ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

อาทิตย์ที่ 28 เทศกาลธรรมดา (มธ 22:1-14)

บางทีเราเป็นเหมือนผู้ที่พระเจ้าเจาะจงเชื้อเชิญให้มาร่วมยินดีในพระอาณาจักรของพระเจ้า พระองค์ทรงเรียกเราให้มามีส่วนในงานของพระศาสนจักร แต่หลายครั้งเราอาจตอบรับคำเชิญนั้นเหมือนแขกผู้มีเกียรติสองกลุ่มแรก “พวกเขาไม่ต้องการมา” “พวกเขาไม่สนใจคำเชิญ”

DAILY MASS, GOSPEL AND COMMENTARY: THE PARABLE OF WEDDING FEAST (Mt  22:1–14). - Catholics striving for holiness

ที่น่าสนใจก็คือคำเชิญของพระเจ้ายังไปถึงทุกคน “ทั้งคนเลวและคนดี” ให้เข้ามาสู่พระอาณาจักรของพระเจ้าซึ่งเปรียบเสมือนงานเลี้ยงที่จัดเตรียมไว้พร้อมแล้ว แต่ที่สำคัญก็คือเมื่อเข้ามาร่วมในงานเลี้ยงก็ต้องทำตัวให้สมเป็น “แขกผู้มีเกียรติ” ซึ่งหมายถึงการที่จะต้องเปลี่ยนแปลงตนเองให้สมกับพระอาณาจักรสวรรค์ด้วย พระเยซูเจ้ามักตรัสเสมอว่า “จงไปและอย่าทำบาปอีก, จงตามเรามาเถิด”

เราเป็นแขกที่ตอบรับคำเชิญของพระเจ้า และวางตัวมีเกียรติในงานเลี้ยงของพระเจ้าไหม?

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

21 กันยายน 2020 ฉลองนักบุญมัทธิว อัครสาวกและผู้นิพนธ์พระวรสาร

ท่านนักบุญมัทธิว ลุกขึ้นติดตามองค์พระเยซูเจ้าโดยละทิ้งจากอาชีพคนเก็บภาษีทั้งที่เป็นงานที่มั่นคงและสามารถสร้างฐานะให้กับตนเองได้ เพราะท่านมองเห็นความเมตตาของพระเยซูเจ้าและความรักของพระเจ้าผู้เสด็จมาเรียกเขาซึ่งไม่ใช่ผู้ชอบธรรมแต่เป็นคนบาป ทำให้เขากลับมีศักดิ์ศรี และได้ดำเนินชีวิตตามที่พระเป็นเจ้าทรงมีพระประสงค์

Following Christ – Devoted To You

บางทีเราอาจกำลังชั่งใจว่าจะเลือกอะไรในชีวิตดี ระหว่างการงานและโอกาสที่จะได้ครอบครองทุกสิ่ง แต่อาจไม่นำความภาคภูมิใจ เกียรติและศักดิ์ศรีมาสู่ชีวิต กับการมีส่วนร่วมในงานสร้างสรรค์ความดี ยากลำบาก หนักหนา และอาจไม่เป็นที่จดจำอะไรมากนัก แต่มั่นใจว่าจะไม่มีใครตัดสินเราได้ว่าเสียทีที่เกิดมาเป็นลูกพระ…

อย่าลืมว่า “… เราแต่ละคนได้รับพระหรรษทานตามสัดส่วนที่พระคริสตเจ้าประทานให้… “(อฟ 4:7) และพระองค์ทรงเตรียมเราไว้ “..สำหรับงานรับใช้เสริมสร้างพระกายของพระคริสตเจ้า”(อฟ 4:12)

.

.

.

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

7 กันยายน 2020 วันจันทร์ สัปดาห์ 23 เทศกาลธรรมดา (ลก 6:6-11)

ในภาวะจำเป็นเราอาจขับรถยนต์ฝ่าสัญญาณไฟแดงเพื่อนำคนเจ็บเข้ารับการรักษาเพื่อกู้ชีวิตของเขา เราอาจจะต้องฆ่า ทำสงครามเพื่อปกป้องอธิปไตยเพื่อรักษาสันติภาพและความสงบสุข…

DON'T LET ANGER CONTROL US [LUKE 6:6-11] | A CHRISTIAN PILGRIMAGE

สิ่งที่สำคัญคือศีลธรรมที่เรายึดถือต้องไม่ขัดกับหลักของความจริง ความดี และความรัก แน่นอนว่าเพื่อให้เราอยู่ในศีลธรรมที่ดีเราจึงปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ต่างๆ อย่างครบถ้วน แต่หากการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ต่างๆ เหล่านั้นแล้วเวลาเดียวกันกลายเป็นการละเมิดหรือผิดต่อความรัก ขัดแย้งกับความดี ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง ก็เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้

พระเยซูเจ้าตรัสถามว่า “… ในวันสับบาโต ควรทำความดี หรือทำความชั่ว ควรช่วยชีวิตหรือทำลายชีวิต”

.

