ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

5 เมษายน 2019 วันศุกร์ สัปดาห์ 4 เทศกาลมหาพรต

เชิญอ่าน พระวาจาประจำวัน

ทั้งๆ ที่เราพยายามตั้งใจทำความดี เป็นคนดี แต่บ่อยครั้งเราก็ยังถูกเบียดเบียน ถูกใส่ร้ายป้ายสี ถูกใส่ความ ความผิดพลาดเล็กๆ ของเราถูกนำไปแปรธาตุเป็นมูลเหตุเหมือนกับต้องรับโทษประหารชีวิต ขณะที่ความดีที่ตั้งใจทำมาตลอดกับเหมือนมีอะไรบังตาไม่มีใครมองเห็น…

เราอย่าลืมว่าการถูกเบียดเบียนในรูปแบบต่างๆ ก็เกิดขึ้นกับบรรดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ บรรดาประกาศกและแม้แต่กับพระเยซูเจ้าเอง ” …คนนี้มิใช่หรือที่เขาพยายามจะฆ่า… “

การตอบโต้ด้วยวิธีการของคนชั่วร้ายก็ย่อมเท่ากับการตกลงไปสู่วังวนของความชั่วร้ายเช่นกัน เพราะนั่นเป็นเป้าประสงค์ของคนอธรรมอยู่แล้ว “…เราจงสาปแช่งและทรมานลองใจเขา ให้รู้ว่าเขาอ่อนโยนเพียงใด และจงทดสอบว่าเขาอดทนเพียงใด เราจงตัดสินลงโทษให้เขาตายอย่างอัปยศ ถ้าเป็นจริงอย่างที่เขาพูด พระเจ้าจะทรงคอยดูแลเขา”

พระเยซูเจ้าเลือกที่จะหลีกเลี่ยงอันตรายจากการเบียดเบียน แต่ไม่เคยที่จะละทิ้งการกระทำความดี พระองค์ประกาศเทศน์สอนอย่างเปิดเผย แต่เมื่อเวลาของพระองค์มาถึงพระองค์ก็เผชิญหน้าอย่ากล้าหาญ ดูเหมือนว่าพระองค์จะพ่ายแพ้และรับความตาย แต่ชัยชนะของพระองค์เกิดขึ้นหลังจากนั้น พระองค์ทรงได้รับการกลับคืนชีพ

.

.

.

.

.

.

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

4 เมษายน 2019 วันพฤหัส สัปดาห์ 4 เทศกาลมหาพรต

เชิญอ่าน พระวาจาประจำวัน อพย 32:7-14 / ยน 5:31-47

บางทีเราก็สร้างรูปเคารพในชีวิตของเรา เรายอมสิโรราบและให้มันเป็นเจ้าชีวิตของเรา เช่น เงินทอง เกียรติยศชื่อเสียง ร่างกายของตัวเอง เป็นต้น เรายอมที่จะอุทิศชีวิตของเราเพื่อสิ่งเหล่านี้ ไม่ต่างอะไรจากพฤติกรรมของประชากรอิสราเอลในอดีต ที่เขาหลงลืมพระเจ้าที่ได้ปลดปล่อยพวกเขา “เขาเปลี่ยนวิถีทางอย่างรวดเร็วออกจากทางที่เราได้สั่งให้เขาเดิน เขาหล่อรูปลูกโคขึ้น แล้วกราบนมัสการ ทั้งยังถวายบูชาแก่รูปนั้น…”

วันนี้พระวาจาของพระเชิญชวนให้เราทบทวนชีวิตของเราว่าเราหลงลืมพระเจ้าหรือไม่ หลงลืมไปกับอะไร ถึงเวลาที่เราต้องหันกลับมาทูลวอนขออภัยโทษจากพระเจ้า วางใจในพระเมตตาของพระองค์

.

.

.

.

.

..

