ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

25 มีนาคม 2019 สมโภชการแจ้งสารเรื่องพระวจนาตถ์ทรงรับสภาพมนุษย์

เชิญอ่าน พระวาจาประจำวัน

การรอคอยพระผู้ช่วยให้รอดบรรลุผลเพราะการตอบรับของพระนางมารีย์ ความรอดมาสู่มนุษย์ทุกคนเพราะแม่พระได้ตอบรับเป็นมารดาของพระเยซูเจ้า ซึ่งการตอบรับนี้ไม่ใช่เป็นเพียงแค่คำพูดที่กล่าวออกไป แต่หมายถึงชีวิตทั้งชีวิตของพระนางมารีย์จะเปลี่ยนไปอย่างที่พระนางเองไม่อาจจะคาดคิดหรือกำหนดเองได้

พระนางมารีย์วางใจและตอบรับพระประสงค์ของพระเจ้าอย่างต่อเนื่อง ในเมื่อเป็นสิ่งที่ไม่อาจคาดการณ์หรือกำหนดเองได้ สิ่งที่เหลืออยู่ในเวลาต่อมาหลังจากการตอบรับเป็นมารดาขององค์พระผู้ไถ่ก็คือความวางใจและต้องแสวงหาอยู่เสมอถึงพระประสงค์ของพระเจ้า การดำเนินชีวิตของพระนางจึงมีพระญาณสอดส่องของพระและพึ่งพาการนำทางของพระเสมอ

พระศาสนจักรและเราแต่ละคนต้องเรียนรู้ที่จะตอบรับพระประสงค์ของพระ เราทราบดีว่าหากพระนางมารีย์ปฏิเสธทูตสวรรค์ในครั้งนั้น มนุษย์ก็คงยังต้องรอคอยพระผู้ช่วยให้รอดต่อไป ดังนั้นการตอบรับพระประสงค์ของพระในชีวิตของเราและของพระศาสนจักรก็จะเป็นโอกาสให้ความรักของพระบังเกิดผลไปถึงมนุษย์ทุกคนด้วย แต่หากเราปฏิเสธความรักของพระก็คงไปไม่ถึงใคร

ให้เราเลียนแบบอย่างพระแม่มารีย์ในการตอบรับพระประสงค์ของพระเจ้า เพื่อความรักของพระเจ้าจะได้ผ่านไปถึงเพื่อนพี่น้องของเรา ให้เราไว้วางใจในพระญาณสอดส่องและการนำทางของพระเสมอ “…เพราะไม่มีสิ่งใดที่พระเจ้าจะทรงกระทำไม่ได้”

.

.

.

.

.

.

.

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

24 มีนาคม 2019 อาทิตย์ สัปดาห์ 3 เทศกาลมหาพรต

เชิญอ่าน พระวาจาประจำวัน

เหตุการณ์การเรียกโมเสสให้เป็นผู้นำชาวอิสราเอลให้รอดพ้นจากการเป็นทาสในอียิปต์เป็นเหตุการณ์สำคัญที่ชาวอิสราเอลต่างทราบดีว่าพระเจ้าทรงรักและเมตตาต่อพวกเขาอย่างไร และเป็นเหตุการณ์ที่พวกเขาเล่าต่อสู่ลูกหลานของเขาเป็นประจำทุกปี

นักบุญเปาโลก็เตือนชาวโครินธ์ให้เห็นพฤติกรรมของชาวอิสราเอลที่ไม่ควรเอาเยี่ยงอย่าง ขณะที่พระเจ้าทรงเมตตาช่วยเขาให้รอดจากการเป็นทาส เขากลับทรยศต่อความสัมพันธ์ที่ควรมีต่อพระเจ้า กราบไหว้พระเท็จเทียม ประพฤติตนผิดศีลธรรม ต่อว่าพระเจ้า ที่สุดพวกเขาก็ถูกพระเจ้าลงโทษเพราะความชั่วร้ายของพวกเขาเอง

