ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

9 กุมภาพันธ์ 2018, วันศุกร์ สัปดาห์ที่ 5 เทศกาลธรรมดา

คนคนนี้ทำสิ่งใดดีทั้งนั้น

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน 1 พกษ 11:29-32; 12:19 / มก 7:31-37

เสื้อคลุมที่ถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ ถึง 12 ชิ้นเป็นสัญลักษณ์ของการลงโทษจากพระเจ้า หมายถึงอาณาจักรอิสราเอลจะแตกแยกกัน จนไม่สามารถรวบรวมให้เป็นหนึ่งเดียวกันและยังมีสภาพเช่นนั้นจนถึงทุกวันนี้ สาเหตุก็คือเพราะการที่กษัตริย์ซาโลมอนไม่เชื่อฟังพระสุรเสียงของพระเจ้า พระองค์ยังไปกราบนมัสการพระเท็จเทียมไม่ได้ร้องสรรเสริญพระเจ้าแต่เพียงผู้เดียว

ff524a6452faf769f0ced5ad32153a39---kings-pentecost
ความขัดแย้งระหว่างเยโรโบอัมและเรโหโบอัม หลังสมัยกษัตริย์ซาโลมอน
Israeli soldiers detain a wounded Palestinian protester during clashes near the Jewish settlement of Bet El
ความขัดแย้งและการต่อสู้เพื่อแบ่งแยกดินแดนยังปรากฎอยู่ในดินแดนอิสราเอล

ชายในพระวรสารเป็นสัญลักษณ์ของประชากรของพระเจ้า ที่หูหนวกคือปิดใจไม่รับฟังพระวาจาของพระเจ้า เขาเป็นใบ้เพราะปากของเขาไม่ได้ขับร้องสรรเสริญพระเจ้า และทุกครั้งที่เราทำบาปเราก็ไม่ต่างจากชายคนนี้

Blind-man-healed.47185219_std
เอฟฟาธา จงเปิดเถิด

พระเยซูเจ้าพระองค์เสด็จมาเพื่อประทานอภัยและมอบความรอดแก่เรา พระองค์สามารถเยียวยารักษาเรา เพื่อให้เราสามารถรับฟังพระสุรเสียงของพระองค์ และเราขับร้องสรรเสริญพระเจ้าสำหรับกิจการยิ่งใหญ่ที่พระองค์ทรงกระทำ  เรากล้าที่จะเข้ามาหาและให้พระองค์เยียวยาเราหรือไม่?

ชวนรำพึง

ในตอนท้ายของพระวรสารเราเห็นว่าประชาชนกล่าวถึงพระเยซูเจ้าว่า “คนคนนี้ทำอะไรดีทั้งนั้น”

เราจะดำเนินชีวิตอย่างไรให้เหมือนพระเยซูเจ้าจนคนกล่าวถึงเราเช่นเดียวกับกล่าวถึงพระองค์ “คนคนนี้ทำอะไรดีทั้งนั้น” ทำให้เราคิดถึงรูปแบบชีวิตที่คงต้องมุ่งมั่นในการทำความดี รักษาความดีของตน แน่นอนเขาคงไม่ทำบาป หรือผิดพลาดคงต้องรีบแก้ไขปรับปรุงตนเอง ไม่เอาชีวิตของตนไปอยู่ในหนทางของความชั่วร้าย

“คนคนนี้ทำอะไรดีทั้งนั้น” อาจจะหมายถึงการทำกิจการดีด้วยใจยินดี ทำอย่างเต็มที่ ไม่ทำอย่างเสียไปที ถ้าทำความดีอย่างเสียไปทีก็คงไม่ดี แต่ต้องทำอย่างดีจริงๆ ตั้งใจทำให้ครบสมบูรณ์ ไม่ใช่ทำครึ่งๆ กลางๆ แต่พยายามทำจนสำเร็จ แม้ว่าจะยากลำบากเพียงใด

