หลักสูตรคริสตศาสนธรรมภาคพิเศษ

30 มกราคม 2018

  1. ทำไมมีหลักสูตรนี้?

แรงจูงใจหลักที่จัดให้มีหลักสูตรนี้เพราะข้อเรียกร้องจากกฤษฎีกาพระศาสนจักรแห่งประเทศไทย ในการส่งเสริมคริสตชนฆราวาสให้ได้เรียนรู้อย่างลึกซึ้งถึงข้อคำสอน ความเชื่อของพระศาสนจักร และโดยเฉพาะบุคลากรในโรงเรียน  เจ้าหน้าที่สำนักงานวัด ผู้ฝึกหัดในคณะนักบวช สามเณรจากที่ต่างๆ ซึ่งจะสามารถมีส่วนในการอภิบาลด้านคำสอนและงานอภิบาลด้านอื่นๆได้เป็นอย่างดีหากได้รับการเตรียมหรือมีโอกาสได้เรียนรู้ แต่เนื่องจากมีความจำกัดหลายๆด้าน ทำให้ไม่สามารถเรียนหลักสูตรคำสอนที่เปิดในภาคปกติและภาคฤดูร้อนได้ อาทิ จะต้องผละงานหน้าที่ ต้องเดินทางไกล ไม่สามารถพักค้างเป็นเวลานานหลายๆ วันได้เพราะต้องดูแลครอบครัว เป็นต้น

2. ไม่ต้องเสียหน้าที่จริงหรือ?

หลักสูตรนี้มีการเรียนการสอนอาทิตย์ละ 1 วัน คือทุกวันพฤหัส(วันที่อาจารย์จากแสงธรรมสะดวกมาสอนได้) ในระหว่างปีการศึกษา ดังนั้น ผู้บริหารสามารถมอบหมายงานหน้าที่ คาบสอนได้ตามปกติ เพียงแต่เอื้อเวลาให้ว่างสามารถมาเรียนได้ในวันพฤหัสบดี

3. ต่างจากหลักสูตรภาคฤดูร้อนที่จัดโดยศูนย์คริสตศาสนธรรมระดับชาติ(CC) หรือสาขาวิชาคริสตศาสตร์ วิทยาลัยแสงธรรมอย่างไร?

หลักสูตรคริสตศาสนธรรมภาคพิเศษนี้เทียบเท่ากับหลักสูตรคริสตศาสนธรรมภาคฤดูร้อน(CC) ทุกประการและเมื่อจบได้รับวุฒิบัตรจากศูนย์คริสตศาสนธรรมระดับชาติ  เพราะใช้หลักสูตรเดียวกันในเรื่องวิชา จำนวนคาบเรียน แม้แต่อาจารย์ผู้สอน เพียงแต่ปรับสถานที่และตารางเรียนให้ใกล้ และสามารถเรียนในระหว่างปีการศึกษาโดยไม่ต้องพักค้าง ส่วนหลักสูตรคริสตศาสตร์ วิทยาลัยแสงธรรมมีความเข้มข้นมากกว่าเพราะเป็นหลักสูตรปริญญาตรี

4. จัดการเรียนการสอนอย่างไร และเริ่มเมื่อไร?
ตามที่ได้แจ้งไปแล้วว่าหลักสูตรเป็นหลักสูตรเดียวกันกับหลักสูตรคริสตศาสนธรรมภาคฤดูร้อน จึงมี 3 ไซเคิล ไซเคิลละ 1 ปีการศึกษา เปิดการเรียนการสอนในระหว่างปีการปีการศึกษา ทุกวันพฤหัสบดี เรียนครั้งละ 5 คาบ เริ่มตั้งแต่เวลา 8.30-14.30 น.  ใน 1 ภาคเรียนผู้เรียนจะมาเรียนจำนวน 30- 31 ครั้ง

เพื่อให้สะดวกต่อการเดินทางหลักสูตรนี้เปิดบริการการเรียนการสอน 3 จุด คือ โรงเรียนราษฎร์บำรุงศิลป์(บ้านแพน) โรงเรียนอัสสัมชัญศึกษา และศูนย์คริสตศาสนธรรมระดับชาติ(CC) ดังนั้น ผู้เรียนสามารถเลือกจุดเรียนรู้ที่ใกล้ สามารถไปและกลับได้ภายในเวลาไม่นาน

เปิดรับสมัครแล้ว

เริ่มการเรียนการสอนตามหลักสูตร เดือนพฤษภาคม 2018

5. แน่ใจในคุณภาพการเรียนการสอนได้ไหม?