พระเยซูเจ้าทรงเล่าเรื่องของต้นมะเดื่อเทศที่ไม่ออกผลแม้ว่าจะอยู่ในที่ดินของเจ้าของสวนที่มีคนสวนดูแลใส่ปุ๋ยรดน้ำอย่างดี หมายถึงชาวอิสราเอลและหมายถึงเราด้วยเช่นเดียวกันที่ได้รับการเทศน์สอนของพระเยซูเจ้าแต่ยังไม่เปลี่ยนแปลงชีวิต พระเยซูเจ้าทรงเตือนว่าบางทีเราเห็นความพินาศความตายของคนอื่นเหมือนกับเป็นเหตุการณ์ที่พระเจ้าลงโทษเขา แต่เราคิดหรือไม่ว่าเราต่างอะไรจากเขา เราเป็นผู้ดีเหมาะสมต่อหน้าพระเจ้าหรือไม่ ดูเหมือนว่าพระเจ้ายังเมตตาเรา

‘นายครับ ปล่อยมันไว้อีกสักปีหนึ่งเถิด ผมจะพรวนดินรอบต้น ใส่ปุ๋ย ดูซิว่าปีหน้ามันจะออกผลหรือไม่ ถ้าไม่ออกผล ท่านจะโค่นทิ้งเสียก็ได้’

มหาพรตคือช่วงเวลาพิเศษที่เตือนเราให้คิดถึงพระทัยเมตตาของพระเจ้าที่ทรงมีต่อเราผ่านบุคคลต่างๆ ที่พระเจ้าทรงส่งช่วยเรา และในเวลาเดียวกันที่เราจะต้องรู้จักปรับเปลี่ยนชีวิตของเราเพื่อจะบังเกิดผล ด้วยการดำเนินชีวิตตามพระวาจาของพระเจ้าที่พระเยซูเจ้าทรงหล่อเลี้ยงเรา

.

.

.

.

.

.

.

.

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

23 มีนาคม 2019 วันเสาร์ สัปดาห์ 2 เทศกาลมหาพรต

เชิญอ่าน พระวาจาประจำวัน

เรื่องอุปมาที่พระเยซูเจ้าทรงเล่าในพระวรสารวันนี้ ให้บทสอนที่ชัดเจน 2 ประการคือ

  1. แน่นอนที่สุดที่พระเจ้าจะทรงเมตตาและประทานอภัยแก่เราเสมอ เมื่อฉันเป็นทุกข์เสียใจในความผิดพลาดของตนและหันกลับมาหาพระองค์
  2. จำเป็นต้องมีใจเมตตาต่อผู้ที่เป็นปฏิปักษ์กับเรา หรือผู้ที่เราไม่ชอบ เราต้องพร้อมที่จะให้อภัยและพร้อมที่จะคืนดีกับเขาเสมอ เราต้องไม่ปฏิเสธที่จะรักผู้ที่พระเจ้าทรงรัก

หลายครั้งเรามักเป็นเหมือนลูกชายคนโตที่นึกว่าตนเป็นคนดีมีศีลธรรม แต่ไม่ได้มีจิตใจเมตตาเหมือนผู้เป็นพ่อเลย เขาถือปฏิบัติศาสนกิจอย่างดีไร้ตำหนิ วางตนในสังคมอย่างดีไม่มีเรื่องด่างพร้อย แต่จิตใจกับเหี้ยมหาญไม่เคยคิดให้อภัยใคร ซึ่งนั่นคือประเด็นของเรื่อง เราคือคนบาปที่แท้จริง เราปิดหัวใจของเราต่อสู้กับความรักเมตตาของพระเจ้า มหาพรตจึงเป็นช่วงเวลาที่เราจะได้ทบทวนชีวิต สำนึกถึงความผิดพลาดของเราและหันกับมาหาพระเจ้าด้วยความไว้วางใจ

.

.

.

.

.

.

.

.

.

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

22 มีนาคม 2019 วันศุกร์ สัปดาห์ 2 เทศกาลมหาพรต

เชิญอ่าน พระวาจาประจำวัน
ปฐก 37:3-4, 12-13, 17-28 / มธ 21:33-43, 45-46

ยอแซฟ ถูกขายไปอียิปต์ต้องเผชิญชะตากรรมที่ตัวเองไม่ได้เป็นคนก่อแต่เป็นเพราะความอิจฉาของบรรดาพี่ๆของเขา ในที่สุดยอแซฟกลายเป็นความรอดของทุกคนในครอบครัวรวมทั้งอิสราเอลเมื่อเกิดกันดารอาหารครั้งใหญ่ทั่วแผ่นดิน

พระเยซูเจ้า ก็เผชิญกับการอาฆาตมาดร้าย การทรยศจนที่สุดถูกขายและถูกตรึงตายบนไม้กางเขน แต่พระองค์กลับกลายเป็นผู้ช่วยมนุษย์ทุกคนให้รอด