.

.

.

.

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

6 กันยายน 2020 อาทิตย์ที่ 23 เทศกาลธรรมดา (อสค 33:7-9 / รม 13:8-10 / มธ 18:15-20)

การละเลยไม่ตักเตือนพี่น้องที่กำลังทำผิด ส่วนตัวของเราอาจจะรู้สึกสบายใจที่ไม่ต้องไปวุ่นวายกับใคร ไม่มีใครมาทำให้เราต้องเดือดร้อน แต่ผลเสียอาจมีมากเกินกว่าที่เราจะคาดคิด

Matthew 18:15-20: Handling Sin in the Church | Heritage Fellowship

เราแต่ละคนมีหน้าที่ตักเตือนเพื่อนพี่น้องที่กำลังหลงผิดผิดพลาด พระเจ้าจะให้รางวัลแก่เรา เวลาเดียวกันพระเจ้าก็จะเอาโทษเราด้วยเหมือนกันหากเราละเลยหน้าที่นี้ “…ท่านไม่พูดตักเตือนคนชั่วร้ายให้ละทิ้งความประพฤติของเขา คนชั่วร้ายนั้นจะต้องตายเพราะความผิดของตน แต่เราจะเอาผิดกับท่านเพราะความตายของเขา แต่ถ้าท่านได้ตักเตือนคนชั่วร้ายให้ละทิ้งความประพฤติของตน แล้วเขาไม่ยอมกลับใจ เขาจะต้องตายเพราะความผิดของตน แต่ท่านจะรอดชีวิต’

ความรักที่เรายังมอบให้แก่ผู้ที่ยังคงยึดมั่นในความผิดบกพร่องได้ก็คือการภาวนาด้วยความไว้วางใจ “…ถ้าท่านสองคนบนแผ่นดินพร้อมใจกันอ้อนวอนขอสิ่งหนึ่งสิ่งใด พระบิดาของเราผู้สถิตในสวรรค์จะประทานให้ เพราะว่า ที่ใดมีสองหรือสามคนชุมนุมกันในนามของเรา เราอยู่ที่นั่นในหมู่พวกเขา”

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

5 กันยายน 2020 วันเสาร์ สัปดาห์22 เทศกาลธรรมดา (1 คร 4:6-15 / ลก 6:1-5)

นักบุญเปาโลเตือนชาวโครินธ์ว่า “…อย่าก้าวเกินขอบเขตที่เขียนไว้…” เพราะบางคนมีแนวโน้มที่จะตีความพระคัมภีร์ ธรรมบัญญัติ รวมทั้งข้อเขียนต่างๆ ของท่านตามใจตนเองและเพื่อประโยชน์ของตน ขณะที่ในพระวรสารชี้ให้เห็นว่าพวกฟารีสีเคร่งครัดกฎเกณฑ์ต่างๆ ตามกฎหมายของโมเสส และใช้มันเพื่อตัดสินคนอื่น โดยไม่คำนึงถึงสิ่งที่สำคัญกว่าคือความเมตตาและความรัก พวกเขาลืมไปว่า การกระทำที่ออกมาจากความรักความเมตตาไม่มีทางผิดกฎเกณฑ์ใดใด

Confrontation With Tradition | Bob's boy's Christianity blog

บางครั้งเราใช้กฎเกณฑ์จารีตในศาสนาไม่ใช่เพื่อช่วยให้เราดำเนินชีวิตในหนทางของพระเจ้า แต่เราใช้มันอย่างไม่ถูกต้องโดยการตัดสิน วิพากษ์วิจารณ์ หรือเคร่งครัดต่อผู้อื่น แต่กลับผ่อนปรนกับตนเอง เป็นโอกาสดีที่เราจะได้ปรับท่าทีในการดำเนินชีวิตและมุมมองที่มีต่อผู้อื่น

ให้เรามีสายตาแห่งความรักความเมตตาอยู่เสมอ และถือปฏิบัติจิตตารมณ์ที่แท้จริงของพระบัญญัติ

.

.

.

.

.

.