“คนคนนี้ทำอะไรดีทั้งนั้น” ที่พระเยซูเจ้าเป็นตัวอย่างกับเราก็คือพระองค์ให้พระเป็นเจ้าเข้ามามีส่วนในกิจการดีของพระองค์ “ทรงเงยพระพักตร์ขึ้นเบื้องบน ถอนพระทัย แล้วตรัสว่า “เอฟฟาธา” แปลว่า “จงเปิดเถิด” ทันใดนั้นหูของเขากลับได้ยิน สิ่งที่ขัดลิ้นอยู่ก็หลุด เขาพูดได้ชัดเจน”

“คนคนนี้ทำอะไรดีทั้งนั้น พระองค์ทำให้คนหูหนวกกลับได้ยิน คนใบ้กลับพูดได้” หากเราทำให้พระวาจาของพระเจ้าเป็นที่รับรู้(ได้ยิน) นั่นคือการประกาศข่าวดีของพระ และทำให้ทุกคนหันกลับมาสรรเสริญพระเจ้า(คนใบ้กลับพูดได้) เราก็คือ “คนคนนี้ทำอะไรดีทั้งนั้น”

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

8 กุมภาพันธ์ 2018 วันพฤหัสบดี สัปดาห์ที่ 5 เทศกาลธรรมดา

เหตุแห่งความเสื่อม…

คลิกอ่าน  พระวาจาประจำวัน 1 พกษ 11:4-13 / มก 7:24-30

กษัตริย์ซาโลมอนน่าจะได้รับพรจากพระเจ้าจนตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ รวมทั้งโอรสผู้จะสืบทอดบัลลังก์ของพระองค์คงจะได้รับผลแห่งความดีนี้ด้วย แต่เหตุการณ์เปลี่ยนไปเมื่อพระทัยของกษัตริย์หันเหไปจากองค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าแห่งอิสราเอล  

hqdefault
กษัตริย์ซาโลมอนในวัยชรารายล้อมด้วยหญิงชาวต่างชาติ

เหตุแห่งความเสื่อมถอย ความไม่ซื่อสัตย์ของกษัตริย์ซาโลมอนที่หนังสือพงษ์กษัตริย์บันทึกไว้คือ เพราะกษัตริย์หลงไหลในความสนุกสนานของชีวิตในความสำเร็จและความยิ่งใหญ่ของตน ทรงหลงลืมการตักเตือนของพระเจ้าทั้งที่ทรงสำแดงพระองค์แก่กษัตริย์ถึงสองครั้ง ทรงไม่สนใจแบบอย่างดีที่กษัตริย์ดาวิดผู้บิดาได้ให้ไว้ ทรงให้ผู้คนที่รายล้อมซึ่งล้วนแต่ไม่มีความเชื่อในองค์พระผู้เป็นเจ้าเข้ามาใกล้ชิดและยังยอมปฏิบัติตามคำของพวกเขา

ชีวิตของเราหันเหไปจากหนทางแห่งความดี หันเหออกไปจากพระเจ้าที่เราเชื่อด้วยสาเหตุเหล่านี้ไหม?

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

7 กุมภาพันธ์ 2018, วันพุธสัปดาห์ที่ 5 เทศกาลธรรมดา

ชื่นชมปรีชาญาณของพระเจ้าในเพื่อนพี่น้อง

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน 1 พกษ 10: 1 – 10 / มก 7: 14- 23

พระราชินีแห่งเชบารู้สึกประทับใจในปรีชาญาณและความสามารถของกษัตริย์ซาโลมอน ยิ่งได้มาสัมผัสด้วยตัวพระองค์เองยิ่งเห็นถึงความรักที่พระเจ้ามีต่อประชากรอิสราเอล เป็นเหตุให้พระนางสรรเสริญพระเจ้า และยังถวายทองคำเครื่องเทศแก่กษัตริย์ซาโลมอนมากมายจนเป็นที่กล่าวขาน

