ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

15 มีนาคม 2019 สัปดาห์ 1 เทศกาลมหาพรต

เชิญอ่าน พระวาจาประจำวัน

คนชั่วกลับใจเปลี่ยนแปลงชีวิตพระเจ้าจะทรงให้อภัย เพราะพระเจ้าทรงปรารถนาให้มนุษย์ทุกคนมีชีวิตมากกว่าได้รับความตาย นับเป็นข่าวดีที่ประกาศกเอเสเคียลย้ำกับเรา

“ถ้าคนชั่วร้ายกลับใจไม่ทำบาปทุกอย่างที่เขาเคยทำ แล้วกลับมารักษาข้อกำหนดทุกข้อของเรา ปฏิบัติความถูกต้องและความยุติธรรม เขาจะมีชีวิตอยู่แน่นอน เขาจะไม่ต้องตาย การล่วงละเมิดใดๆ ที่เขาเคยทำจะไม่ถูกจดจำไว้เพื่อเอาโทษเขา เขาจะมีชีวิตอยู่เพราะความชอบธรรมที่เขาได้ทำ”

 

sign-danger-sin-e1439460620364

 

เพราะเราไม่ทราบว่าวาระสุดท้ายของเราแต่ละคนจะมาถึงเมื่อไร เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่าเมื่อถึงคราที่พระเจ้าจะทรงพิพากษาตัดสินเราจะได้รับความรอดไม่ได้รับความตายนิรันดร์ ดังนั้นสิ่งที่จะเป็นประกันสำหรับความรอดของเราจึงไม่ใช่คุณงามความดีในอดีต แต่เป็นการดำเนินชีวิตในปัจจุบันของเรา ทุกวันจึงควรถามตัวเองเสมอว่า “วันนี้เรายังคงดำเนินชีวิตอย่างดีตามพระประสงค์ของพระหรือไม่?”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

12 มีนาคม 2019 สัปดาห์ 1 เทศกาลมหาพรต

เชิญอ่าน พระวาจาประจำวัน

แม้ว่าพระเจ้าทรงล่วงรู้ถึงความจำเป็นความต้องการของเรามนุษย์แต่เราก็ยังคงต้องสวดภาวนาอยู่เสมอ เพราะคำภาวนานั้นมีไว้สำหรับเรามนุษย์นั่นเอง พระเยซูเจ้าจึงสอนให้เราสวด “บทข้าแต่พระบิดา”

511c99_orar

เพื่อเราจะได้ทราบว่าพระเจ้าทรงเป็นพระบิดาของมนุษย์ทุกคน  พระเยซูเจ้าทรงสอนให้เราสวดว่า “ข้าแต่พระบิดาของข้าพเจ้าทั้งหลาย” ดังนั้นเราเป็นครอบครัวเดียวกับกับเพื่อนพี่น้องทั่วโลก เรามีเหตุผลพอที่จะร่วมเป็นหนึ่งเดียวกัน

เพื่อเราจะได้ทราบถึงหน้าที่ของเราในการประกาศข่าวดี พระเยซูเจ้าทรงสอนให้เราสวดว่า “พระนามพระองค์จงเป็นที่สักการะ” เพราะยังมีอีกหลายคนยังไม่รู้จักพระเจ้าพระบิดาผู้พระทัยเมตตา เราจึงต้องพยายามมากขึ้นในการประกาศข่าวดี เราจึงต้องร่วมมือกับผู้อื่นในการประกาศข่าวดี และการประกาศข่าวดีนี้ก็อย่าลืมว่าเป็นของเราไม่ใช่ของฉันแต่เพียงผู้เดียว…