หลักสูตรนี้ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการคำสอนระดับชาติ ศุนย์คริสตศาสนธรรมระดับชาติซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบการดำเนินการเรื่องหลักสูตร สอนโดยอาจารย์จากวิทยาลัยแสงธรรม และผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากฝ่ายบริหาร ฝ่ายการศึกษา แผนกจิตตาภิบาล ของอัครสังฆมณฑลฯ เป็นที่เรียบร้อย โดยแผนกคริสตศาสนธรรม กรุงเทพฯ และแผนกจิตตาภิบาล ฝ่ายการศึกษาจะช่วยประสานงาน ดังนั้นเกิดจากความเห็นชอบและความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยการวัดและประเมินเป็นไปตามเกณฑ์วัดประเมินของหลักสูตรคริสตศาสนธรรมภาคฤดูร้อนที่ได้รับการรับรองแล้ว

6. จะได้ประโยชน์จากการผ่านหลักสูตรนี้บ้าง?

ต้นสังกัดจะได้บุคลากรที่มีคุณภาพ ได้รับการส่งเสริมให้มีความรู้ด้านคำสอนและความรู้พื้นฐานต่างๆ ที่จำเป็นมากขึ้น ย่อมสามารถขยายงานด้านการอภิบาลได้กว้างขวางมากขึ้น เป็นผู้ร่วมงานในการประกาศข่าวดี(แพร่ธรรม)ได้มากขึ้น ยิ่งบุคลากรคาทอลิกทุกคนได้รับการส่งเสริม 100 % ก็ชวนให้จินตนาการได้ว่าจะบังเกิดผลอย่างไรต่อองค์กรและหน่วยงาน

ผู้เรียนได้มีโอกาสทบทวนและเพิ่มพูนความรู้ด้านคำสอน ส่งเสริมความเชื่อให้เด่นชัด และสามารถถ่ายทอดแบ่งปันให้กับเด็กๆ และเยาวชน มั่นใจและกล้าที่จะมีส่วนร่วมรับผิดชอบในงานมอบหมายที่ได้รับ อีกทั้งเป็นคริสตชนฆราวาสที่สามารถขยายพระศาสนจักรให้แผ่กว้างออกไป

เด็กๆ และเยาวชน ทั้งที่เป็นคริสตชนและต่างศาสนา ย่อมได้รับการแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ความเชื่อได้อย่างถูกต้อง ไม่ผิดหลง ได้รับการหล่อมหลอมคุณธรรมจริยธรรมตามแนวทางคำสอนของพระเยซูเจ้า

อัตลักษณ์และเอกลักษณ์ของโรงเรียนคาทอลิกเด่นชัดมากขึ้น

7. คุณสมบัติของผู้เรียนเป็นอย่างไร

เป็นคาทอลิก เช่น ครูคำสอนครูคาทอลิก  เจ้าหน้าที่สำนักงานวัด ครูคำสอนอาสาสมัคร และผ่านการรับรองจากต้นสังกัด เช่น พระสงฆ์เจ้าอาวาส ผู้อำนวยการ ผู้จัดการแผนกฯ

หรือเป็นผู้ฝึกหัด/สามเณร ที่ผู้ใหญ่ของคณะหรืออธิการรับรอง

ครูที่สอนวิชาคริสตศาสนาในโรงเรียน ซึ่งอาจจะไม่ใช่คาทอลิก แต่เพื่อให้การเรียนการสอนวิชานี้มีคุณภาพ ผู้บริหารอาจจะพิจารณาส่งมาเรียนหลักสูตรนี้ได้