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

4 กันยายน 2020 วันศุกร์ สัปดาห์ 22 เทศกาลธรรมดา (1 คร 4:1-5 )

ผู้รับใช้เป็นผู้ที่ถูกเรียกร้องให้ทำงานตามที่ผู้จัดการร้องขอ และคุณสมบัติที่สำคัญประการหนึ่งคือ เขาต้องเป็นที่ไว้วางใจได้ในการที่จะต้องรับผิดชอบภารกิจที่ได้รับมอบ

Jesus Christ: The Ultimate Servant Leader - OutofThisWorldLeadership.com

คริสตชนไม่ว่าอยู่ในสถานภาพใดเป็นผู้รับใช้ที่พระเจ้ามอบหมายภารกิจให้ พระองค์ทรงวางใจเรา และเรารู้ว่าผู้ที่จะตัดสินและให้รางวัลตอบแทนเราคือพระคริสตเจ้า ดังนั้นสิ่งสำคัญไม่ใช่อยู่ที่ว่าใครเขาจะว่าอย่างไรต่อการดำเนินชีวิตของเรา แต่เราควรรู้ตัวเองว่าเราได้ดำเนินชีวิตและทำหน้าที่ของเราสมกับที่พระเจ้าทรงวางใจเราหรือไม่

วันนี้ให้เราเป็นผู้รับใช้ที่ซื่อสัตย์ของพระเจ้าเสมอ 

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

30 สิงหาคม 2020 อาทิตย์ที่ 22 เทศกาลธรรมดา (ยรม 20:7-9 , รม 12:1-2)

ภาระหน้าที่ตามบทบาทที่พระเจ้าทรงมอบให้เราอาจจะไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะแบกรับ ประกาศกเยเรมีห์ถูกเรียกให้เป็นประกาศกของพระเจ้า แต่เมื่อเขาออกไปเตือนประชาชนเขากลับถูกต่อต้าน ไม่ได้รับการต้อนรับแถมถูกขับไล่และคุกคามชีวิต

Jeremiah, as depicted by Michelangelo from the Sistine Chapel ceiling |  Cappella sistina, Dipingere idee, Arte antico

แต่การที่จะต้องคอยดำเนินชีวิตไปตามกระแสเพื่อจะอยู่ได้ในสังคม ให้เป็นที่ยอมรับของทุกคน ก็ไม่ได้ทำให้เราสบายใจนัก เพราะเรารู้แก่ใจว่าสวนทางกับพระประสงค์ของพระเจ้า และแน่นอนว่ามันชีวิตในแบบนี้ก็ไม่ได้ทำให้เราเป็นอิสระอย่างแท้จริง ประกาศกเยเรมีห์เองกล่าวถึงประสบการณ์ของท่าน “…แม้ข้าพเจ้าจะพูดว่า “ข้าพเจ้าจะไม่คิดถึงพระองค์ และจะไม่พูดในพระนามของพระองค์อีก” แต่ข้าพเจ้าก็รู้สึกเหมือนกับว่ามีไฟเผาอยู่ในใจ อัดอยู่ในกระดูกของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าพยายามควบคุมไฟนี้ไว้จนอ่อนเปลี้ย แต่ก็ควบคุมไว้ไม่ไหว…”

หนทางที่จะทำให้เราเป็นอิสระอย่างแท้จริง และนำความสุขมาสู่ชีวิตของเรา คือการปรับความคิดของเราให้สอดคล้องกับพระประสงค์ของพระเจ้า ดังที่นักบุญเปาโลสอนเรา “…อย่าคล้อยตามความประพฤติของโลกนี้ แต่จงเปลี่ยนแปลงตนเองโดยการฟื้นฟูความคิดขึ้นใหม่ เพื่อจะได้รู้จักวินิจฉัยว่าสิ่งใดเป็นพระประสงค์ของพระเจ้า สิ่งใดดี สิ่งใดเป็นที่พอพระทัยและสมบูรณ์พร้อม” (รม 12:2)

.

.

.

.

.

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

28 สิงหาคม 2020 วันศุกร์ สัปดาห์ 21 เทศกาลธรรมดา (มธ 25:1-13)

บนโลกที่ไม่แน่นอนหากใช้ชีวิตอย่างระแวดระวังรอบคอบก็เป็นสิ่งที่ดี เก็บออมเงินไว้บ้างยามจำเป็นก็จะไม่ลำบากเกินไป วางแผนเรื่องสุขภาพและรู้จักดูแลสุขภาพก็ทำให้ไม่เป็นปัญหาที่เกินแก้ไข ใครมีความรอบคอบก็จะพ้นวิกฤติ ชีวิตด้านฝ่ายจิตวิญญาณก็ไม่ต่างกัน