Tiepolo
พระราชินีแห่งเชบาทดสอบกษัตริย์ซาโลมอนด้วยปริศนาต่างๆ มากมาย

วันนี้ลองทบทวนดูว่าเราเคยเห็นปรีชาญาณและพระพรของพระในเพื่อนพี่น้องของเราไหม? ปรีชาญาณและพระพรของพระในเพื่อนพี่น้องเป็นสาเหตุให้เราสรรเสริญพระหรือไม่? และเรามีส่วนร่วมในการสนับสนุนเพื่อนพี่น้องให้พรสวรรค์หรือปรีชาญาณในตัวเขาเติบโตขึ้นหรือไม่?

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

6 กุมภาพันธ์ 2018

สรรเสริญพระเจ้าด้วยใจใสบริสุทธิ์

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน 1 พกษ 8:22-23, 27-30 / มก 7:1-13

การที่พระเจ้ามาประทับอยู่ในพระวิหารที่กษัตริย์ซาโลมอนสร้างถวาย ทำให้กษัตริย์ซาโลมอนขับเพลงสรรเสริญพระเจ้าด้วยถ้อยคำที่ไพเราะ สำนึกในพระกรุณาของพระเจ้า

อย่าลืมที่จะขอบพระคุณพระองค์ทุกครั้งที่พระองค์มาสถิตอยู่กับเรา ในทางศีลศักดิ์สิทธิ์ที่เราได้รับ ในการภาวนาของเรา ในกิจการดีที่เรากระทำ

 

9045f043ddaed895b4630b5c7ca062bf
กษัตริย์ซาโลมอนสรรเสริญพระเจ้าในพระวิหารที่ทรงสร้างถวายแด่พระเจ้า

คลิกอ่าน นักบุญประจำวันนี้ เปาโล มิกิ พระสงฆ์และเพื่อนมรณสักขี

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

5 กุมภาพันธ์ 2018

พระเจ้าประทับอยู่

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน 1 พกษ 8:1-7, 9-13 / มก 6:53-56

พระวิหารที่กรุงเยรูซาเล็มที่กษัตริย์ซาโลมอนทรงสร้างถวายแด่พระเจ้าเต็มไปด้วยเมฆปกคลุมจนกระทั่งสมณะไม่สามารถประกอบพิธีต่อไปได้ เป็นเครื่องหมายถึงการประทับอยู่ของพระเจ้า

images (1)
การถวายพระวิหารแด่พระเจ้าใน 1 พกษ 8

ขณะที่พระเยซูเจ้าทรงรักษาคนเจ็บคนป่วย คนที่ได้สัมผัสเพียงฉลองพระองค์ก็ได้รับการรักษาให้หาย สำหรับพวกเขาเป็นเครื่องหมายของการประทับอยู่ของพระเจ้า พระองค์ทรงเมตตาและช่วยเหลือพวกเขาทรงตอบสนองต่อคำวอนขอของพวกเขา พระเจ้าประทับอยู่ท่ามกลางพวกเขาจริงๆ

mk-6-53-56-1

วันนี้ ให้เราตระหนักเสมอว่าพระเจ้าทรงพร้อมเสมอให้เราได้พบกับพระองค์โดยเฉพาะในโบสถ์และในพิธีบูชาขอบพระคุณ เราเองที่รับพระเยซูเจ้าผ่านทางเครื่องหมายแห่งศีลศักดิ์สิทธิ์คือศีลมหาสนิท สามารถเป็นเครื่องหมายของการประทับอยูของพระเจ้าเช่นกัน ด้วยการประกอบกิจเมตตาโดยเฉพาะกับผู้ที่มีความจำเป็นและต้องการความช่วยเหลือมากที่สุด

12717166_515501741958067_7039478286682884935_n

 