เป็นคริสตชนที่สนใจทั่วไป

โบชัวร์ภาคพิเศษ 2018 edited 30 มค 18

หากมีคำถามเพิ่มเติม ติดต่อ email: fr.sommai.mathurotsuwan@gmail.com  หรือข้อมูลติดต่อในโบร์ชัว

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

30 มกราคม 2018 วันอังคารสัปดาห์ที่ 4 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน 2 ซมอ 18:9-10,14ข,24-25ก,30 ถึง 19:3, มก 5:21-43

ความรักของพ่อ(แม่) ความรักของพระ

เราได้เห็นตัวอย่างความรักของพ่อ 2 คนในพระวาจาวันนี้

ดาวิดไม่รู้สึกดีใจที่อับซาโลมโอรสของตนเองถูกทหารของตนฆ่าตาย ทั้งที่ไม่ต้องหนีการไล่ล่าของลูกที่จ้องชิงบัลลังก์ของตน ดาวิดร้องไห้เสียใจอย่างมาก

‘ลูกเอ๋ย อับซาโลม ลูกเอ๋ย! อับซาโลม ลูกพ่อ! ถ้าพ่อตายแทนลูกได้ก็จะดีกว่า! อับซาโลมลูกเอ๋ย ลูกของพ่อ!‘(2ซมอ 19:1)
img_0277
อับซาโลมถูกโยอาบทหารของดาวิดฆ่าตายด้วยหลาว

ในพระวรสาร ไยรัส หัวหน้าศาลาธรรม ยอมละเกียรติศักดิ์ศรีของตน และยอมทำทุกอย่างเพื่อลูกสาวของตนจะได้หายจากอาการป่วยจวนจะเสียชีวิต เขาเข้ามาวอนขอให้พระเยซูเจ้าทรงรักษาลูกของเขา

maxresdefault
บุตรสาวของไยรัสได้รับการรักษาจากพระเยซูเจ้า

หลายๆ ครั้งเราก็ทำให้พ่อแม่เสียใจ เนรคุณ เหมือนกับทำให้พ่อแม่ตายอย่างช้าๆ แต่ความรักของพ่อแม่ก็ทำให้มองข้ามนิสัย ความอ่อนแอของเราไป รู้สึกเดือดร้อนเสมอเมื่อลูกๆ ของตนมีความยากลำบาก หรืออยู่ในภาวะอันตรายต่อชีวิตหรือวิญญาณ และมักจะพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ลูกๆ ของตนอยู่ในสภาพที่ดีขึ้น หรือพ้นจากสภาพเช่นนั้น แต่วิธีการและการรับรู้ของเราก็อาจจะต่างกันออกไป

 พระเจ้าจะรักเรามากสักเพียงไหน หากพ่อแม่ของเรายังรักและปรารถนาดีกับเราเสมอเพียงนี้ พระเจ้าจะรักเรามากสักเพียงไหน การประทานพระบุตรให้มาบังเกิดเป็นมนุษย์และยอมสละชีวิตของพระองค์เพื่อไถ่บาปเราน่าจะพิสูจน์ความรักของพระเจ้าได้อย่างเด่นชัดที่สุด