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

3 เมษายน 2019 วันพุธ สัปดาห์ 4 เทศกาลมหาพรต

เชิญอ่าน พระวาจาประจำวัน

“หญิงคนหนึ่งจะลืมบุตรที่ยังกินนม และจะไม่สงสารบุตรที่เกิดจากครรภ์ของนางได้หรือ แม้หญิงเหล่านี้จะลืมได้ เราจะไม่มีวันลืมเจ้าเลย”

ถ้อยคำนี้นำความหวังมาสู่ชีวิตของเราแต่ละคน ให้เรายังคงซื่อสัตย์และวางใจในพระอยู่เสมอในการดำเนินชีวิต

พระเยซูเจ้าเป็นหนึ่งเดียวกับพระบิดาและดำเนินชีวิตตามพระประสงค์ของพระบิดาอยู่เสมอ

“เรามิได้แสวงหาที่จะทำตามใจของเรา แต่ทำตามพระประสงค์ของพระองค์ผู้ทรงส่งเรามา “

ชีวิตที่ดำเนินไปตามพระประสงค์ของพระบิดาย่อมคำนึงถึงความดีส่วนรวม ความพยายามที่จะรักษาความเป็นหนึ่งเดียวกัน รักษาความยุติธรรม ความสงบสุข เมื่อนั้นจะเป็นอาณาจักรสวรรค์ที่มีแต่ความชื่นชมยินดีและสันติสุข

.

.

.

.

.

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

2 เมษายน 2019 วันอังคาร สัปดาห์ 4 เทศกาลมหาพรต

เชิญอ่าน พระวาจาประจำวัน

เราอาจจะเป็นคนที่มองไม่เห็นความทุกข์เดือดร้อนของเพื่อนพี่น้องไม่ต่างอะไรจากคนตาบอด เราอาจจะเป็นคนที่ไม่เข้มแข็งพอที่จะยึดมั่นในความดี และตกอยู่ในสภาพที่ต้องรับผลของการดำเนินชีวิตที่ผิดพลาดของเราไม่ต่างอะไรจากคนง่อยคนเป็นอัมพาต

เราต้องการเยียวยารักษาความพิการฝ่ายจิตของเรา และเราอาจจะเป็นเหมือนคนที่ป่วยมาสามสิบแปดปีในพระวรสารที่ไม่สามารถลงไปในสระเป็นคนแรกเมื่อน้ำกระเพื่อมเพื่อจะหายจากโรค เขาเชื่อว่าจะหายจากความเจ็บป่วยแต่ “…ไม่มีใครช่วยจุ่มข้าพเจ้าลงในสระเมื่อน้ำกระเพื่อม …”

พระเยซูเจ้าคือผู้ที่สามารถเยียวยารักษาความเจ็บป่วยฝ่ายจิตวิญญาณที่กักขังชีวิตของเราไม่ให้เป็นอิสระ วันนี้พระองค์ทรงตรัสถามเราเช่นเดียวกันว่า “ท่านอยากจะหายป่วยไหม”  ช่วงเวลามหาพรตจึงเป็นช่วงเวลาที่เราจะกลับมาหาและร้องขอพระเยซูเจ้าให้ทรงเยียวยารักษาความเจ็บป่วยของเรา

.

.

.

.

.

.

.

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

1 เมษายน 2019 วันจันทร์ สัปดาห์ 4 เทศกาลมหาพรต

เชิญอ่าน พระวาจาประจำวัน

พระเยซูเจ้าทรงยืนยันว่าบุตรของข้าราชการนั้นจะพ้นอันตรายหายดีอีกครั้ง “ไปเถิด บุตรของท่านพ้นอันตรายแล้ว” บุตรของเขาฟื้นคืนสุขภาพอีกครั้งหนึ่งซึ่งเป็นเวลาเดียวกันที่เขาวางใจในพระดำรัสของพระเยซูเจ้าและเริ่มเดินทางกลับบ้าน…

นักบุญยอห์นผู้เขียนพระวรสารใช้เหตุการณ์การรักษาบุตรของข้าราชการเป็นเครื่องหมายที่แสดงออกว่า พระเยซูเจ้าทรงเป็นผู้นำชีวิตมาให้ ชีวิตนิรันดรเริ่มต้นขึ้นแล้วในขณะนี้ และสำหรับนักบุญยอห์นแล้วท่านมองว่าชีวิตนิรันดรเริ่มขึ้นในทันที่เราผูกพันชีวิตของเรากับพระเยซูเจ้าและหนทางของพระด้วยความไว้วางใจ

วันนี้พระวาจาของพระเจ้าเตือนใจให้เราวางใจในพระเยซูเจ้า ซื่อสัตย์ต่อการดำเนินชีวิตของเราตามคำสอนของพระองค์ และในที่สุดเราจะได้รับชีวิต เป็นชีวิตนิรันดร

.