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

4 กุมภาพันธ์ 2018

มาใช้พลังแห่งการเยียวยารักษาของพระเยซูเจ้ากันเถอะ

คลิกอ่าน พระวาจาของพระเป็นเจ้า โยบ 7:1-4, 6-7 / 1 คร 9:16-19, 22-23 / มก 1:29-39

จินตนาการว่าพระเยซูเจ้าทรงเสด็จไปที่บ้านของมารดาของภรรยา(แม่ยาย) ของซีโมน เธอเป็นไข้ล้มป่วย แต่ครั้งนี้พระองค์ไม่ได้ปกมือเพื่อรักษาเหมือนกับที่ทรงกระทำกับคนเจ็บคนป่วยคนอื่นๆ แต่ “พระองค์เสด็จเข้าไปจับมือนาง พยุงให้ลุกขึ้น…” และผลก็เช่นเดียวกัน “นางก็หายไข้ และรับใช้ทุกคน” สัมผัสของพระเยซูเจ้า การพยุงของพระองค์ให้เธอลุกขึ้น ก็ส่งผลอย่างน่าอัศจรรย์และเพียงพอให้เธอสามารถทำหน้าที่ของนางต่อไป…

ถ้าจินตนาการต่อไปว่าหากจะมีคำกล่าวจากพระเยซูเจ้ากับแม่ยายของเปโตรที่ทำให้เธอหายไข้และรับใช้ทุกคน จะเป็นคำพูดเหล่านี้ไหม “ลุกขึ้นได้แล้ว…อย่าสำออย” “มีงานอีกหลายอย่างรอให้จัดการ อย่ามัวมานอนซมอยู่อย่างนี้” คงไม่ใช่เป็นแน่ คงจะเป็นคำที่ส่งพลังให้เกิดกำลังใจ ที่พูดแล้วนำการเยียวยาบาดแผลในใจ ที่ทำให้พร้อมจะลุกขึ้นและพร้อมจะรับใช้ผู้อื่นต่อไป

สัมผัสที่สื่อพลังใจ การประคับประคองให้คนคนหนึ่งลุกขึ้นพร้อมจะเริ่มต้นใหม่ ฟื้นจากความเจ็บปวดในจิตใจ วาจาที่เสริมกำลังใจ เป็นพลังแห่งการรักษาของพระเยซูเจ้าที่มีในตัวเรา ที่หลายครั้งเราอาจจะกดพลังนี้นานจนเกินไปแล้วในสังคมทุกวันนี้…

15-02-08-Christ_Healing_the_Mother_of_Simon_Peter_s_Wife_by_John_Bridges
พระเยซูเจ้าทรงเสด็จเข้าไปจับมือนาง(แม่ยายของเปโตร) และพยุงให้ลุกขึ้น

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

3 กุมภาพันธ์ 2018

วอนขอสิ่งที่ใช่…พักใจกับพระองค์

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน 1 พกษ 3:4-13 / มก 6:30-34

ปรีชาญาณ คือส่ิงที่กษัตริย์ซาโลมอนวอนขอจากพระเจ้าเพื่อจะได้ทำหน้าที่ผู้นำชาวอิสราเอลได้อย่างดี เขาวอนขอความเข้าใจเพื่อจะตัดสินอย่างถูกต้อง หากในชีวิตเรามองไม่ออก ไม่เข้าใจว่าเป้าหมายคืออะไร พระประสงค์ของพระเจ้าเป็นเรื่องอะไรแน่ การดำเนินชีวิตหรือสิ่งที่เราปฏิบัติก็จะผิดเพี้ยนไปหมด และอาจจะนำพาให้เราห่างไกลจากหนทางที่พระเจ้าปรารถนาให้เราเดิน  กษัตริย์ซาโลมอนเป็นแบบอย่างแก่เราในการวอนขอ ไม่ใช่เพื่อความสำเร็จ ชื่อเสียง เงินทอง แต่เพื่อภารกิจที่พระทรงมอบแก่เราจะได้สำเร็จไป

king-solomon-thessaloniki-macedonia-greece-europe_i-g-40-4052-5iilf00z

 