ให้เราสรรเสริญความรักของพระเจ้าพร้อมกันเถิด

ก่อนจะถึงพิธีเลือกสรร

29 มกราคม 2018

พิธีเลือกสรรเป็นพิธีที่หนึ่งในกระบวนการเตรียมผู้ใหญ่เข้าเป็นคริสตชน (RCIA) เมื่อถึงเทศกาลมหาพรต (สัปดาห์ที่ 1) ซึ่งปกติเป็นช่วงเวลาที่บรรดาคริสตังสำรองหรือผู้ใหญ่ที่ค่อนข้างมีความชัดเจนและแสดงเจตจำนงว่าจะรับศีลล้างบาปเข้าเป็นสมาชิกของพระศาสนจักร โดยมีพ่อแม่ทูนหัวเป็นผู้รับรอง (RCIA 133,140) พวกเขาจะเรียนคำสอนอย่างเข้มข้น และในเวลาเดียวกันพวกเขาจะเตรียมจิตใจของเขาเพื่อรับพิธีล้างบาปในค่ำวันเสาร์ศักดิ์สิทธิ์ที่จะมาถึงในอีก 40 วันข้างหน้า พระสงฆ์หรือผู้สอนจะนำพวกเขาเข้ามาให้ชุมชนคริสตชนของวัดได้รับรู้อีกครั้งหนึ่งโดยผ่านพิธีเลือกสรร ทั้งนี้เพื่อให้กลุ่มคริสตชนได้ภาวนาเพื่อพวกเขาเป็นพิเศษ อีกทั้งเป็นโอกาสได้ทำความรู้จักและสนับสนุนกันและกัน

ในพิธีจะมีการมอบกางเขนเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของความรักของพระคริสตเจ้าที่พวกเขาจะเข้ามาดำเนินชีวิตตามคำสอนของพระองค์ ซึ่งอาจจะหมายถึงการที่พวกเขาจะต้องเผชิญกับความยากลำบากในการรักษาชีวิตพระในตัวเขา(กางเขน)เพื่อหล่อเลี้ยงความเชื่อในตัวเขาให้ก้าวหน้าเติบโตขึ้น

ช่วงเวลามหาพรตนี้ผู้ใหญ่ที่เตรียมตัวรับศีลล้างบาปรวมทั้งบรรดาคริสตชนควรได้รับการแนะนำให้อธิษฐานภาวนาอย่างเข้มข้น พลีกรรมหรือประกอบกิจเมตตาปราณี บริจาคเพื่อพี่น้องที่ขัดสน เพื่อขัดเกลาจิตใจให้ตระหนักถึงความรักที่เสียสละตามแบบอย่างความรักของพระเยซูเจ้าผู้ได้ยอมมอบชีวิตของพระองค์เป็นเครื่องบูชาไถ่บาปมนุษย์ที่พวกเขาจะเฉลิมฉลองในวันปัสกา

ในภาพประกอบเป็นการประชุมของพระสงฆ์สังฆานุกรและผู้รับผิดชอบการสอนคำสอนผู้ใหญ่ของวัดอัสสัมชัญพร้อมกับบรรดาพี่เลี้ยงคริสตชน เป็นการเปิดโอกาสให้พวกเขาได้มีส่วนร่วมในการพิจารณารับรองผู้ใหญ่ที่ประสงค์จะขอรับศีลล้างบาปในปีนี้ ซึ่งจะเข้าสู่พิธีเลือกสรรที่ทางวัดจะจัดขึ้นในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2018 ในพิธีบูชาขอบพระคุณ เวลา 08.30 น. อย่างไรก็ดี ในการเข้าสู่พิธีเลือกสรรนี้นอกจากผู้สอนจะพิจารณาถึงความตั้งใจ และความพร้อมด้านต่างๆ ของพวกเขาแล้ว บรรดาผู้ที่เตรียมรับศีลล้างบาปควรจะแสดงเจตจำนงและความตั้งใจของพวกเขาอย่างอิสระด้วยการเขียนเอกสารแจ้งทางวัดด้วย เป็นการแสดงออกถึงความปรารถนาของพวกเขาที่จะอุทิศตนและเตรียมตัวเพื่อเป็นคริสตชนอย่างเข้มข้นต่อไป ทั้งนี้โดยอาศัยช่วงเวลาที่เหลือก่อนจะเข้าพิธีศีลล้างบาปในวันเสาร์ศักดิ์สิทธิ์

คลิกดาวโหลด พิธีเลือกสรรผู้สมัครเป็นคริสตชน

คลิกอ่าน พิธีอื่นๆ ในการต้อนรับผู้ใหญ่เข้าเป็นคริสตชน

 

img_0268
บราเดอร์สังฆานุกรและครูคำสอนนำเสนอผู้เรียนที่แสดงความตั้งใจจะรับศีลล้างบาปในปีนี้
img_0267
บรรดาพี่เลี้ยงร่วมแสดงความคิดเห็น ให้ความเห็นชอบ
img_0266
ปรึกษาหารือเกี่ยวกับพิธีเลือกสรร
img_0265
มอบหมายหน้าที่รับผิดชอบ
ใบพิธีเลือกสรร
ตัวอย่างในสมัครเข้าพิธีเลือกสรรวัดอัสสัมชัญ