.

.

.

.

.

.

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

31 มีนาคม 2019 อาทิตย์ที่ 4 เทศกาลมหาพรต

เชิญอ่าน พระวาจาประจำวัน

พระเจ้าทรงมีพระทัยเมตตาอ่อนหวานทรงพร้อมจะอภัยแก่ทุกคนโดยเฉพาะคนบาป แม้ว่า…

ราแสวงหาความสุขจากความสนุกสนาน ความพึงพอใจ การเผชิญโลกภายนอก โดยอาศัยพระพรที่พระให้มาเพื่อความสุขของตนเองเหมือนลูกคนเล็กโดยไม่มีพระเจ้าอยู่กับเขา

เราไม่เคยคิดถึงความสัมพันธ์ที่พระเจ้ามีต่อเราว่าเป็นแบบพ่อต่อลูก “ทุกสิ่งที่พ่อมีก็เป็นของลูก” แต่เป็นเหมือนเจ้านายกับผู้รับใช้ เมื่อผู้รับใช้ทำหน้าที่อย่างดีเจ้านายก็จะให้รางวัล เหมือนพี่ชายคนโต ที่พูดกับพ่อว่า ‘ลูกรับใช้พ่อมานานหลายปีแล้ว ไม่เคยฝ่าฝืนคำสั่งของพ่อเลย พ่อก็ไม่เคยให้ลูกแพะแม้แต่ตัวเดียวแก่ลูกเพื่อเลี้ยงฉลองกับเพื่อนๆ” เราคิดว่าการดำเนินชีวิตอย่างดี ทำหน้าที่คริสตชนอย่างดีแล้วพระเจ้าจะต้องตอบสนองความต้องการของฉัน มากกว่าใจดีต่อคนบาปคนประพฤติเสเพลแบบน้องชายของเขา

อย่างไรก็ดี ผู้เป็นพ่อก็ออกไปหาลูกทั้งสองคนของเขาและเรียกให้กลับมาฉลองในบ้านของตน วันนี้พระวาจาของพระเจ้าช่วยให้เราเข้าใจว่าพระเจ้าทรงมีพระทัยเมตตาต่อทุกคน โดยเฉพาะคนบาป จึงเป็นโอกาสดีที่เราควรจะเข้าไปรับพระเมตตาของพระเสมอ โดยเฉพาะในศีลอภัยบาป

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

30 มีนาคม 2019 วันเสาร์ สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลมหาพรต

เชิญอ่าน พระวาจาประจำวัน

คนเก็บภาษีในเรื่องที่พระเยซูเจ้าทรงเล่ามีความตระหนักว่าเขาเป็นคนบาป ไม่กล้าแม้กระทั่งเงยหน้าขึ้น เขาสำนึกผิดและคำวอนขอของเขาทำให้พระเจ้าทรงฟัง พระเยซูเจ้าทรงตรัสยืนยันว่า ” เราบอกท่านทั้งหลายว่าคนเก็บภาษีกลับไปบ้าน ได้รับความชอบธรรม”

ทุกวันนี้เราอยู่ในสังคมที่รักษาหน้าตา ไม่กล้าหาญที่จะยอมรับความผิดที่ตนได้กระทำและยอมไม่ได้หากถูกเปิดเผย แถมยังลอยหน้าลอยตาเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ท่าทีเช่นนี้ทำให้เราห่างจากพระพรของพระ

ช่วงเวลาพิเศษแห่งมหาพรตน่าจะเป็นช่วงเวลาที่เราจะได้ตรวจสอบชีวิตของตนเองอย่างแท้จริง ยอมรับในความผิดพลาดอ่อนแอของตน และวอนขอพระเมตตาต่อพระเจ้าด้วยความสำนึกผิด  ‘ข้าแต่พระเจ้า โปรดทรงพระกรุณาต่อข้าพเจ้าคนบาปด้วยเถิด’

.

.