เพื่อเราจะได้ตระหนักถึงการมีส่วนร่วมในการเสริมสร้างพระอาณาจักรของพระเจ้า พระเยซูเจ้าทรงสอนให้เราสวดว่า “พระอาณาจักรจงมาถึง” สวรรค์คือพระอาณาจักรของพระเจ้า ดินแดนที่ประชากรทุกคนมีพระครอบครองดวงใจ ดินแดนที่มีความรักมีสันติสุข ดินแดนแห่งภราดรภาพ(ความเป็นพี่เป็นน้องกัน) ซึ่งยังไม่เกิดขึ้นจริงในโลกในสังคมในครอบครัวของเรา หรือยังเป็นพระอาณาจักรที่ยังไม่ตั้งมั่น แม้ในพระศาสนจักรเอง เราจึงต้องมีส่วนร่วมในการเสริมสร้างความรักและสันติสุขให้เกิดขึ้น

เพื่อเราจะได้แสวงหาพระประสงค์ของพระเป็นเจ้าและปฎิบัติตามด้วยความชื่นชมยินดี พระเยซูเจ้าทรงสอนเราให้สวดว่า “พระประสงค์จงสำเร็จในแผ่นดินเหมือนในสวรรค์” เมื่อเราสวดเราจะตระหนักว่าอะไรเป็นพระประสงค์ของพระสำหรับเราแต่ละคน…

เพื่อเราจะวางใจในพระญาณสอดส่องของพระ และไม่ลืมที่จะมีส่วนร่วมในการให้การปกป้องเพื่อนพี่น้องที่ขัดสน อยู่ในความจำเป็นและไม่สามารถยืนหยัดได้ด้วยตัวเอง พระเยซูเจ้าทรงสอนให้สวดว่า “โปรดประทานอาหารประจำวันแก่ข้าพเจ้าทั้งหลายในวันนี้” แน่นอนว่าเรายังได้รับสิ่งจำเป็นสิ่งที่เราต้องการอย่างต่อเนื่อง แต่ยังมีพี่น้องอีกหลายคนที่ยังต้องการความช่วยเหลืออยู่

เพื่อเราจะไม่ลืมว่าเราเองแต่ละคนก็ต้องรู้จักให้อภัยผู้อื่นเช่นเดียวกัน พระองค์ทรงสอนเราให้สวดว่า “โปรดประทานอภัยแก่ข้าพเจ้า เหมือนข้าพเจ้าให้อภัยแก่ผู้อื่น” เราคิดที่จะให้อภัยคนอื่นแล้วหรือยัง?

เพื่อเราจะได้ตระหนักว่าพระเจ้าทรงประทับอยู่กับเราเสมอเพื่อคอยปกป้องคุ้มครองดูแล ขอเพียงเรามอบชีวิตของเราให้กับพระองค์ พระเยซูเจ้าทรงสอนเราให้สวดว่า “โปรดช่วยข้าพเจ้าไม่ให้แพ้การประจญ แต่โปรดช่วยให้พ้นจากความชั่วร้ายเทอญ” 

วันนี้พระเยซูเจ้าทรงสอนเราให้ทราบถึงเป้าหมายของการสวดภาวนา และสอนให้เราเป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้าในการสวดภาวนา และพระองค์ยังเป็นแบบอย่างแก่เราในการอธิษฐานภาวนา ให้เราใช้ช่วงเวลาในเทศกาลมหาพรตนี้เป็นช่วงเวลาพิเศษสำหรับการอธิษฐานภาวนาเสมอ 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

10 มีนาคม 2019 สัปดาห์ 1 เทศกาลมหาพรต

เชิญอ่าน พระวาจาประจำวัน

“เมื่อปีศาจผจญพระองค์ทุกวิถีทางแล้ว จึงแยกจากพระองค์ไป รอจนกว่าจะถึงเวลาที่เหมาะสม” ประโยคสุดท้ายของพระวรสารวันนี้เตือนเราให้ตระหนักอยู่เสมอว่าการประจญล่อลวงของปีศาจนั้นมีอยู่ตลอดเวลา เราพึงต้องระวังให้ดี

the-temptation-of-christ-in-the-desert

เทศกาลมหาพรตเป็นช่วงเวลาที่ฝึกชีวิตของเราให้อยู่ในหนทางของพระเจ้า ฟื้นฟูความสัมพันธ์กับพระ และกิจการที่เหมาะสมที่จะช่วยเราก็คือ การจำศีลอดอาหาร การอธิษฐานภาวนา การประกอบกิจเมตตา ดังนั้นหากเราให้ความสำคัญกับกิจกรรมต่างๆ เหล่านี้อย่างดีก็จะช่วยให้เราก้าวหน้าในการดำเนินชีวิตฝ่ายจิต และเป็นการเตรียมเราเพื่อเฉลิมฉลองความเชื่อของเราในพระเยซูเจ้าผู้ทรงกลับคืนชีพได้อย่างดี