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

29 มกราคม 2018  วันจันทร์สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน 2 ซมอ 15:13-14, 30; 16:5-13 / มก 5:1-20

สุภาพและวางใจพระ

เรื่องราวของสองครอบครัวในพระวาจาวันนี้อาจจะเกิดขึ้นกับหลายๆ ครอบครัว ที่ในบางครั้งมีความขัดแย้ง ความคิดเห็นไม่ตรงกัน ทะเลาะเบาะแว้ง บางทีจบลงอย่างน่าเศร้าก็มีให้เห็น ประเด็นปัญหาอาจจะแตกต่างกันออกไป คงไม่มีใครอ้างได้ว่าทางออกของปัญหาของครอบครัวหนึ่งจะใช้ได้กับทุกครอบครัว เพราะต่างก็มีเงื่อนไขและบริบทที่แตกต่างกัน

davidthefugitiveking2samuel15-13-37
ดาวิดหนีการไล่ล่าของอับซาโลมโอรสของตน

กษัตริย์ดาวิดยอมที่จะหนีการไล่ล่าของอับซาโลมซึ่งเป็นโอรสของพระองค์เองเพราะต้องการชิงบัลลังก์กษัตริย์แห่งชาติอิสราเอล เป็นการล่าคร่าชีวิตพระองค์และยังกระทบไปถึงการทำลายชีวิตของผู้อื่น

กษัตริย์ดาวิดเลือกที่จะถ่อมตนลงต่อหน้าพระเจ้า แม้ว่าชิเมอิซึ่งเป็นคนในครอบครัวกษัตริย์ซาอูลออกมาสาปแช่งและตะโกนด่าตลอดทาง เพราะคิดว่านี่เป็นผลกรรมที่กษัตริย์ดาวิดไปแย่งชิงตำแหน่งกษัตริย์ไปจากซาอูล

     “ถ้าเขาแช่งด่าเราเพราะองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงบอกเขาว่า ‘จงไปแช่งด่าดาวิดเถิด’ ใครจะมีสิทธิ์ถามเขาว่า ‘ทำไมท่านจึงทำเช่นนี้’”
        “ดูซิ แม้กระทั่งลูกที่เกิดจากเรายังพยายามจะฆ่าเรา แล้วสาอะไรกับชาวเบนยามินผู้นี้ ปล่อยเขาเถอะ ปล่อยให้เขาแช่งด่าเรา เพราะองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงบัญชาให้เขาทำ บางที องค์พระผู้เป็นเจ้าจะทอดพระเนตรเห็นความทุกข์ยากของเรา แล้วประทานพรให้เราแทนคำแช่งด่าในวันนี้”

กษัตริย์ดาวิดเลือกที่จะหลีกเลี่ยงการประทะ เป็นฝ่ายที่อดทนต่อคำวิพากษ์วิจารณ์ แม้ตนเองต้องยากลำบาก แต่ยังวางใจและหวังว่าพระเจ้าจะเห็นใจและจะทรงช่วยพระองค์

ชายที่ถูกปีศาจสิงอาศัยอยู่ในตามหลุมศพ เขาไม่ได้อยู่ในครอบครัว แต่ครอบครัวคงจะพยายามช่วยเขาไม่ให้เขาไปรบกวนคนอื่น ถึงกับเอาโซ่ตรวนมาล่ามแต่ก็ไม่สำเร็จ

ชายคนนั้นเมื่อได้ความช่วยเหลือจากพระเยซูเจ้า ขับไล่ผีออกไปจากเขาแล้วเขาร้องขอที่จะติดตามพระองค์ แต่พระเยซูเจ้าทรงสั่งให้เขากลับไปหาครอบครัวของตน บอกเล่าเหตุการณ์ที่พระเจ้าทรงเมตตาต่อตัวเขาให้ทุกคนฟัง