การพักผ่อนมักเป็นเรื่องที่เรามักจะลืมคำนึงถึง เมื่อเรามุ่งมั่นที่จะทำให้กิจการอย่างใดอย่างหนึ่งสำเร็จไป จนบางครั้งความอ่อนล้าและปัญหาสุขภาพมาเยือน ในพระวรสารเราจะเห็นว่าพันธกิจในการประกาศข่าวดีนั้นมีความจำเป็นและเรียกร้อง แต่พระเยซูเจ้าก็เห็นถึงความจำเป็นที่บรรดาศิษย์หรือผู้ร่วมงานของพระองค์จะต้องมีช่วงเวลาของการพักผ่อน “ท่านทั้งหลายจงมาพักผ่อนกับเราตามลำพังในที่สงัดระยะหนึ่งเถิด”  

images

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

1 กุมภาพันธ์ 2018

คำพูดที่ควรเก็บไปคิด…และปฏิบัติตาม

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน 1 พกษ 2:1-4, 10-12 / มก 6:7-13

คนเรามักไม่ค่อยสนใจคำพูดของคนอื่น ถนัดจะพูดจะคุยเสียมากกว่า แถมเวลาคนไม่ฟังก็มักจะโกรธด้วย ทั้งที่บางทีพูดด้วยความจริงใจ ด้วยความหวังดี

1kg david bed
กษัตริย์ดาวิดสั่งเสียซาโลมอนก่อนสิ้นพระชนม์

ในวาระสุดท้ายของกษัตริย์ดาวิดได้สั่งเสียกับซาโลมอนพระโอรสว่าให้เป็นคนเข้มแข็ง ให้ปฏิบัติตามพระบัญญัติของพระเจ้า ให้ปฏิบัติตามแบบอย่าง(ที่ดี)ของตน… “พ่อกำลังจะตายในไม่ช้า ลูกจงเข้มแข็งอย่างลูกผู้ชายเถิด จงปฏิบัติตามพระบัญชาขององค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าของลูก จงเดินตามหนทางของพระองค์ ปฏิบัติตามข้อกำหนด บทบัญญัติ พระวินิจฉัยและกฤษฎีกาของพระองค์ ดังที่เขียนไว้ในธรรมบัญญัติของโมเสส แล้วลูกจะประสบความสำเร็จ ไม่ว่าลูกจะทำสิ่งใดและจะไปที่ไหน”(1พกษ 2:2-3)

1-8
พระเยซูเข้าส่งอัครสาวกออกไปเป็นคู่ๆ

พระวรสารวันนี้เล่าว่าพระเยซูเจ้าทรงส่งบรรดาสาวกออกไป บอกถึงหน้าที่ที่พวกเขาต้องทำ รวมทั้งบอกอย่างแน่ชัดว่าเขาควรปฏิบัติตนอย่างไร

ผลของการรู้จักฟัง เก็บเอาไปคิดและปฏิบัติตามมักจะออกมาในทางที่ดีเสมอ ซาโลมอนเพราะการปฏิบัติตามคำของดาวิด เขากลายเป็นกษัตริย์ของอิสราเอลในยุคที่ถือว่าอาณาจักรมีความมั่นคงมากที่สุด ส่งผลให้มีความเจริญทางศิลปะ วัฒนธรรม และกลายเป็นผู้ที่สร้างพระวิหารที่กรุงเยรูซาเล็มจนสำเร็จสง่างาม ขณะที่พวกสาวกเมื่อออกไปปฏิบัติหน้าที่ตามที่พระเยซูเจ้าบอก พวกเขากลับมาเล่าให้พระองค์ฟังด้วยความชื่นชมยินดี

บางทีการที่รู้จักฟังอาจจะทำให้เราได้สาระหรือแนวทางซึ่งนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในชีวิตของเราก็ได้…. จะอย่าพลาดที่จะรับฟังผู้อื่นเสมอ