การเอาชนะการประจญที่พระเยซูเจ้าเป็นแบบอย่างเราคือการยึดพระวาจาของพระเจ้า การพึ่งพาและวางใจในความช่วยเหลือของพระเจ้า และการไม่ปล่อยตัวเองให้อยู่ในการประจญ นักบุญเปาโลจึงสอนเราให้ร้องหาพระองค์อยู่เสมอ “…พระองค์เท่านั้นทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าสำหรับมนุษย์ทุกคน ประทานพระพรมากมายให้ทุกคนที่เรียกขานพระองค์ เพราะทุกคนที่เรียกขานพระนามองค์พระผู้เป็นเจ้า ก็จะรอดพ้น”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

9 มีนาคม 2019 เทศกาลมหาพรต

เชิญอ่าน พระวาจาประจำวัน

“…ชี้หน้ากล่าวหา และพูดร้ายต่อเขา…” เป็นกิจการหนึ่งที่ประกาศกอิสยาห์เตือนประชากรอิสราเอลให้ละเว้น เลิกกระทำกิจการนี้ เป็นการฟื้นฟูปรับปรุงชีวิตของพวกเขาเอง เพื่อพระเจ้าจะได้หันกลับมาอวยพรพวกเขา

1200-497691583-pointing-finger-hand-gestures

การกล่าวหาและพูดร้ายถึงผู้อื่นเป็นการกระทำที่สะท้อนจิตใจอันไม่บริสุทธิ์ของผู้พูด เพราะความอิจฉา เพราะอคติในใจ เพราะจิตใจคับแคบไม่เปิดรับรู้พระพรของพระในเพื่อนพี่น้อง เพราะเย่อหยิ่งทะนงตนคิดว่าตัวเองดีกว่าคนอื่น ดีอยู่คนเดียว ฯลฯ การกล่าวหาและพูดร้ายถึงผู้อื่นมักไม่เกิดผลดีตรงกันข้ามเป็นการทำร้ายทำลายชีวิตและจิตใจของผู้อื่น ทำลายความสัมพันธ์ที่พึงมีต่อกัน ผิดต่อความรักที่ควรมีต่อกัน ไม่มากก็น้อยที่เราแต่ละคนก็อาจจะผิดบกพร่องในการกระทำนี้

วันนี้ให้เราตระหนักว่าพระเจ้าทรงเรียกให้เราฟื้นฟูชีวิตของเรา หันกลับมาเดินอยู่ในหนทางของพระเจ้า และเสียงเรียกอันหนึ่งที่ประกาศกอิสยาห์ได้กล่าวเตือนเราคือ “…จงเลิกชี้หน้ากล่าวหา และพูดร้ายต่อเขา…”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

7 มีนาคม 2019 เทศกาลมหาพรต

เชิญอ่าน พระวาจาประจำวัน

5a54008e3225de7d018b51d4-750-563

ผู้คนทั่วไปทุกวันนี้มักถ่ายภาพตัวเอง(selfie) ด้วยโทรศัพท์มือถือ นั่นเป็นภาพที่ปรากฎภายนอกของแต่ละคน แต่ยังมีสิ่งที่เป็นตัวตนภายในที่กล้องคงไม่สามารถถ่ายได้ มีแต่ตัวเรากับพระเจ้าที่ล่วงรู้ถึงจิตใจ และเรารู้ว่าพระเจ้าไม่ทรงบังคับหรือกะเกณฑ์ชีวิตของเรา เรามีอิสรภาพที่จะเลือก…

“จงฟังเถิด ในวันนี้ ข้าพเจ้ากำลังเสนอให้ท่านเลือกชีวิตหรือความตาย เลือกความดีหรือความชั่ว ข้าพเจ้าจึงสั่งท่านในวันนี้ ให้รักองค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของท่าน และเดินตามวิถีทางของพระองค์ ปฏิบัติตามบทบัญญัติ ข้อกำหนดและกฎเกณฑ์ของพระองค์ แล้วท่านจะมีชีวิตและทวีจำนวนขึ้น….