ประวัติศาสตร์โลกสะท้อนให้เห็นซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่านักต่อสู้เพื่อความจริง ความยุติธรรมหลายๆ ครั้งถูกปฎิเสธ ถูกกังขัง ถูกเบียดเบียนทรมาน แต่ในที่สุดกลับเป็นบุคคลเหล่านั้นที่เป็นผู้ปลดปล่อยประชาชนของเขา

“ศิลาที่ช่างก่อสร้างทิ้งขว้างจะกลับกลายเป็นศิลาหัวมุม”

พระวาจาวันนี้เตือนให้เราตระหนักว่าการปล่อยตัวไปตามความโน้มเอียงของปีศาจ และจิตใจที่ชั่วร้าย อาจส่งผลเป็นการทำร้ายทำลายคนดีคนชอบธรรม เราควรแน่ใจว่าเราได้ฟังคนที่ถูกต้อง คนที่มีข่าวสารแห่งความจริง ความรัก และความยุติธรรม

.

.

.

.

.

.

.

.

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

21 มีนาคม 2019 วันพฤหัส สัปดาห์ 2 เทศกาลมหาพรต

เชิญอ่าน พระวาจาประจำวัน

เศรษฐีในพระวรสารนักบุญลูกาวันนี้ไม่ได้ถูกนำเสนอว่าเป็นคนโหดร้ายต่อลาซารัส หรือเอารัดเอาเปรียบเขา แต่เขาเป็นภาพของผู้ที่ละเลยที่จะรับรู้ความทุกข์ยากของเพื่อนพี่น้อง ซึ่งลาซารัสสะท้อนถึงเพื่อนพี่น้องที่มีความจำเป็นมีความต้องการความช่วยเหลือที่อยู่ต่อหน้า

เศรษฐีเป็นภาพพจน์ของผู้ที่มีพระพรมากมาย มีเพียงพอที่จะแบ่งปัน มีเพียงพอที่จะให้ความช่วยเหลือผู้อื่น ขณะที่ลาซารัสสะท้อนผู้มีชีวิตอยู่ในความจำกัด ต้องพึ่งพาความช่วยเหลือ

ที่พระเยซูเจ้าทรงชี้อย่างชัดเจนในการดำเนินชีวิตของเราก็คือ ผู้ที่มีพระพรมากมายนั้นได้ดำเนินชีวิตตามบัญญัติแห่งความรักมากน้อยเพียงใด เขารักเพื่อนพี่น้องโดยเฉพาะผู้ที่มีความจำเป็นผู้ขัดสนมากน้อยเพียงใด ส่วนผู้ที่ทนทุกข์ยากลำบากขัดสน เขารู้จักที่พึ่งพาและวางใจในพระหรือไม่ หากเขาวางใจและดำเนินชีวิตโดยมีพระอยู่เสมอแม้ในความยากลำบาก พระเจ้าก็จะทรงเมตตาต่อเขาอย่างแน่นอน

วันนี้พระวาจาของพระเตือนเราว่าจงอย่าลืมที่จะมองเห็นถึงความทุกข์ยากของเพื่อนพี่น้อง และอย่าลืมที่จะมีใจกว้างให้ความช่วยเหลือเขาเสมอ

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

20 มีนาคม 2019 วันพุธ สัปดาห์ 2 เทศกาลธรรมดา

เชิญอ่าน พระวาจาประจำวัน

ความทุกข์ทรมานมักถูกมองในแง่ลบ น้อยคนที่ต้องการความยากลำบาก อะไรที่ยิ่งง่ายยิ่งสะดวกยิ่งดี ทำให้หลายครั้งเรามักหลีกหนีความยากลำบาก ความเจริญก้าวหน้าทางวัตถุมีทิศทางนำมนุษย์ให้สะดวกสบายมากขึ้น จนทำให้บางครั้งเราลืมคิดถึงคุณค่าและความหมายของความยากลำบากความทุกข์ทรมานซึ่งบางครั้งเป็นความทุกข์ยากที่นำไปสู่ความดีงามนำไปสู่ความรอด