.

.

.

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

29 มีนาคม 2019 วันศุกร์ สัปดาห์ 3 เทศกาลมหาพรต

เชิญอ่าน พระวาจาประจำวัน

ธรรมาจารย์ในพระวรสารวันนี้รู้สึกชื่นชมและประทับใจในปรีชาญาณของพระเยซูเจ้า เมื่อพระองค์สามารถสรุปธรรมบัญญัติของพระเจ้าได้โดยรวบรวมแก่นแท้ของธรรมบัญญัติทั้งมวลไว้

“พระอาจารย์ ท่านตอบได้ดี จริงทีเดียวที่ท่านกล่าวว่า พระเจ้ามีแต่เพียงพระองค์เดียวและนอกจากพระองค์แล้วไม่มีพระเจ้าอื่นเลย การจะรักพระองค์สุดจิตใจ สุดความเข้าใจและสุดกำลัง และรักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตนเองนี้มีคุณค่ามากกว่าเครื่องเผาบูชา หรือเครื่องสักการบูชาใดๆ ทั้งสิ้น”

แต่พระเยซูเจ้าทรงย้ำว่าการชื่นชมและประทับใจในคำสอนของพระองค์นั่นไม่เพียงพอ สิ่งที่สำคัญคือการยอมมอบชีวิตของตนติดตามพระเยซูเจ้าเป็นศิษย์ที่มีส่วนร่วมในการประกาศข่าวดีของพระด้วย “ท่านอยู่ไม่ไกลจากพระอาณาจักรของพระเจ้า” 

.

.

.

.

.

.

.

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

28 มีนาคม 2019 วันพฤหัส สัปดาห์ 3 เทศกาลมหาพรต

เชิญอ่าน พระวาจาประจำวัน

การไม่เปิดใจยอมรับของประชาชนทำให้การขับไล่ปีศาจของพระเยซูเจ้าที่ทำให้คนเป็นใบ้กลับมาพูดได้ ถูกมองว่าเป็นการกระทำด้วยอำนาจของเบเอลเซบุลเจ้าแห่งปีศาจแทนที่จะมองว่าเป็นฤทธิ์อำนาจของพระเจ้า แถมยังเรียกร้องเครื่องหมายอัศจรรย์อื่นๆ อีก

พระเยซูเจ้าทรงย้ำอย่างชัดเจนว่า “ผู้ใดไม่อยู่กับเรา ย่อมเป็นปฏิปักษ์กับเรา ใครไม่รวบรวมสิ่งต่างๆ ไว้กับเรา ย่อมทำให้สิ่งเหล่านั้นกระจัดกระจายไป”

ท่าทีที่แสดงออกว่าเรายอมรับพระเยซูเจ้าในชีวิตของเราคือ“การเชื่อฟัง” ช่วงเวลามหาพรตจึงเป็นช่วงเวลาแห่งการกลับใจและการปรับเปลี่ยนชีวิตของเราโดยการเชื่อฟังและปฎิบัติตามพระวาจาของพระองค์

.

.

.

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

26 มีนาคม 2019 วันพุธ สัปดาห์ 3 เทศกาลมหาพรต

เชิญอ่าน พระวาจาประจำวัน
ดนล 3:25, 34-43 / มธ 18:21-35

ยากไหมถ้าจะให้อภัย?

ยาก…หากยังคิดจะลงโทษผู้ที่กระทำผิดต่อเรา หากจะทวงถามความยุติธรรม หากยังคิดเพียงว่าฉันดีไร้ที่ติไม่เคยผิดพลาดประการใดจึงไม่ต้องขออภัยใคร….

ง่าย…หากคิดว่าเราก็ไม่ต่างจากเพื่อนพี่น้องที่ย่อมผิดพลาดเหมือนกัน หากคิดว่าพระเจ้าทรงให้อภัยและให้โอกาสแก่เราหลายต่อหลายครั้ง หากอยากเป็นอิสระในจิตใจอย่างแท้จริง

“เราไม่ได้บอกท่านว่าต้องยกโทษให้เจ็ดครั้ง  แต่ต้องยกโทษให้เจ็ดคูณเจ็ดสิบครั้ง”

.

.

.

.

.

.

.