The Parable of the Ten Virgins" Matthew 25:1-13 "At that time the kingdom  of heaven will be like ten virgins who t… | Bride of christ, Matthew 25,  Jesus is coming

พระเยซูเจ้าเตือนให้เราแต่ละคนดำเนินชีวิตอย่างดี โดยมีท่าทีของการรอคอยการเสด็จมาของพระองค์ เมื่อพระองค์จะมารับเราไปร่วมอยู่กับพระองค์ในพระอาณาจักรสวรรค์ แต่เมื่อถึงวันนั้นเราจะพร้อมไหม สิ่งที่ทำได้ก็การทำให้ชีวิตของเราเหมาะสมทุกเวลาด้วยการปฏิบัติคุณธรรมความดีอยู่เสมอ

พระเยซูเจ้าตรัสว่า “…จงตื่นเฝ้าระวังไว้เถิด เพราะท่านไม่รู้วันและเวลา” (มธ 25:13)

.

.

.

.

.

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

27 สิงหาคม 2020 วันพฤหัส สัปดาห์ 21 เทศกาลธรรมดา (มธ 24:42-51)

การดำเนินชีวิตในโลกปัจจุบันเรียกร้องให้มีความซื่อสัตย์ โปร่งใส ตรวจสอบได้ ไม่ว่าเราจะเป็นเจ้านายที่มีกิจการเป็นของตัวเอง หรือเราจะเป็นลูกจ้างที่ต้องทำหน้าที่ตามคำสั่งของเจ้านาย การเป็นที่เคารพนับถือ เป็นที่ยอมรับก็ขึ้นกับว่าเราให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากน้อยเพียงใด

Is My Boss a Bully [QUIZ] | Psychologia

ชีวิตจิตของคริสตชนก็ถูกเรียกร้องให้มีคุณสมบัตินี้เช่นเดียวกัน เราตระหนักดีว่าพระเจ้าเป็นดังเจ้านายและเราแต่ละคนเป็นผู้รับใช้ของพระองค์ พระองค์เรียกเราแต่ละคนให้ทำงานรับใช้พระองค์ด้วยการปฏิบัติพันธกิจแห่งความรัก เราพึงรับใช้พี่น้องด้วยความรักและพึงปฏิบัติตลอดเวลาด้วยความเต็มใจและกระตือรือร้น

“ใครเล่าเป็นผู้รับใช้ที่ซื่อสัตย์และรอบคอบซึ่งนายแต่งตั้งให้ดูแลผู้รับใช้ เพื่อแจกจ่ายอาหารให้ตามเวลาที่กำหนด ผู้รับใช้นั้นย่อมเป็นสุข เมื่อนายกลับมาพบเขากำลังทำเช่นนี้…”

.

.

.

.

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

26 สิงหาคม 2020 วันพุธ สัปดาห์ 21 เทศกาลธรรมดา (มธ 23:27-32)

พระเยซูเจ้าประณามชาวฟารีสีและธรรมาจารย์ในกิจการและคำพูดที่ไม่ได้สอดคล้องกับท่าทีจิตใจภายใน เป็นที่สะดุดในสายตาของพระเยซูเจ้า “เป็นเหมือนหลุมศพทาสีขาว ภายนอกดูงดงามแต่ภายในเต็มไปด้วยกระดูกคนตายและสิ่งสกปรกทุกอย่าง …ภายนอกปรากฏแก่มนุษย์ว่าเป็นคนชอบธรรม แต่ภายในเต็มไปด้วยความหน้าซื่อใจคด และความอธรรม”(มธ 23:27-28)

What's Beneath the Surface? (Matthew 23:27) | For You

บทเทศน์ที่คนได้ยินโดยไม่ต้องเปล่งเสียงสักคำก็คือ “กิจการที่ทำ” พ่อแม่อาจจะไม่จำเป็นต้องพร่ำบ่นลูกของตนจนดูน่าเบื่อเพียงแค่ปฏิบัติให้เห็น ผู้นำทางศาสนาไม่จำเป็นต้องสอนความเชื่อความศรัทธาให้ยืดยาวเพียงแค่มีแบบอย่างการเจริญชีวิตอาจจะเป็นบทเรียนที่ดี คุณครูและผู้ใหญ่ในทุกสถานภาพก็ไม่ต่างกัน… ทุกวันนี้เราเป็นคนคุณธรรมหรือ คุณ-น่ะ-ทำ?

ให้เราดำเนินชีวิตด้วยความซื่อตรงสัตย์ซื่อในกิจการและวาจาเสมอ