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

6 มีนาคม 2019 วันพุธรับเถ้า เทศกาลมหาพรต

เชิญอ่าน พระวาจาประจำวัน

หัวใจสำคัญที่เราคริสตชนได้รับการเรียกร้องผ่านทางพระวาจาของพระเจ้าตลอดเทศกาลมหาพรตซึ่งเป็นการเตรียมเราเพื่อเฉลิมฉลองสมโภชปัสกาของพระเยซูเจ้าคือการกลับใจ การกลับใจมิใช่เพียงแค่การสำนึกเสียใจต่อเหตุการณ์ในอดีตที่เราผิดพลาดไป แต่เป็นเสียงเรียกเราให้เปลี่ยนแปลงชีวิตด้วย ประกาศกโยเอลประกาศถ้อยคำขององค์พระผู้เป็นเจ้าว่า ““ท่านทั้งหลายจงกลับมาหาเราด้วยสุดจิตสุดใจเถิด…”

0

การเปลี่ยนแปลงชีวิตในรูปธรรมเป็นความท้าทายเราแต่ละคน เริ่มต้นจากการพิจารณาชีวิตของเราว่าอะไรเป็นความอ่อนแอในสภาพชีวิตของเราแต่ละคน ความหน้าไหว้หลังหลอก การคดโกง การพูดจาโกหก การติฉินนินทา ความไม่รับผิดชอบต่อครอบครัว ความไม่ซื่อสัตย์ในอาชีพการงาน ความประพฤติผิดศีลธรรม ฯลฯ

ถ้าในปีนี้เรามีข้อตั้งใจสักหนึ่งข้อเพื่อจะเปลี่ยนแปลงอย่างจริงจัง ก็จะเป็นการทำให้มหาพรตในปีนี้มีความหมายสำหรับเราอย่างแท้จริง… และเป้าหมายของการเปลี่ยนแปลงชีวิตนี้ก็เพื่อ “…พระองค์อาจจะทรงเปลี่ยนพระทัยสงสาร กลับมาประทานพระพร” เราแต่ละคน

 

 

 

 

 

 

 

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

4 มีนาคม 2019 สัปดาห์ 8 เทศกาลธรรมดา

เชิญอ่าน พระวาจาประจำวัน

หากเราอยากเป็นศิษย์ติดตามพระเยซูเจ้าอย่างแท้จริง เราต้องไม่อยู่ในสถานการณ์เดียวกับหนุ่มเศรษฐีในพระวรสารนักบุญมาระโกที่ได้ฟังในวันนี้

e30b88d78f17cbc409fc8e1f1228d28f

  • เขาปฏิบัติตามพระบัญญัติของพระเจ้าเพียงเพื่อความครบครันของตนเอง “พระอาจารย์ ข้าพเจ้าได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติเหล่านี้ทุกข้อมาตั้งแต่เป็นเด็กแล้ว” พระบัญญัติตามที่หนุ่มเศรษฐีได้ปฏิบัตินั้นเป็นเพียงแต่การ “ไม่ปฏิบัติ” ที่ขัดกับพระบัญญัติ เป้าหมายของเขาเพียงเพื่อให้ตัวเองได้ชื่อว่าถือตามอย่างครบถ้วนไร้ข้อตำหนิใดใด
  • เขาตกเป็นทาสของทรัพย์สินเงินทองสิ่งของวัตถุจนไม่สามารถปฎิบัติตามข้อแนะนำของพระเยซูเจ้าได้ ชายคนนั้นถึงกับหน้าเศร้าหมอง เพราะเขาไม่สามารถปฏิบัติตามที่พระเยซูเจ้าทรงแนะนำ “ท่านยังขาดสิ่งหนึ่ง จงไปขายทุกสิ่งที่มี มอบเงินให้คนยากจน และท่านจะมีขุมทรัพย์ในสวรรค์ แล้วจงติดตามเรามาเถิด” ดังนั้น หากไม่สามารถที่จะตัดสละทุกสิ่งซึ่งหมายถึงการไม่ยึดน้ำใจอิสระของเราเป็นที่ตั้งแล้ว คงยากที่ติดตามพระเยซูเจ้าโดยการปฏิบัติตามพระประสงค์ของพระได้

