังไม่ต่างอะไรกับชะตากรรมที่ท่านประกาศกเอลียาห์กำลังเผชิญอยู่ บางครั้งถูกคุกคามเหมือนถูกไล่ล่าหมายชีวิต “ข้าพเจ้ามีความกระตือรือร้นอย่างยิ่งต่อองค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าจอมจักรวาล เพราะชาวอิสราเอลได้ละเมิดพันธสัญญาที่ทำไว้กับพระองค์ ได้รื้อพระแท่นบูชาของพระองค์และฆ่าประกาศกของพระองค์ มีแต่ข้าพเจ้าเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่เหลืออยู่ แล้วเขายังพยายามจะฆ่าข้าพเจ้าด้วย” พระเจ้าจะทรงกระทำกับคนเช่นเอลียาห์อย่างไรหรือ?

Eljiah-and-the-Angel

พระคัมภีร์บันทึกไว้ว่า ในยามที่เอลียาห์หนีเอาชีวิตรอดจากการไล่ล่าไปอยู่ในถ้ำ เผชิญกับความตายเพราะขาดน้ำและอาหาร พระเจ้าทรงส่งทูตสวรรค์นำขนมปังและน้ำมาให้ท่าน และเป็นโอกาสนั้นที่ท่านได้พบกับพระเจ้าเป็นการส่วนตัว ท่านได้รับการเสริมกำลังและพร้อมจะกลับไปทำหน้าที่ของท่านแม้สถานการณ์ภายนอกไม่ได้คลี่คลายให้เบาใจได้ ในตอนท้ายพระคัมภีร์ยังเล่าว่าท่านไม่ได้จบชีวิตที่ความตาย แต่พระเจ้าได้ส่งรถเพลิงมารับท่านขึ้นสวรรค์

อย่าท้อแท้ท้อถอยในการทำความดี พระเจ้าจะทรงพิทักษ์รักษาท่านและประทานความช่วยเหลือแก่ท่านเช่นกัน