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

31 มกราคม 2018

พระเจ้าประทานปรีชาญาณและอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของเรา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน 2 ซมอ 24:2, 9-17  มก 6:1-6

David_King_Over_All_Israel_001
กษัตริย์ดาวิดเรืองอำนาจเหนือชาติอิสราเอล

ดูเหมือนว่าการสำรวจจำนวนประชากรไม่น่าจะเป็นประเด็นอะไร เพราะถ้ากษัตริย์ดาวิดรู้จำนวนและกำลังทหารของตนเองก็จะยิ่งเป็นประโยชน์ต่อการทำหน้าที่เป็นผู้นำของท่าน แต่พระคัมภีร์บันทึกไว้ว่าหลังจากสำรวจจำนวนประชากรแล้ว กษัตริย์ดาวิดทรงรู้สึกผิด เพราะพระองค์รู้สำนึกว่าตนกำลังเย่อหยิ่งทะนงตน การสำรวจนี้มาจากดำริของกษัตริย์ดาวิดเอง นั่นสะท้อนให้เห็นความภาคภูมิใจในความสามารถของตน ความยิ่งใหญ่ที่ตนมี เขาลืมไปว่าชนชาติอิสราเองเป็นประชากรของพระเจ้า และการที่ชนชาติอิสราเอลเรืองอำนาจและแผ่ขยายไปเป็นที่เกรงขามของชนชาติรอบข้างก็เป็นเพราะพระเจ้าที่ทรงช่วยเหลือและอยู่เบื้องหลัง

jesus-in-nazareth
พวกเขารู้สึกประหลาดใจว่าพระเยซูเจ้าได้รับปรีชาญาณมาจากไหน

ในพระวรสาร เราเห็นว่าคนในบ้านเกิดของพระเยซูเจ้าเองรู้สึกประหลาดใจต่อปรีชาญาณและฤทธิ์อำนาจในการทำอัศจรรย์ของพระองค์ เพราะเขาไม่เชื่อว่าพระองค์จะเอาปรีชาญาณและความสามารถมาจากไหนเนื่่องจากพวกเขาตัดสินพระองค์แต่เพียงภายนอก จากการรับรู้ของพวกเขาเอง เขาลืมไปว่าพระเจ้าผู้ทรงสรรพานุภาพพระองค์สามารถช่วยให้เราแต่ละคนที่เปิดหัวใจรับพระองค์ได้ก้าวหน้าได้พัฒนาตนเอง จนที่สุดเราสามารถจะเป็นเครื่องมือแสดงให้เห็นพระสิริรุ่งโรจน์ของพระเจ้าได้ ซึ่งคนแบบนี้มีอยู่ทั่วไปในสังคม พระเยซูเจ้าจึงตรัสว่า “ประกาศกย่อมไม่ถูกเหยียดหยามนอกจากในถิ่นกำเนิด ท่ามกลางวงศ์ญาติ และในบ้านของตน” 

วันนี้เมื่อเรารู้สึกว่าเราประสบความสำเร็จจงตระหนักเสมอว่าพระเจ้าทรงอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของเรา และเราพร้อมจะสรรเสริญพระเจ้าโมทนาคุณพระองค์ เวลาเดียวกันเรายังสามารถชื่นชมในพระพรและความสามารถของผู้อื่นด้วยเช่นเดียวกัน

หลักสูตรคริสตศาสนธรรมภาคพิเศษ

30 มกราคม 2018

  1. ทำไมมีหลักสูตรนี้?