 

ให้เราวอนขอพระพรจากพระด้วยความเชื่อเพื่อเราจะสามารถติดตามพระเยซูเจ้าไปอย่างใกล้ชิิด โดยหลุดพ้นจากสถานการณ์เดียวกับหนุ่มเศรษฐีในพระวรสารวันนี้ เพราะแม้ว่า “ยากจริงหนอที่จะเข้าสู่พระอาณาจักรของพระเจ้า อูฐจะลอดรูเข็มยังง่ายกว่าคนมั่งมีเข้าสู่พระอาณาจักรของพระเจ้า” แต่พระเยซูเจ้าทรงยืนยันกับเรา “สำหรับมนุษย์เป็นไปไม่ได้ แต่สำหรับพระเจ้าเป็นเช่นนั้นได้ เพราะพระองค์ทรงทำได้ทุกสิ่ง”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

3 มีนาคม 2019 อาทิตย์ 8 เทศกาลธรรมดา

เชิญอ่าน พระวาจาประจำวัน

อันที่จริงการวิพากษ์วิจารณ์คือการตัดสินด้วยเหตุผลและมุมมองของผู้พูด ดังนั้นถ้ามันออกมาจากความสัตย์จริง ความจริงใจ ด้วยความปรารถนาดีแล้วนั้นการวิพากษ์วิจารณ์นั้นก็มีประโยชน์ช่วยให้ผู้ถูกวิพากษ์วิจารณ์เติบโตพัฒนาตนเอง แต่ถ้าเจือไปด้วยอคติ แฝงไปด้วยความเท็จ การตัดสินแบบนี้ก็เป็นการผิดต่อความรักต่อเพื่อนพี่น้อง ขาดซึ่งความเคารพต่อผู้ที่เราพูดถึง และหลายครั้งทำให้เพื่อนพี่น้องของเราต้องทนทุกข์ทรมานเพราะคำพูดของเรา เราทำให้เพื่อนพี่น้องของเราตกในขุมนรกที่เราสร้างขึ้นเอง ยิ่งไปกว่านั้นการวิพากษ์วิจารณ์ที่มุ่งทำร้ายทำลายในแบบนี้กลับกลายเป็นการสะท้อนความคิดชั่วร้ายที่อยู่ในใจของผู้พูดมากกว่า ดังที่หนังสือบุตรสิรากล่าวไว้ว่า “…ผลไม้ย่อมแสดงว่าชาวสวนดูแลต้นไม้ดีหรือไม่ดี วาจาย่อมเปิดเผยใจของมนุษย์ว่าดีหรือไม่ดีด้วย” 

Spiritual-Blindness

การซุบซิบนินทามักเต็มไปด้วยคำวิพากษ์วิจารณ์โดยที่ถูกพูดถึงไม่ได้รับฟัง ไม่ได้มีโอกาสได้อธิบาย จึงไม่มีประโยชน์ที่จะอยู่ในวงซุบซิบนินทา เราควรหลีกเลี่ยงเพราะโอกาสที่จะผิดต่อความรักต่อเพื่อนพี่น้องมักจะเกิดขึ้นเสมอ

สิ่งที่พระเยซูเจ้าทรงแนะนำก็คือก่อนที่จะวิพากษ์วิจารณ์คนอื่นควรสำรวจและปรับปรุงตัวเองเสียก่อน “…จงเอาท่อนซุงออกจากดวงตาของท่านก่อนเถิด ท่านจะเห็นชัด แล้วจึงค่อยไปเขี่ยเศษฟางออกจากดวงตาของพี่น้อง”  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