ทุกครั้งที่มีปัญหาเกิดขึ้นในครอบครัว จะร้ายแรงแค่ไหนก็ตาม อย่าลืมที่จะมอบถวายครอบครัวไว้ให้พระเจ้าทรงดูแลนำทาง ซึ่งบางครั้งพระเจ้าอาจจะให้มีการทะเลาะเบาะแว้งเกิดขึ้นบ้าง บางครั้งเราอาจจะต้องอดทนต่อคำวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ และไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นแหล่งที่เราจะได้รับการยอมรับและอวยพรก็คือครอบครัว ดังนั้น จงหันกลับไปยังครอบครัวของตนและเริ่มที่จะทนุถนอมกันเถอะ ไม่ว่าจะอย่างไรก็ยังเป็นครอบครัวเดียวกัน

Jesus demons pigs

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

28 มกราคม 2018 อาทิตย์ที่ 4 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน ฉธบ 18:15-20 / 1 คร 7:32-35 / มก 1:21-28

พระเยซูเจ้าทรงสอนอย่างผู้ทรงอำนาจ และขับไล่ผีปีศาจ จนผู้ที่พบเห็นรู้สึกประหลาดใจ แต่หลายครั้งเราก็ไม่ต่างจากบรรดาฟารีสี ธรรมาจารย์ที่ไม่เปิดใจต้อนรับพระองค์ คำสอนของพระองค์เป็นแค่เพียงข้อแนะนำ มองพระองค์ไม่ต่างอะไรกับอาจารย์ทั่วไป

บางครั้งเราเป็นเหมือนชายคนนั้นที่ปีศาจสิงอยู่ และปีศาจรู้ดีว่าพระองค์เป็นใคร แต่มันไม่ต้อนรับและมากไปกว่านั้นขับไล่พระองค์ ถ้าเราให้ปีศาจสิงอยู่ ก็คงจะมีอาการเช่นเดียวกัน ไม่ยอมรับในความดีของผู้อื่น บางทีถึงกับเบียดเบียนเขาเหล่านั้น การกระทำของเราเป็นการกระทำที่ปีศาจครอบงำเราไหม???

การประจญล่อลวงคงไม่หมดไป แม้เราไม่อยากทำบาป ไม่อยากตกภายใต้ความครอบงำของมัน แต่ปีศาจทำงานของมันไม่หยุดหย่อน เราต้องการพระเยซูเจ้าช่วยเรา เราจึงภาวนาเสมอว่า “…อย่าปล่อยให้ข้าพเจ้าถูกประจญ แต่โปรดช่วยให้พ้นจากความชั่วร้ายเทอญ”

jesus-rebuking-demon

สัมมนาคณะกรรมการคอมีเซียมและคูเรียทั่วประเทศ

27 มกราคม 2018

วันนี้ได้มีโอกาสแบ่งปันให้กับพลมารีย์กลุ่มกรรมการคอมีเซียมและคูเรียทั่วประเทศ

การสัมมนาครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมฉลองคณะพลมารีย์ครบ 100 ปี ซึ่งเป็นความพยายามในการฟื้นฟูและปลุกเร้าจิตตารมณ์คณะพลมารีย์ ทบทวนบทบาทของพลมารีย์ ปรึกษาหารือในกิจการต่างๆ ของคณะ

สำหรับหัวข้อในการแบ่งปันครั้งนี้ คือเรื่องพลมารีย์กับรหัสกายของพระคริสตเจ้า เชิญชวนให้เข้าใจความหมายของบูชาขอบพระคุณ และตระหนักถึงการเป็นส่วนหนึ่งของพระกายทิพย์ของพระคริสตเจ้าที่เป็นศรีษะ โดยมีพระนางมารีย์เป็นแบบอย่าง