ประกาศกเยเรมีห์ในบทอ่านแรกก็ร้องขอให้เขาพ้นจากเงื้อมมือของผู้ที่จ้องปองร้ายและพ้นจากความทุกข์ยากในการต้องหลบหนีการไล่ล่า ในพระวรสารเองยากอบและยอห์นก็ร้องขอเกียรติรุ่งโรจน์แต่พระเยซูเจ้ากลับถามพวกเขาว่าจะยอมรับความยากลำบากได้เช่นกันไหม ” ท่านดื่มถ้วย ซึ่งเราจะดื่มได้หรือ “

เราแต่ละคนมีกางเขนหรือความยากลำบากที่เราต้องรับแบก แต่อย่าลืมว่ากางเขนความทุกข์ทรมานและความตายที่พระเยซูเจ้ายอมรับนั้นนำความรอดมาสู่มนุษย์ กางเขนที่เรารับแบกย่อมมีความหมายมีคุณค่าอย่างแน่นอน พระเยซูเจ้าจะทรงถามเราในวันนี้ ” ท่านดื่มถ้วย ซึ่งเราจะดื่มได้หรือ “

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

19 มีนาคม 2019 สมโภชนักบุญยอแซฟ ภัสดาของพระนางมารีย์

เชิญอ่าน พระวาจาประจำวัน

2592

สำหรับผู้เป็นคู่สมรสกัน นักบุญยอแซฟเป็นแบบอย่างของคู่รักที่ดี ที่ยอมล้มเลิกแผนการชีวิตของตนเพราะเห็นแก่ความดีของคู่รักและลูกที่เกิดมา นักบุญยอแซฟสามารถที่จะปลดปล่อยตัวเองเป็นอิสระจากปัญหาและเหตุวุ่นวายที่จะที่เกิดขึ้นจากข่าวการตั้งครรภ์ของแม่พระ แต่ท่านเลือกที่จะฟังเสียงของทูตสวรรค์(พระ) รับพระนางมาเป็นภรรยาของตน และร่วมกับแม่พระในการดูแลปกป้องพระเยซูเจ้าอีกทั้งอบรมเลี้ยงดูบุตรอย่างดี คงไม่ต้องสงสัยว่าเลี้ยงได้ดีเพียงใดเพราะบุตรของท่านคือพระเยซูเจ้า

สำหรับนักการศึกษานักปกครองบิดามารดาที่ต้องดูแลบุตรหลาน นักบุญยอแซฟเป็นแบบอย่างในการเป็นผู้มีใจสงบหนักแน่น ไม่อ่อนไหวไปตามสถานการณ์วิกฤตที่ถาโถม ท่านรู้จักเงียบและฟังเสียงการนำทางของพระ ท่านไม่ได้ยึดตัวตนหรือความวางใจในตนเองแต่ท่านให้ความเชื่อ, ประเพณีวัฒนธรรมและครอบครัวญาติมิตรมีส่วนร่วมในการหล่อหลอม องค์กรแห่งการเรียนรู้ สถาบันการศึกษา รวมทั้งการอบรมเยาวชนลูกหลานจำเป็นต้องเปิดกว้าง ให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการพัฒนาเด็กและเยาวชน อย่ามั่นใจในแนวคิดทัศนคติและการจัดการของตนเองจนเกินไป

สำหรับผู้ที่อยากอบรมลูกหลานเด็กเยาวชนให้เป็นคนดี มีศีลธรรม มีศาสนา ท่านนักบุญยอแซฟสอนคุณธรรมด้วยการเป็นแบบอย่าง แน่นอนว่าท่านเองคงใกล้ชิดกับพระวาจาของพระเจ้า รอคอยองค์พระผู้ช่วยให้รอดเช่นกันท่านจึงสามารถตอบรับแผนการของพระ คุณธรรมของท่านคงได้ถ่ายทอดมาถึงพระเยซูเจ้าลูกช่างไม้ซึ่งต่อมาได้ตอบรับแผนการของพระด้วยการยอมสละแม้ชีวิตของพระองค์เพื่อแผนการของพระจะสำเร็จไป ท่านดูแลให้พระเยซูเจ้าปฎิบัติตามธรรมประเพณีอย่างเคร่งครัด ขณะที่หลายครั้งผู้ปกครองในยุคปัจจุบันเน้นเพียงด้านการศึกษาและปัจจัยภายนอกจนละเลยมิติด้านการหล่อหลอมจิตใจการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม

สำหรับคริสตชน ท่านนักบุญยอแซฟเป็นแบบอย่างของผู้ดำเนินชีวิตตามจิตตารมณ์ความรัก เป็นผู้ปฏิบัติตามพระประสงค์ของพระ ความรักของท่านสะท้อนออกในการยอมสละชีวิตส่วนตัวของตนเองเพื่อความดีของบุคคลอื่น เราเห็นได้จากสิ่งที่ท่านปฏิบัติต่อพระนางมารีย์และพระเยซูเจ้า

สำหรับผู้ประกอบการงานอาชีพต่างๆ ท่านนักบุญยอแซฟเป็นช่างไม้แม้ดูว่าเป็นอาชีพที่ดูเหมือนไม่น่าภาคภูมิใจนัก เมื่อเทียบกับอาชีพอื่นๆ ตามค่านิยมของคนในสังคม แต่ท่านก็ซื่อสัตย์ต่ออาชีพการงานของท่าน ใช้เป็นเครื่องมือเพื่อเลี้ยงดูครอบครัว ท่านต้องอุทิศแรงกายแรงใจด้วยหยาดเหงื่อของท่านไม่ต่างกับหลายๆ คนเช่นเดียวกัน ขอท่านเป็นกำลังใจสำหรับเราในการมีมานะบากบั่น และภาคภูมิใจในอาชีพของตน ใช้อาชีพที่เราสามารถทำได้เพื่อประคับประคองชีวิตและครอบครัวอย่างมั่นคงต่อไป

สำหรับผู้ใกล้สิ้นใจ ท่านนักบุญยอแซฟเป็นองค์อุปถัมภ์ของผู้ใกล้จะตาย ว่ากันว่าท่านนักบุญยอแซฟสิ้นใจโดยมีแม่พระและพระเยซูเจ้าอยู่เคียงข้าง เราจึงวอนขอพระผ่านทางท่านนักบุญยอแซฟให้เราได้สิ้นใจอย่างสงบโดยมี องค์พระเยซูเจ้า พระนางมารีย์และนักบุญยอแซฟอยู่เคียงข้าง

คุณธรรมของนักบุญยอแซฟมีอยู่มากมายเป็นแบบอย่างสำหรับเราคริสตชน ให้เราเลียนแบบท่านในการดำเนินชีวิตโดยมีองค์พระเยซูเจ้าและพระประสงค์ของพระนำทางชีวิตอยู่เสมอ 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

18 มีนาคม 2019 วันจันทร์ สัปดาห์ 2 เทศกาลมหาพรต

เชิญอ่าน พระวาจาประจำวัน

พระเยซูเจ้าที่บนกางเขนก่อนที่จะสิ้นพระชนม์พระองค์ภาวนาต่อพระบิดาว่า “ข้าแต่พระบิดาโปรดอภัยแก่พวกเขา เพราะพวกเขาไม่รู้ว่าพวกเขากำลังทำอะไร” แม้ในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดที่พระองค์ทรงถูกเบียดเบียนถูกทำร้ายพระเยซูเจ้ายังทรงให้อภัย… เป็นพระเยซูเจ้าคนเดียวกันที่ทรงสอนเราในวันนี้ว่า “จงเป็นผู้เมตตากรุณา ดังที่พระบิดาของท่านทรงพระเมตตากรุณาเถิด” พระองค์ไม่ถือโกรธความผิดพลาดของผู้อื่น พระองค์พร้อมที่จะให้อภัยเสมอ

1280x1280

พระวาจาวันนี้บอกกับเราให้มีเมตตาต่อคนอื่นด้วยการ “อย่าตัดสินใคร” ไม่ได้หมายความว่าจะต้องทำเป็นตาบอดมองไม่เห็นความผิดของผู้อื่น แต่หมายถึงให้เราตระหนักว่าเราไม่ได้อยู่ในฐานะเป็นผู้ตัดสินความผิดของใคร เพราะเราเองก็เป็นเพื่อนมนุษย์ที่มีความผิดพลาดเช่นเดียวกัน ดังนั้น ความเห็นอกเห็นใจและช่วยเหลือกันให้เปลี่ยนแปลงแก้ไขจึงเป็นท่าทีที่เหมาะสมกว่า

“จงเป็นผู้เมตตากรุณาดังที่พระบิดาของท่านทรงพระเมตตากรุณาเถิด…”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