2 มีนาคม 2019 สัปดาห์ 7 เทศกาลธรรมดา

เชิญอ่าน พระวาจาประจำวัน

แม้ว่ามนุษย์ถูกสร้างมาให้มีร่างกายตามธรรมชาติที่เป็นสิ่งวัตถุ แต่พระเจ้าก็ทรงให้ร่างกายของเราสามารถรับรู้และแสดงออกคุณลักษณ์ที่มนุษย์มีร่วมกับพระเจ้าได้ เราแสดงออกถึงความรัก ความเป็นหนึ่งเดียวกันด้วยคำพูดด้วยการกระทำ ด้วยการสัมผัส เรารับรู้ถึงอัศจรรย์และความยิ่งใหญ่ที่พระเจ้าทรงกระทำต่อมนุษย์ได้…เป้าหมายที่หนังสือบุตรสิราบอกกับเราก็คือ “…มนุษย์จะได้สรรเสริญพระนามศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ และบอกเล่าความยิ่งใหญ่แห่งพระราชกิจของพระองค์”

Jesus Children

พระเยซูเจ้าทรงต้อนรับเด็ก และปรารถนาให้บรรดาศิษย์ของพระองค์ต้อนรับเด็ก เด็กๆมีหัวใจที่บริสุทธิ์ที่เปิด รับรู้ถึงความดี สัมผัสได้ถึงความรักที่พระเยซูเจ้าทรงมอบให้ผ่านทางบุคคลรอบข้างของเขา เป็นคุณสมบัติสำคัญที่เราจะรับรู้ถึงกิจการยิ่งใหญ่ของพระเจ้า

ให้เราวอนขอพระพรจากพระเพื่อพระองค์จะได้ช่วยให้เรามีหัวใจที่เปิดกว้างเสมอ สามารถรับรู้ถึงความดีความรักที่พระเจ้าทรงมีต่อเราผ่านทางเหตุการณ์และบุคคลต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเรา เพื่อเราจะได้สรรเสริญพระนามศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์และบอกเล่าความยิ่งใหญ่แห่งพระราชกิจของพระองค์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

1 มีนาคม 2019 สัปดาห์ 7 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน

“เพื่อนซื่อสัตย์เป็นเสมือนยาอายุวัฒนะ”

หนังสือบุตรสิรามีประโยคที่สวยงามของมิตรภาพ “เพื่อนซื่อสัตย์เป็นเสมือนยาอายุวัฒนะ” และมั่นใจว่าผู้ที่ยำเกรงพระเจ้าจะสามารถหามิตรที่ซื่อสัตย์ได้ หรือพูดอีกนัยหนึ่งว่าเมื่อเรามีความสัมพันธ์ที่ดีกับพระเจ้า เราจะหาเพื่อนที่ถูกต้อง เป็นเพื่อนที่เราพึ่งพาได้ เมื่อความสัมพันธ์ระหว่างเรากับพระเจ้านั้นถูกต้อง ก็จะช่วยให้เราสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนมนุษย์นั่นคือมีความซื่อสัตย์จริงใจและมีใจกว้างต่อกัน

 

f4ccb7e134e5809eed07e70a2b826d6b

 

พระเยซูเจ้ายกย่องมิตรภาพพิเศษอันหนึ่งระหว่างสามีภรรยาในการแต่งงาน พระองค์สอนว่าการแต่งงานเป็นรูปแบบหนึ่งของมิตรภาพที่บุตรสิรากล่าวถึง การเป็นคู่ชีวิตกันของสามีและภรรยา ความซื่อสัตย์ที่ให้แก่กันและกัน การเป็นหนึ่งเดียวกันในความรัก

ไม่ว่าเราจะเป็นโสดหรือแต่งงานเราทุกคนได้รับการเรียกให้เป็นมิตรที่ซื่อสัตย์ต่อกัน เป็นกระจกสะท้อนความรักมั่นคงของพระเจ้าที่มีต่อเราและความซื่อสัตย์มั่นคงของเราที่มีต่อพระเจ้า