การสัมมนาอยู่ระหว่างวันที่ 26-28 มกราคม 2018

ชมภาพบรรยากาศการสัมมนา

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

27 มกราคม 2018 , วันเสาร์สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน 2 ซมอ 12:1-7, 10-17 / มก 4:35-41

พระเจ้าทรงใส่มโนธรรมคือความสำนึกผิดถูกชั่วดีให้เราแต่ละคน เราสามารถแยกแยะได้ บางครั้งพระองค์ก็ทรงเตือนเราผ่านทางเพื่อนพี่น้อง เหมือนที่ทรงให้ประกาศกนาธันมาเตือนกษัตริย์ดาวิดถึงการกระทำที่ไม่เหมาะสมผิดศีลธรรมของพระองค์

สิ่งที่น่าสังเกตคือกษัตริย์ดาวิดมีใจสุภาพสำนึกถึงความผิดของตนเอง การกระทำของพระองค์เรียกร้องการลงโทษจากพระเจ้า

หลายครั้งเรายังปฏิเสธไม่ยอมรับและรับผิดชอบต่อความผิดที่ตนได้กระทำ มากไปกว่านั้นเรายังหาเหตุผลหลึกเลี่ยง กลบเกลือน เปลี่ยนดำให้เป็นขาว โยนบาปให้คนอื่น

การกระทำเหล่านี้มักเกิดขึ้นและจะเกิดขึ้นเมื่อเราห่างเหินจากพระเจ้า ขาดความตระหนักว่าพระเยซูเจ้าทรงอยู่ใกล้ชิดเรา ประทับอยู่ในหัวใจของเรา

พวกสาวกหวาดกลัวพายุที่ถาโถม นั่นเป็นเพราะพวกเขายังขาดความตระหนักว่าพระเยซูเจ้าเป็นใคร

ในท่ามกลางการประจญล่อลวงในชีวิตและความผิดพลาดในบาปให้เราฟังพระสุรเสียงของพระองค์ พระองค์ตรัสว่า “เงียบสิ จงสงบเถิด”

วันนี้ให้เราจดจำไว้เสมอว่าพระเยซูเจ้าพระองค์เสด็จมามิใช่เพื่อพิพากษาตัดสินแต่มาเพื่อช่วยเรา

คลิกอ่าน นักบุญประจำวัน

Storm

 

ระลึกถึงนักบุญทิโมธีและทิตัส

26 มกราคม 2018

ลก 10:1-9

เมื่อพูดถึงการอภิบาลและงานแพร่ธรรม มักจะคิดถึงพระสังฆราช พระสงฆ์นักบวช ครูคำสอน หรือคนที่มีความรู้ความสามารถ ดูเหมือนว่าไม่ค่อยเกี่ยวข้องกับเราสักเท่าไร จะช่วยอะไรได้

ขณะที่ในพระวรสารวันนี้ทำให้เราเห็นว่า ในการประกาศข่าวดีแห่งพระอาณาจักรของพระเจ้า มีความจำเป็นหลายอย่างที่พระเยซูเจ้าต้องการผู้ช่วย ต้องการความร่วมมือ ไม่ว่าจะเป็นการขยายข่าวดีให้กว้างไกลออกไปมากขึ้น การอภิบาลและงานเมตตาที่ต้องมีผู้ช่วยดูแล พระองค์ทรงแต่งตั้งสาวกเพื่อร่วมในพันธกิจประกาศข่าวดี ในบทบาทหน้าที่ต่างๆ

นักบุญทิโทธี เป็นศิษย์และผู้ร่วมงานของนักบุญเปาโล แม้ว่าท่านถูกมองว่าเป็นอายุน้อยเกินไปกับหน้าที่นำกลุ่มคริสตชนและสุขภาพไม่สู้ดีนักแต่ท่านก็ซื่อสัตย์ในการทำหน้าที่ของท่านจนเป็นที่ยอมรับและมีส่วนสำคัญในการประกาศข่าวดีร่วมกับท่านนักบุญเปาโล

นักบุญทิตัสจากการที่ท่านสนใจรวบรวมเรื่องราวของพระเยซู กลายมาเป็นผู้ช่วยของนักบุญเปาโลในเรื่องของการแปลเอกสารเป็นภาษาต่างๆ เพื่อให้ข่าวดีเป็นที่เข้าใจ….