แรงจูงใจหลักที่จัดให้มีหลักสูตรนี้เพราะข้อเรียกร้องจากกฤษฎีกาพระศาสนจักรแห่งประเทศไทย ในการส่งเสริมคริสตชนฆราวาสให้ได้เรียนรู้อย่างลึกซึ้งถึงข้อคำสอน ความเชื่อของพระศาสนจักร และโดยเฉพาะบุคลากรในโรงเรียน  เจ้าหน้าที่สำนักงานวัด ผู้ฝึกหัดในคณะนักบวช สามเณรจากที่ต่างๆ ซึ่งจะสามารถมีส่วนในการอภิบาลด้านคำสอนและงานอภิบาลด้านอื่นๆได้เป็นอย่างดีหากได้รับการเตรียมหรือมีโอกาสได้เรียนรู้ แต่เนื่องจากมีความจำกัดหลายๆด้าน ทำให้ไม่สามารถเรียนหลักสูตรคำสอนที่เปิดในภาคปกติและภาคฤดูร้อนได้ อาทิ จะต้องผละงานหน้าที่ ต้องเดินทางไกล ไม่สามารถพักค้างเป็นเวลานานหลายๆ วันได้เพราะต้องดูแลครอบครัว เป็นต้น

2. ไม่ต้องเสียหน้าที่จริงหรือ?

หลักสูตรนี้มีการเรียนการสอนอาทิตย์ละ 1 วัน คือทุกวันพฤหัส(วันที่อาจารย์จากแสงธรรมสะดวกมาสอนได้) ในระหว่างปีการศึกษา ดังนั้น ผู้บริหารสามารถมอบหมายงานหน้าที่ คาบสอนได้ตามปกติ เพียงแต่เอื้อเวลาให้ว่างสามารถมาเรียนได้ในวันพฤหัสบดี

3. ต่างจากหลักสูตรภาคฤดูร้อนที่จัดโดยศูนย์คริสตศาสนธรรมระดับชาติ(CC) หรือสาขาวิชาคริสตศาสตร์ วิทยาลัยแสงธรรมอย่างไร?

หลักสูตรคริสตศาสนธรรมภาคพิเศษนี้เทียบเท่ากับหลักสูตรคริสตศาสนธรรมภาคฤดูร้อน(CC) ทุกประการและเมื่อจบได้รับวุฒิบัตรจากศูนย์คริสตศาสนธรรมระดับชาติ  เพราะใช้หลักสูตรเดียวกันในเรื่องวิชา จำนวนคาบเรียน แม้แต่อาจารย์ผู้สอน เพียงแต่ปรับสถานที่และตารางเรียนให้ใกล้ และสามารถเรียนในระหว่างปีการศึกษาโดยไม่ต้องพักค้าง ส่วนหลักสูตรคริสตศาสตร์ วิทยาลัยแสงธรรมมีความเข้มข้นมากกว่าเพราะเป็นหลักสูตรปริญญาตรี

4. จัดการเรียนการสอนอย่างไร และเริ่มเมื่อไร?
ตามที่ได้แจ้งไปแล้วว่าหลักสูตรเป็นหลักสูตรเดียวกันกับหลักสูตรคริสตศาสนธรรมภาคฤดูร้อน จึงมี 3 ไซเคิล ไซเคิลละ 1 ปีการศึกษา เปิดการเรียนการสอนในระหว่างปีการปีการศึกษา ทุกวันพฤหัสบดี เรียนครั้งละ 5 คาบ เริ่มตั้งแต่เวลา 8.30-14.30 น.  ใน 1 ภาคเรียนผู้เรียนจะมาเรียนจำนวน 30- 31 ครั้ง

เพื่อให้สะดวกต่อการเดินทางหลักสูตรนี้เปิดบริการการเรียนการสอน 3 จุด คือ โรงเรียนราษฎร์บำรุงศิลป์(บ้านแพน) โรงเรียนอัสสัมชัญศึกษา และศูนย์คริสตศาสนธรรมระดับชาติ(CC) ดังนั้น ผู้เรียนสามารถเลือกจุดเรียนรู้ที่ใกล้ สามารถไปและกลับได้ภายในเวลาไม่นาน

เปิดรับสมัครแล้ว

เริ่มการเรียนการสอนตามหลักสูตร เดือนพฤษภาคม 2018

5. แน่ใจในคุณภาพการเรียนการสอนได้ไหม?