17 มีนาคม 2019 วันอาทิตย์ สัปดาห์ 2 เทศกาลมหาพรต

เชิญอ่าน พระวาจาประจำวัน

นักบุญเปาโลชี้ให้เห็นการดำเนินชีวิตที่ไม่สอดคล้องกับความเชื่อ ท่านเตือนใจเราว่า “…หลายคนประพฤติตนเป็นศัตรูกับไม้กางเขนของพระคริสตเจ้า…” การดำเนินชีวิตแบบนี้หมายถึงการไม่ยอมรับแผนการของพระ ซึ่งอาจจะไม่ถึงการไม่ยอมรับความยากลำบากหรือไม้กางเขนที่พระมอบให้ แต่กลับไปรับกระแสของโลก “พระเจ้าของเขาทั้งหลายคือท้อง เขาอ้างความน่าละอายมาโอ้อวด เขาสนใจสิ่งของของโลก” ซึ่งท่านยืนยันชัดเจนว่า “ปลายทางของพวกเขาเหล่านี้คือความพินาศ” ….

Abraham orando

ความเชื่อแท้จริงคือการยอมมอบความวางใจทั้งหมดไว้กับพระเจ้า และให้พระเจ้าทรงนำทางเรา เหมือนอับรามที่ไปตามการเรียกของพระเจ้าแม้ว่าเขาไม่มีอะไรยืนยันมากนักว่าสิ่งที่พระเจ้าทรงสัญญานั้นจะเป็นจริง

jesus-transfiguration-moses-elijah

ความเชื่อแท้คือการปฏิบัติตามเสียงที่บอกกับศิษย์ของพระเยซูเจ้าว่า “…ผู้นี้คือบุตรสุดที่รักของเรา…จงฟังท่านเถิด” เพื่อจะได้รับพระพรแห่งความรอด ได้รับการบันดาลให้กลับคืนชีพพร้อมกับพระเยซูเจ้านั้นจำเป็นต้องรับแบกกางเขนและต้องผ่านความตายเสียก่อน แม้ไม่มีเครื่องหมายอะไรแน่ชัด แต่ความเชื่อทำให้เราวางใจและ “ฟังพระเยซูเจ้า” ที่สอนและเป็นแบบอย่างแก่เรา

มหาพรตเป็นช่วงเวลาที่เราควรตัดสละความคิดห่วงกังวลเกี่ยวกับชีวิตในโลกปัจจุบัน และสนใจฟื้นฟูชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณ โดยอาศัยการรับฟังพระวาจาของพระเจ้า เชื่อและวางใจในพระพรแห่งความรอดที่พระองค์นำมาให้แก่เรา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

16 มีนาคม 2019 สัปดาห์ 1 เทศกาลมหาพรต

เชิญอ่าน พระวาจาประจำวัน

มาตรฐานความดีในชีวิตของเราคือ “ท่านจงเป็นคนดีอย่างสมบูรณ์ ดังที่พระบิดาเจ้าสวรรค์ของท่าน ทรงความดีอย่างสมบูรณ์เถิด” หมายถึงเราต้องรักในแบบที่พระเป็นเจ้าทรงรัก รักโดยไม่กีดกันใครออกไปโดยเฉพาะผู้ที่เราเกลียดชัง ผู้ที่ไม่ค่อยน่ารักนัก รักเขาแม้เขากำลังเบียดเบียนเรา ภาพที่เข้าใจง่ายก็คือดังแสงอาทิตย์ที่ส่องเหนือคนดีและคนชั่ว ฝนที่ตกเหนือคนชอบธรรมและคนอธรรม พระเยซูเจ้าจึงตรัสว่า “จงรักศัตรู จงอธิษฐานภาวนาให้ผู้ที่เบียดเบียนท่าน”

My-Post-4-1500x1500

ดีอย่างสมบูรณ์นั้นต่างจากดีสมบูรณ์แบบ(perfectionism) ในความเป็นมนุษย์ที่มีความจำกัดเราคงไม่สามารถทำได้สมบูรณ์แบบตลอดเวลา เราคงไม่สามารถมีความรักต่อทุกคนได้อย่างเท่าเทียมกัน บิดามารดายังถูกมองว่ารักลำเอียง… ท่านจงเป็นคนดีอย่างสมบูรณ์จึงน่าจะหมายถึงการดำเนินชีวิตแบบไร้ที่ติ ในความหมายที่เราพยายามทำอย่างดีที่สุดต่อเพื่อนพี่น้องด้วยความรักต่อเขาโดยมโนธรรมไม่ติเตียนเรา