วันนี้แทนที่เราจะมองว่าฉันไม่เหมาะสมอย่างไรในการเข้ามามีส่วนในงานประกาศข่าวดีหรือหล่อเลี้ยงความเชื่อ น่าจะลองถามตัวเองว่าฉันจะใช้พระพรที่พระให้เรานั้นมีส่วนในงานประกาศข่าวดีหล่อเลี้ยงความเชื่อได้อย่างไร

ประชุมกรรมการคณะกรรมการคาทอลิกเพื่องานธรรมทูต ครั้งที่ 1/2018

25 มกราคม 2018 ณ บ้านผู้หว่าน

การประชุมครั้งนี้เพื่อรายงานกิจกรรมด้านงานธรรมทูตในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาของแต่ละมิสซัง ร่วมศึกษาแนวทางของพระศาสนจักร โดยเฉพาะกฤษฎีกาสมัชชาแห่งประเทศไทย

สำหรับอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ในช่วงที่ผ่านมา มีการจัดกิจกรรม การอบรม งานคำสอนผู้ใหญ่ ศาสนสัมพันธ์ งานฆราวาสแพร่ธรรม งานยุวธรรมทูต องค์กาฆราวาสแพร่ธรรม ฯลฯ

คณะกรรมการจากแต่ละสังฆมณฑล

ฉลองการกลับใจของนักบุญเปาโล อัครสาวก

กจ  22:3-16/มก 16:15-18

ชีวิตย่อมอยู่ในกระบวนการของการเรียนรู้ตลอดเวลา ไม่เพียงแค่เรียนรู้เท่านั้นบางครั้งเป็นการค้นพบด้วย และในการเรียนรู้และการค้นพบนั้นเราก็เติบโตและเปลี่ยนแปลงชีวิตของเราตามไปด้วย

สิ่งที่ตามมาก็คือหลักการในชีวิต ความมุ่งมั่นที่เราเคยมีบางอย่างอาจจะต้องเปลี่ยนแปลงหรือปรับปรุงไปอย่างสิ้นเชิง

สำหรับท่านนักบุญเปาโลการเดินทางไปดามัสกัสเป็นจุดเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิตของท่าน

ในการตอบคำถามว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้า ท่านเป็นใคร?” ท่านได้พบว่าบุคคลที่อยู่เบื้องหลังประชาชนที่ท่านกำลังเบียดเบียนเป็นใคร

คำถามต่อมาของท่านคือ “แล้วฉันจะทำอย่างไรต่อไป?” คำถามนี้เป็นตัวท่านเองที่จะต้องตอบตนเอง

ท่านอาจจะยึดติดกับความมุ่งมั่นหลักการในชีวิตของท่านที่เคยมีต่อไป หรือท่านอาจจะเปลี่ยนแปลงไปเพราะการเปิดรับความจริงใหม่ที่ท่านได้ประสบ

การฉลองการกลับใจของนักบุญเปาโลซึ่งเดิมเคยเป็นคนเบียดเบียนและกลับกลายเป็นอัครสาวกของพระเยซูเจ้าไม่เพียงแค่ท้าทายเราให้มองดูความมุ่งมั่นหลักการและความเชื่อของเรา แต่ยังคงท้าทายเราให้มองดูความสัมพันธ์ของเรากับพระองค์ด้วย

ความสัมพันธ์ของเรากับพระเยซูเจ้าจะต้องแสดงออกในความสัมพันธ์กับผู้อื่นด้วย

ถ้าใครบางคนที่เราไม่ชอบหรือที่ช่างแตกต่างกับเราเหลือเกินหรือแม่กระทั่งคนที่เรากำลังเบียดเบียนเขา เราก็จำเป็นจะต้องถามตัวเองเช่นเดียวกันกับท่านนักบุญเปาโล “องค์พระผู้เป็นเจ้า, ท่านเป็นใคร?”

conversion of st paul