หลักสูตรนี้ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการคำสอนระดับชาติ ศุนย์คริสตศาสนธรรมระดับชาติซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบการดำเนินการเรื่องหลักสูตร สอนโดยอาจารย์จากวิทยาลัยแสงธรรม และผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากฝ่ายบริหาร ฝ่ายการศึกษา แผนกจิตตาภิบาล ของอัครสังฆมณฑลฯ เป็นที่เรียบร้อย โดยแผนกคริสตศาสนธรรม กรุงเทพฯ และแผนกจิตตาภิบาล ฝ่ายการศึกษาจะช่วยประสานงาน ดังนั้นเกิดจากความเห็นชอบและความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยการวัดและประเมินเป็นไปตามเกณฑ์วัดประเมินของหลักสูตรคริสตศาสนธรรมภาคฤดูร้อนที่ได้รับการรับรองแล้ว

6. จะได้ประโยชน์จากการผ่านหลักสูตรนี้บ้าง?

ต้นสังกัดจะได้บุคลากรที่มีคุณภาพ ได้รับการส่งเสริมให้มีความรู้ด้านคำสอนและความรู้พื้นฐานต่างๆ ที่จำเป็นมากขึ้น ย่อมสามารถขยายงานด้านการอภิบาลได้กว้างขวางมากขึ้น เป็นผู้ร่วมงานในการประกาศข่าวดี(แพร่ธรรม)ได้มากขึ้น ยิ่งบุคลากรคาทอลิกทุกคนได้รับการส่งเสริม 100 % ก็ชวนให้จินตนาการได้ว่าจะบังเกิดผลอย่างไรต่อองค์กรและหน่วยงาน

ผู้เรียนได้มีโอกาสทบทวนและเพิ่มพูนความรู้ด้านคำสอน ส่งเสริมความเชื่อให้เด่นชัด และสามารถถ่ายทอดแบ่งปันให้กับเด็กๆ และเยาวชน มั่นใจและกล้าที่จะมีส่วนร่วมรับผิดชอบในงานมอบหมายที่ได้รับ อีกทั้งเป็นคริสตชนฆราวาสที่สามารถขยายพระศาสนจักรให้แผ่กว้างออกไป

เด็กๆ และเยาวชน ทั้งที่เป็นคริสตชนและต่างศาสนา ย่อมได้รับการแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ความเชื่อได้อย่างถูกต้อง ไม่ผิดหลง ได้รับการหล่อมหลอมคุณธรรมจริยธรรมตามแนวทางคำสอนของพระเยซูเจ้า

อัตลักษณ์และเอกลักษณ์ของโรงเรียนคาทอลิกเด่นชัดมากขึ้น

7. คุณสมบัติของผู้เรียนเป็นอย่างไร

เป็นคาทอลิก เช่น ครูคำสอนครูคาทอลิก  เจ้าหน้าที่สำนักงานวัด ครูคำสอนอาสาสมัคร และผ่านการรับรองจากต้นสังกัด เช่น พระสงฆ์เจ้าอาวาส ผู้อำนวยการ ผู้จัดการแผนกฯ

หรือเป็นผู้ฝึกหัด/สามเณร ที่ผู้ใหญ่ของคณะหรืออธิการรับรอง

ครูที่สอนวิชาคริสตศาสนาในโรงเรียน ซึ่งอาจจะไม่ใช่คาทอลิก แต่เพื่อให้การเรียนการสอนวิชานี้มีคุณภาพ ผู้บริหารอาจจะพิจารณาส่งมาเรียนหลักสูตรนี้ได้

เป็นคริสตชนที่สนใจทั่วไป

โบชัวร์ภาคพิเศษ 2018 edited 30 มค 18

หากมีคำถามเพิ่มเติม ติดต่อ email: fr.sommai.mathurotsuwan@gmail.com  หรือข้อมูลติดต่อในโบร์ชัว